ชื่อกิจกรรม

โครงการพัฒนานวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้สมรรถนะเป็นฐาน

กิจกรรมภายใต้ : 2568 (ยุทธ 3) โครงการที่ 27 : โครงการพัฒนานวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้สมรรถนะเป็นฐาน
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
การผลิตและพัฒนาครู
การยกระดับคุณภาพการศึกษา
ผู้ดำเนินงาน
1. รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา บุญส่ง คณบดีคณะครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ เลนะนันท์ การบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์
3. นายธนเดช แก้วเสียง รักษาการหัวหน้างานศูนย์พัฒนาวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์
4. นางสาวดวงกมล เล่งระบำ เจ้าหน้าที่ประจำโครงการฯ คณะครุศาสตร์
หลักและเหตุผล

          แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไว้ว่า “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง โดยให้มีการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ พัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

          การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ระบบการศึกษาต้องมีการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการเป็นนวัตกร โดยคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นหน่วยการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นนวัตกรทางการศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 โดยมีนวัตกรรมในการพัฒนาการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดผลผลิตที่มีประโยชน์ต่อระบบการศึกษา และปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีใจรักและศรัทธาในวิชาชีพและมีจิตอาสาในการอุทิศตนเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาและประเทศชาติ

          คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มีโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และโรงเรียนเครือข่ายในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี ที่ควรได้รับการพัฒนาสมรรถนะครูสู่ความเป็นนักนวัตกรทางการศึกษา โดยใช้หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนักนวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และมีคุณลักษณะของ Strong Teacher จำนวน 66 ชั่วโมง โดยจำแนกเป็นหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 18 ชั่วโมง หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนักนวัตกรของครูพี่เลี้ยง จำนวน 18 ชั่วโมง และหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 30 ชั่วโมง ในการนี้คณะครุศาสตร์ จึงจัดทำโครงการพัฒนานวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้สมรรถนะเป็นฐาน และใช้ PTRU Model  (Professional Teacher of Rajabhat University) ในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาตามกลุ่มเป้าหมายข้างต้น

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้มีความเป็นนักนวัตกรทางการศึกษา

2. เพื่อพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยง ศิษย์เก่า และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้มีความเป็นนักนวัตกรทางการศึกษา และมีลักษณะของ Strong Teacher ตามรูปแบบฐานสมรรถนะ PTRU Model

พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 นักศึกษาสาขาวิชาชีพครู โพไร่หวาน เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
2 ครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โพไร่หวาน เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
3 ครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ประจวบคีรีขันธ์ เมืองประจวบคีรีขันธ์ ประจวบคีรีขันธ์
4 ผู้บริหารของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โพไร่หวาน เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
5 ผู้บริหารของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ประจวบคีรีขันธ์ เมืองประจวบคีรีขันธ์ ประจวบคีรีขันธ์
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 1) 11 พ.ย. 2567 - 13 พ.ย. 2567

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ผู้บริหารของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และผู้บริหารของโรงเรียนในเขตพื้นที่บริการในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 70 คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน
2. การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของผู้บริหารสถานศึกษา (18 ชั่วโมง)
3. การนิเทศติดตามผลการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง

ผลผลิต (Output)

1. ร้อยละของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้าร่วมการพัฒนาการเป็นนวัตกรทางการศึกษาตามรูปแบบฐานสมรรถนะของ PTRU Model ร้อยละ 100
2. ร้อยละของผู้บริหารสถานศึกษาและศิษย์เก่าในโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ได้รับการ re-skill, up-skill และ new skill ให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาตามสมรรถนะ PTRU Model ร้อยละ 100
3. ผู้บริหารสถานศึกษามีลักษณะของ STRONG Teacher ร้อยละ 100

ผลลัพธ์ (Outcome)

1. ผู้บริหารโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีสมรรถนะการเป็นนวัตกรทางการศึกษา
2. ผู้บริหารโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีทักษะในการเป็นนวัตกรทางการาศึกษา

ผลกระทบ (Impact)

การศึกษาเรียนรู้


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1. การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอน การวิจัยช่วยให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงวิธีการสอน

2. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การวิจัยช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เด็กในครอบครัวยากจนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น

3. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการศึกษา เช่น การเรียนการสอนทางไกล การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย

4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยช่วยให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาการศึกษาในระยะยาว

5. การปรับตัวและการแก้ไขปัญหา การวิจัยช่วยให้สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับตัวในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการเรียนการสอนทางไกลและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

109,580.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 2) 21 ธ.ค. 2567 - 12 ก.พ. 2568

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ครูและครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และครูโรงเรียนในเขตพื้นที่บริการในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 250 คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน

2. การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของครูและครูพี่เลี้ยง (18 ชั่วโมง)

3. การนิเทศติดตามผลการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง


ผลผลิต (Output)

ร้อยละของครูพี่เลี้ยง/ครูประจำการและศิษย์เก่าที่อยู่ในโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ได้รับการ re-skill, up-skill และ new skill ให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาตามสมรรถนะ PTRU Model ร้อยละ 100

ผลลัพธ์ (Outcome)

สถานศึกษามีนวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนอยู๋ในระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 100

ผลกระทบ (Impact)

การศึกษาเรียนรู้


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1. การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอน การวิจัยช่วยให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงวิธีการสอน

2. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การวิจัยช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เด็กในครอบครัวยากจนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น

3. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการศึกษา เช่น การเรียนการสอนทางไกล การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย

4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยช่วยให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาการศึกษาในระยะยาว

5. การปรับตัวและการแก้ไขปัญหา การวิจัยช่วยให้สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับตัวในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการเรียนการสอนทางไกลและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

226,140.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 1) 1 พ.ย. 2567 - 10 ธ.ค. 2567

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 14 สาขาวิชาจำนวน 392 คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน

2. การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู (30 ชั่วโมง)


ผลผลิต (Output)

นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพมีลักษณะของ Strong Teacher ร้อยละ 100

ผลลัพธ์ (Outcome)


ผลกระทบ (Impact)

การศึกษาเรียนรู้


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1. คุณธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู: การพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นครูช่วยเสริมสร้างคุณธรรมและจรรยาบรรณในวิชาชีพครู ทำให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงาน
2. การพัฒนา Growth Mindset ของครู หรือแนวคิดการเติบโตในครู ช่วยให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและนักเรียน มุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
3. คนพิเศษของครู การพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นครูทำให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูมีความเข้าใจและเห็นคุณค่าของนักเรียนแต่ละคน ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างเต็มที่

4. การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอน การวิจัยช่วยให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงวิธีการสอน

5. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การวิจัยช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เด็กในครอบครัวยากจนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น

6. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการศึกษา เช่น การเรียนการสอนทางไกล การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย

7. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยช่วยให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาการศึกษาในระยะยาว

8. การปรับตัวและการแก้ไขปัญหา การวิจัยช่วยให้สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับตัวในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการเรียนการสอนทางไกลและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

242,144.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม


1. (นวัตกรรม) การขับเคลื่อนวงล้อคุณภาพสู่ความเป็นเลิศของผู้เรียน โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" สู่ความยั่งยืน
2. (นวัตกรรม) รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพทางวิชาการของโรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร์)
3. (นวัตกรรม) การบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนโตนดหลวงวิทยาด้วย ITASEA Model
4. (นวัตกรรม) การพัฒนาทักษะการาจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล วิชาวิทยาศาสตร์ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับอินโฟกราฟฟิกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
5. (นวัตกรรม) การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
6. (นวัตกรรม) การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (PBL) ร่วมกับเทคนิคการโต้แย้ง (Argumentation) เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6


พื้นที่ตำบลไร่ใหม่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสินค้าชุมชนและต่อยอดแหล่งจัดจำหน่ายสินค้าชุมชนเป้าหมายในเขตตำบลไร่ใหม่  พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ไผ่ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มรายได้ ตลอดจนการพัฒนายกระดับคุณภาพการผลิตให้มีผลผลิตที่มากขึ้นและมีคุณภาพตามเป้าหมาย ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและยกระดับรายได้ของชุมชนเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง  สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)  และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีตามศักยภาพของชุมชนที่มีและเป็นความต้องการร่วมกัน ผลการประเมินความสุขมวลรวมของบ้านโป่งเก้ง ตำบลไร่ใหม่พัฒนา (Gross Village Happiness) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 83.98


1. ผู้บริหารที่เข้าร่วมกิจกรรมมีภารกิจที่โรงเรียนบางช่วง/บางวัน ทำให้ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มที่

2. คณะทำงานไม่ได้ให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูเตรียมโน๊ตบุ้คหรืออุปกรณ์สำหรับทำกิจกรรม

3. วันที่จัดกิจกรรมไม่มีความต่อเนื่องกัน 3 วัน และจัดกิจกรรมในวันหยุดซึ่งครูบางส่วนมีภารกิจที่โรงเรียน (อยู่ไม่ครบกิจกรรม)

4. ห้องประชุมไม่สามารถรองรับนักศึกษาพร้อมกันได้ในห้องเดียว

5. นักศึกษาบางกลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เช่น สาขาวิชาภาษาจีนยังไม่เดินทางกลับจากการแลกเปลี่ยน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

6. วันที่จัดกิจกรรมไม่มีความต่อเนื่องกัน 3 วัน (มีการเว้นเนื่องจากวันที่ 9 ธันวาคม 2567 เป็นวันเรียนปกติ)

7. เป็นกิจกรรมที่จัดใกล้เคียงกับมหกรรมอาเซียนสัมพันธ์ ทำให้บางห้องประชุมที่จองไว้ใช้ในการซักซ้อมการแสดงพิธีปิด



1. ให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีภารกิจนัดหมายกับวิทยากรประจำกลุ่มในการส่งใบกิจกรรมเพื่อขอรับการประเมินสมรรถนะรายกรณี

2. พูดคุยกับนักศึกษาถึงความจำเป็นในการจัดกิจกรรม

3. ปรับแผนกิจกรรมเพื่อขอใช้ห้องประชุมที่สามารถใช้ได้

4. เพิ่มจำนวนวิทยากรเพื่อให้สามารถแบ่งเป็น 3 ห้องประชุมได้

5. จัดกิจกรรมให้นักศึกษาภายหลังจากที่นักศึกษาเดินทางกลับประเทศไทย


ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) หลักสูตรในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง/ครูประจำการ และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยรวมไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง 60 ชั่วโมง 66 ชั่วโมง
2) สถานศึกษามีนวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน มีคุณภาพอยู่ในระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 80 ร้อยละ 100
3) ผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง/ครูประจำการ และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพมีลักษณะของ strong teacher ร้อยละ 60 ร้อยละ 100