แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไว้ว่า “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง โดยให้มีการพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ พัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ระบบการศึกษาต้องมีการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการเป็นนวัตกร โดยคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นหน่วยการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นนวัตกรทางการศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 โดยมีนวัตกรรมในการพัฒนาการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดผลผลิตที่มีประโยชน์ต่อระบบการศึกษา และปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีใจรักและศรัทธาในวิชาชีพและมีจิตอาสาในการอุทิศตนเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาและประเทศชาติ
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มีโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และโรงเรียนเครือข่ายในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี ที่ควรได้รับการพัฒนาสมรรถนะครูสู่ความเป็นนักนวัตกรทางการศึกษา โดยใช้หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนักนวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และมีคุณลักษณะของ Strong Teacher จำนวน 66 ชั่วโมง โดยจำแนกเป็นหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 18 ชั่วโมง หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนักนวัตกรของครูพี่เลี้ยง จำนวน 18 ชั่วโมง และหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 30 ชั่วโมง ในการนี้คณะครุศาสตร์ จึงจัดทำโครงการพัฒนานวัตกรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้สมรรถนะเป็นฐาน และใช้ PTRU Model (Professional Teacher of Rajabhat University) ในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาตามกลุ่มเป้าหมายข้างต้น
1. เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้มีความเป็นนักนวัตกรทางการศึกษา
2. เพื่อพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยง ศิษย์เก่า และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้มีความเป็นนักนวัตกรทางการศึกษา และมีลักษณะของ Strong Teacher ตามรูปแบบฐานสมรรถนะ PTRU Model
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | นักศึกษาสาขาวิชาชีพครู | โพไร่หวาน | เมืองเพชรบุรี | เพชรบุรี |
| 2 | ครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ | โพไร่หวาน | เมืองเพชรบุรี | เพชรบุรี |
| 3 | ครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ | ประจวบคีรีขันธ์ | เมืองประจวบคีรีขันธ์ | ประจวบคีรีขันธ์ |
| 4 | ผู้บริหารของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ | โพไร่หวาน | เมืองเพชรบุรี | เพชรบุรี |
| 5 | ผู้บริหารของโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ | ประจวบคีรีขันธ์ | เมืองประจวบคีรีขันธ์ | ประจวบคีรีขันธ์ |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 1) 11 พ.ย. 2567 - 13 พ.ย. 2567กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
การศึกษาเรียนรู้รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
1. การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอน การวิจัยช่วยให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงวิธีการสอน
2. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การวิจัยช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เด็กในครอบครัวยากจนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น
3. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการศึกษา เช่น การเรียนการสอนทางไกล การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย
4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยช่วยให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาการศึกษาในระยะยาว
5. การปรับตัวและการแก้ไขปัญหา การวิจัยช่วยให้สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับตัวในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการเรียนการสอนทางไกลและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
109,580.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 2) 21 ธ.ค. 2567 - 12 ก.พ. 2568กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1. ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน
2. การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของครูและครูพี่เลี้ยง (18 ชั่วโมง)
3. การนิเทศติดตามผลการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
การศึกษาเรียนรู้รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
1. การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอน การวิจัยช่วยให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงวิธีการสอน
2. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การวิจัยช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เด็กในครอบครัวยากจนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น
3. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการศึกษา เช่น การเรียนการสอนทางไกล การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย
4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยช่วยให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาการศึกษาในระยะยาว
5. การปรับตัวและการแก้ไขปัญหา การวิจัยช่วยให้สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับตัวในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการเรียนการสอนทางไกลและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
226,140.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 1) 1 พ.ย. 2567 - 10 ธ.ค. 2567กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1. ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน
2. การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะนวัตกรของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู (30 ชั่วโมง)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
การศึกษาเรียนรู้รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
4. การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอน การวิจัยช่วยให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงวิธีการสอน
5. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การวิจัยช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงการศึกษาออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เด็กในครอบครัวยากจนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น
6. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการศึกษา เช่น การเรียนการสอนทางไกล การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย
7. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยช่วยให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลและผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาการศึกษาในระยะยาว
8. การปรับตัวและการแก้ไขปัญหา การวิจัยช่วยให้สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับตัวในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการเรียนการสอนทางไกลและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
242,144.00 บาท / Baht1. ผู้บริหารที่เข้าร่วมกิจกรรมมีภารกิจที่โรงเรียนบางช่วง/บางวัน ทำให้ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มที่
2. คณะทำงานไม่ได้ให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูเตรียมโน๊ตบุ้คหรืออุปกรณ์สำหรับทำกิจกรรม
3. วันที่จัดกิจกรรมไม่มีความต่อเนื่องกัน 3 วัน และจัดกิจกรรมในวันหยุดซึ่งครูบางส่วนมีภารกิจที่โรงเรียน (อยู่ไม่ครบกิจกรรม)
4. ห้องประชุมไม่สามารถรองรับนักศึกษาพร้อมกันได้ในห้องเดียว
5. นักศึกษาบางกลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เช่น สาขาวิชาภาษาจีนยังไม่เดินทางกลับจากการแลกเปลี่ยน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
6. วันที่จัดกิจกรรมไม่มีความต่อเนื่องกัน 3 วัน (มีการเว้นเนื่องจากวันที่ 9 ธันวาคม 2567 เป็นวันเรียนปกติ)
7. เป็นกิจกรรมที่จัดใกล้เคียงกับมหกรรมอาเซียนสัมพันธ์ ทำให้บางห้องประชุมที่จองไว้ใช้ในการซักซ้อมการแสดงพิธีปิด
1. ให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีภารกิจนัดหมายกับวิทยากรประจำกลุ่มในการส่งใบกิจกรรมเพื่อขอรับการประเมินสมรรถนะรายกรณี
2. พูดคุยกับนักศึกษาถึงความจำเป็นในการจัดกิจกรรม
3. ปรับแผนกิจกรรมเพื่อขอใช้ห้องประชุมที่สามารถใช้ได้
4. เพิ่มจำนวนวิทยากรเพื่อให้สามารถแบ่งเป็น 3 ห้องประชุมได้
5. จัดกิจกรรมให้นักศึกษาภายหลังจากที่นักศึกษาเดินทางกลับประเทศไทย
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) หลักสูตรในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง/ครูประจำการ และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยรวมไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง | 60 ชั่วโมง | 66 ชั่วโมง | |
| 2) สถานศึกษามีนวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน มีคุณภาพอยู่ในระดับดีขึ้นไป | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 100 | |
| 3) ผู้บริหารสถานศึกษา ครูพี่เลี้ยง/ครูประจำการ และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพมีลักษณะของ strong teacher | ร้อยละ 60 | ร้อยละ 100 |