เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Park) คือ พื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ส่วนบุคคลที่มีความมืดของท้องฟ้าในเวลากลางคืนอยู่ในระดับที่สามารถสังเกตเห็นวัตถุบนท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กลุ่มดาว หรือทางช้างเผือกได้ด้วยตาเปล่า โดยการใช้แสงสว่างอย่างเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศ และการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รณรงค์ให้ประชาชนใช้แสงสว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดและส่งผลเสียน้อยที่สุด เพื่ออนุรักษ์ท้องฟ้ายามค่ำคืนภายใต้ชื่อ “Dark Sky in Thailand” หรือ “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย” โดยมีเงื่อนไขว่าสถานที่นั้นต้องสามารถสังเกตเห็นดวงดาวในเวลากลางคืนได้อย่างชัดเจน ซึ่งในประเทศไทยมีทั้งอุทยานท้องฟ้ามืด ชุมชนอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคล เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ชานเมือง โดยสามารถจัดบริการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กิจกรรมดาราศาสตร์ และการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด ทำให้เกิดการจ้างงาน และเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน
วิทยาเขตโป่งสลอดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่และแหล่งกำเนิดแสงสว่างจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะมีท้องฟ้าที่มืดมิดและเหมาะสมสำหรับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งที่เหมาะสมกิจกรรมทางดาราศาสตร์ รวมถึงมีบุคคลากรที่มีศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับดาราศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นในทางการศึกษา หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถจัดตั้งหลักสูตรและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับอวกาศ อีกทั้งสามารถเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านดาราศาสตร์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน
การนำวิทยาเขตโป่งสลอดให้เข้าสู่การขึ้นทะเบียนเขตอนุรักษ์ฟ้ามืด นับเป็นการลงทุนที่สำคัญยิ่งต่ออนาคตของทั้งมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะสูญหายไป แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาและการวิจัยที่เป็นเอกลักษณ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอีกด้วย ซึ่งในการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ใช้เวลาโดยประมาณ 2 ปี ในปีที่ 2 นี้ เป็นการจัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ฟ้ามืด เพื่อพัฒนากาเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ของนักเรียนในจังหวัดเพชรบุรีอย่างต่อเนื่อง
1. พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และค้นคว้าวิจัยทางด้านดาราศาสตร์
2. สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนและสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย
3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | โรงเรียนบ้านบ่อบุญ | ไร่สะท้อน | บ้านลาด | เพชรบุรี |
| 2 | โรงเรียนบ้านโป่งสลอด | หนองกะปุ | บ้านลาด | เพชรบุรี |
| 3 | โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ฝ่ายประถมศึกษา | นาวุ้ง | เมืองเพชรบุรี | เพชรบุรี |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 4) 21 ส.ค. 2569 - 21 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
1. จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 50 คน
2. ผู้ที่มีความสนใจในด้านดาราศาสตร์ จำนวน 70 คนวิธีการดำเนินงาน (Process)
1. สำรวจความต้องการในการเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ของโรงเรียนในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี
2. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ การถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้า แก่นักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงหรือผู้ที่สนใจ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ในด้านดาราศาสตร์
3. จัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์ อาทิ เช่น การสังเกตปรากฏการณ์ฝนดาวตก จันทรุปราคา ดาวเรียงเด่นต่างๆ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการสังเกตการณ์
4. สรุปและจัดทำรายงานผลการดำเนินกิจกรรมทั้งในส่วนของการอบรม และการฝึกปฏิบัติการภาคสนาม
และประเมินผลหลังเสร็จสิ้นโครงการ โดยประเมินผลตามตัวชี้วัดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่กำหนดไว้
5. นำผลสรุปและประเมินผลการดำเนินกิจกรรมไปปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อไปผลผลิต (Output)
จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดทักษะ/สมรรถนะและนำไปใช้ประโยชน์ และ จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่บริการที่เข้าร่วมการยกระดับคุณภาพการศึกษา:
ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่โรงเรียนทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้แก่
1.โรงเรียนวัดบ่อบุญ จำนวน 52 คน
2.โรงเรียนบ้านโป่งสลอด จำนวน 18 คน
3.โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ฝ่ายประถมศึกษา จำนวน 25 คน
จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ได้รับการพัฒนา:
ดำเนินการอบรมมัคคุเทศน์น้อยดาราศาสตร์ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งสลอด จำนวน 18 คน
ผู้ที่มีความสนใจในด้านดาราศาสตร์:
จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ 2 กิจกรรม ได้แก้ กิจกรรมดูจันทรุปราคาเต็มดวง และดูดาวพฤหัสบดีใกล้โลก 70 คน
ผลลัพธ์ (Outcome)
องค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์และการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์/องค์ความรู้ในการจัดการความรู้ด้านการท่องเที่ยว
นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจได้รับความรู้และแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
ด้านการศึกษา: นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจได้รับความรู้และแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ด้านสังคม: เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับครูผู้สอนและโรงเรียนในพื้นที่
ด้านสิ่งแวดล้อม: เกิดแนวทางการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดและลดมลภาวะทางแสง (Light Pollution)
ด้านเศรษฐกิจ: เกิดศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้านดาราศาสตร์ที่สร้างรายได้ให้ชุมชนและมหาวิทยาลัย
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
51,000.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 4) 15 พ.ย. 2568 - 15 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
1. จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 50 คน
2. ผู้ที่มีความสนใจในด้านดาราศาสตร์ จำนวน 70 คนวิธีการดำเนินงาน (Process)
1. ให้นักศึกษาดำเนินการช่วยสำรวจพื้นที่ ถ่ายภาพ เก็บข้อมูลเชิงแสง วิทยาเขตโป่งสลอด จัดเตรียมเอกสารเพื่อขอรับการประเมิน
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
16,000.00 บาท / Bahtตามแผนโครงการกำหนดเป้าหมายไว้ว่า จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 50–70 คน มีชุมชน/หมู่บ้านได้รับการพัฒนา 1 แห่ง โรงเรียนขนาดเล็กเข้าร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา 1 แห่ง เกิดเครือข่ายร่วมพัฒนา 1 เครือข่าย และวิทยาเขตโป่งสลอดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
- การจัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์ต้องอาศัยสภาพอากาศและปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่เหมาะสม ณ ช่วงเวลานั้นๆ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกำหนดการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพอากาศอยู่เสมอ
-ในการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ฟ้ามืดต้องใช้เอกสารในการดำเนินงานหลายส่วนที่ต้องได้รับจากส่วนกลางของมหาวิทยาลัย ทำให้การดำเนินงานไม่แล้วเสร็จ เช่น แผนที่ ฉโนดที่ดิน ฯลฯ
- ควรวางแผนสำรองช่วงเวลาจัดกิจกรรมให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับสภาพอากาศ
- ภายหลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดแล้ว ควรมีแผนดูแลรักษาสถานะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
- ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนและชุมชนเพิ่มเติม พัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ที่ยั่งยืน
- จัดหลักสูตร/กิจกรรมด้านดาราศาสตร์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) จำนวนโรงเรียนที่ได้รับการพัฒนา | 61 โรงเรียน | 0 โรงเรียน | |
| 2) จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่บริการที่เข้าร่วมการยกระดับคุณภาพการศึกษา | 50 โรงเรียน | 3 โรงเรียน | ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่โรงเรียนทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดบ่อบุญ จำนวน 52 คน 2.โรงเรียนบ้านโป่งสลอด จำนวน 18 คน 3.โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ฝ่ายประถมศึกษา จำนวน 25 คน |
| 3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 76 หมู่บ้าน | 0 หมู่บ้าน | |
| 4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 0 ชุมชน | 1 ชุมชน | ดำเนินการอบรมมัคคุเทศน์น้อยดาราศาสตร์ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งสลอด จำนวน 18 คน |
| 5) จำนวนนวัตกรรมติดอาวุธทางปัญญาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน | 44 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 6) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | ร้อยละ 41 | ร้อยละ 0 | |
| 7) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 0 เท่า | |
| 8) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 113 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 9) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 9 เครือข่าย | 0 เครือข่าย | |
| 10) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา | 4,519 คน | 0 คน | |
| 11) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการเกิดทักษะ/สมรรถนะการจัดการเรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ | 1,069 คน | 95 คน | ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่โรงเรียนทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดบ่อบุญ จำนวน 52 คน 2.โรงเรียนบ้านโป่งสลอด จำนวน 18 คน 3.โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ฝ่ายประถมศึกษา จำนวน 25 คน |
| 12) จำนวนนวัตกรทางการศึกษาที่ได้รับการพัฒนา | 300 คน | 0 คน | |
| 13) จำนวนโรงเรียนต้นแบบเชิงพื้นที่ที่มีการขับเคลื่อนให้นักเรียนมีความฉลาดรู้ (PISA) ตามคุณลักษณะ 4 ประการ โดยใช้ PTRU Model | 6 โรงเรียน | 0 โรงเรียน | |
| 14) จำนวนนวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างคุณลักษณะ 4 ประการ | 1 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 15) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 |