ชื่อกิจกรรม

พัฒนาทักษะชีวิตด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมของนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : การพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม เพื่อเพิ่มสมรรถนะผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ (P4.2-Soft Skills)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ ดร.เมธาวิน สาระยาน - สำนักงานอธิการบดี
2. นายกิตติภพ รักษาราษฎร์ กองพัฒนานักศึกษา สำนักงานอธิการบดี
3. อาจารย์ ดร.อนุวัฒน์ รักญาติ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
4. อาจารย์กฤดิ วรรณไชย - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
5. อาจารย์ ดร.ฐณัฐา ลาภเลิศ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
6. อาจารย์ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
7. อาจารย์ ดร.สุภาพร อรุณะวงศา - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
8. อาจารย์ศรัญญู จันทร์วงศ์ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
9. นายนรินทร เทียนไชย - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
10. นางสาวพัชรพร เชิญชม - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
11. นางสาวกุลยา โพธิ์ทอง - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
12. นางสาวนันทนา แสงอรุณ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
13. นางสาวกมลทิพย์ บุศย์เลิศ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
14. นายณภัทร ภิญญธนาบัตร - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
หลักและเหตุผล

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีพันธกิจสำคัญในการผลิตบัณฑิตเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการสร้างผู้เรียนให้มีความรู้ควบคู่กับทักษะปฏิบัติจริง สามารถบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งมีพันธกิจด้านการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านอาหาร การท่องเที่ยว การบริการ และการเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้วยเหตุนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี

ปัญหายุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคสำคัญ เช่น โรคไข้เลือดออก ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับชุมชน แนวทางการควบคุมยุงลายโดยใช้สารเคมี แม้จะให้ผลในระยะสั้น แต่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับแนวคิดความปลอดภัยทางอาหาร สุขภาพ และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สอดคล้องโดยตรงกับศาสตร์ของวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ

การดำเนินโครงการนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาให้เรียนรู้ผ่านกระบวนการ “วิศวกรสังคม” โดยให้นักศึกษาเป็นแกนกลางในการลงพื้นที่ วิเคราะห์ปัญหา ออกแบบกิจกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และร่วมสร้างนวัตกรรมการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรเพื่อป้องกันกำจัดยุงลายในชุมชน กระบวนการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสารกับชุมชน และการประยุกต์องค์ความรู้ด้านอาหาร สมุนไพร และบริการสุขภาพสู่การปฏิบัติจริง อันจะนำไปสู่การผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะสูง และสามารถเป็น “นักวิศวกรสังคม” ที่ตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ ให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเชิงพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม

2. เพื่อให้นักศึกษาสามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านการใช้สมุนไพร ผนวกกับการบริการด้านสุขภาพ ไปใช้ในการออกแบบกิจกรรมป้องกันและควบคุมยุงลายในชุมชน

3. เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Experiential Learning) แก่นักศึกษา ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชน

พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง คลองกระแชง เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 2) 11 ก.พ. 2569 - 25 มี.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ประชากรในชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง เพชรบุรี จำนวน 40 คน

นักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ จำนวน 60 คน


วิธีการดำเนินงาน (Process)

การเตรียมความพร้อมและสร้างการเรียนรู้

1. สำรวจและวางแผน (นักศึกษา)

- ลงพื้นที่สำรวจปัญหาการระบาดของยุงลายในชุมชน

2. วิจัยและพัฒนาสูตรตำรับสมุนไพร (นักศึกษา)

- นักศึกษาและชาวบ้านทดลองผสมสูตรสำหรับทำสเปรย์

- จัดทำสื่อการสอน (Infographic หรือ VDO) ที่เข้าใจง่าย

3. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (นักศึกษา + ชุมชน)

- จัด Workshop ให้ความรู้เรื่องวงจรชีวิตยุงลายและสรรพคุณของการใช้พืชสมุนไพร

- สาธิตการทำผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยร่วมกับชาวบ้าน

4. แจกจ่ายผลิตภัณฑ์ต้นแบบและเริ่มทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ (ชุมชน)

- แจกจ่ายผลิตภัณฑ์ตั้งต้น (Starter Product) ให้แต่ละครัวเรือนนำไปใช้จริง

การติดตามผลและถอดบทเรียน (Monitoring & Evaluation)

5. การติดตามผลในพื้นที่ (Follow-up)

- นักศึกษา ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อดูการใช้งานจริง

- เก็บข้อมูลปัญหา อุปสรรค และการปรับปรุงสูตรตำหรับ (เช่น กลิ่นจางไวไป หรือการแพ้ระคายเคือง)

6. ประเมินผลสัมฤทธิ์ (Assessment)

- ทำแบบสำรวจความพึงพอใจและอัตราการถูกยุงกัด

7. สรุปผลและส่งมอบความยั่งยืน (Closing)

-นักศึกษาสรุปรายงานเล่มสมบูรณ์และจัดทำคู่มือสูตรตำหรับสมุนไพรทิ้งไว้ให้แก่ชุมชน


ผลผลิต (Output)

นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการและผ่านกระบวนการวิศวกรสังคมครบทุกขั้นตอน ได้แก่ การเข้าใจปัญหา การวางแผน การลงพื้นที่ปฏิบัติจริง และการประเมินผล มีจำนวนทั้งสิ้น 71 คน เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 60 คน ในส่วนของผลิตภัณฑ์จากกระบวนการเรียนรู้ นักศึกษาสามารถคิดค้นและพัฒนา สูตรสเปรย์ไล่ยุงจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่ผสมผสานระหว่างตะไคร้หอมและลาเวนเดอร์ได้สำเร็จจำนวน 1 สูตร และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จริงได้จำนวน 80 ชิ้นเพื่อนำไปมอบให้กับชุมชนเป้าหมาย

 

นอกจากนี้ โครงการยังผลิต สื่อประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ ครบทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ คลิปวิดีโอสั้นในรูปแบบ Reels และ TikTok อินโฟกราฟิกให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกและวิธีป้องกัน และฉลากผลิตภัณฑ์ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในย่านชุมชนเมืองเก่า รวมถึงดำเนินการจัด Workshop ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสเปรย์สมุนไพร ให้กับสมาชิกชุมชนจำนวน 43 คน ณ ชุมชนคลองกระแชง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 คน

 

ด้านการติดตามและประเมินผล โครงการได้จัดทำ รายงานประเมินผลครบ 2 ฉบับ ได้แก่ รายงานดัชนีความสุขมวลรวมชุมชน (GVH) และรายงานผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกที่โครงการสร้างให้กับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม


ผลลัพธ์ (Outcome)

ระยะสั้น (Short-term Outcome)

ด้านนักศึกษา

  • นักศึกษามีคะแนนทักษะปฏิบัติ (After) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 27.4 (จาก 69.55 → 88.64 คะแนน)
  • นักศึกษาไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 มีพัฒนาการด้านทักษะชีวิต ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การประสานงาน และการสร้างนวัตกรรม

ด้านชุมชน

  • ผู้เข้าร่วมมีคะแนนความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 22.8 (จาก 14.55 → 17.86 คะแนน)
  • ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อสื่อและกิจกรรมในระดับมากที่สุด ร้อยละ 72–84
  • ชุมชนสามารถผลิตสเปรย์ไล่ยุงจากสมุนไพรใช้เองได้ ลดการพึ่งพาสารเคมี

ระยะกลาง (Intermediate Outcome)

  • ครัวเรือนในชุมชนลดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขอนามัยอย่างยั่งยืน
  • เกิดความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชนที่ดีขึ้น (ร้อยละ 73.8 ประเมินว่าดีมาก)
  • ดัชนีความสุขมวลรวมชุมชน (GVH) อยู่ที่ 8.7 จาก 10

ระยะยาว (Long-term Outcome)

  • ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชงมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น อัตราการระบาดของโรคไข้เลือดออกลดลงอย่างยั่งยืน
  • นักศึกษาเติบโตเป็น นักวิศวกรสังคม ที่สามารถลงพื้นที่แก้ปัญหาชุมชนได้จริง
  • ต่อยอดสูตรสเปรย์สมุนไพรสู่ วิสาหกิจชุมชน (ช่วงราคา 0–50 บาท) สร้างรายได้แก่ชุมชน
  • ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ไม่น้อยกว่า 2 เท่า

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

- ด้านเศรษฐกิจ: ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจากการซื้อสเปรย์กำจัดยุงเชิงพาณิชย์ และได้ข้อมูลเชิงลึกด้านราคาผลิตภัณฑ์ชุมชน (ร้อยละ 47.6 เห็นว่าราคาที่เหมาะสมคือ 0-50 บาท) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลต่อยอดธุรกิจชุมชน

- ด้านสังคมวัฒนธรรม: เกิดความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีขึ้นระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน (ร้อยละ 73.8 ประเมินว่าดีมาก) และดัชนีความสุขมวลรวมชุมชน (GVH) เฉลี่ย 8.7 จาก 10

- ด้านสิ่งแวดล้อม: ลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย (ภาชนะน้ำขัง) ในครัวเรือน และลดการใช้สารเคมีกำจัดแมลงด้วยผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรธรรมชาติ

- ด้านการศึกษา: นักศึกษาได้พัฒนาทักษะวิศวกรสังคม ทักษะการผลิตสื่อ และทักษะการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยคะแนนความรู้และทักษะปฏิบัติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

50,000.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม

1. (ผลิตภัณฑ์) สเปรย์ไล่ยุงจากสารสกัดสมุนไพรธรรมชาติ


โครงการพัฒนาทักษะชีวิตด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมของนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคม 2569 ณ ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยใช้งบประมาณ 50,000 บาท มีนักศึกษาเข้าร่วมทั้งสิ้น 71 คน จาก 4 สาขาวิชา เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 60 คน คิดเป็นร้อยละ 118.3 และมีสมาชิกชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม 43 คน เกินเป้าหมายที่ 40 คน โดยโครงการบรรลุตัวชี้วัดทุกรายการทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการทดสอบความรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออกของชุมชนเพิ่มขึ้นจากคะแนนเฉลี่ย 14.55 เป็น 17.86 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 22.8 และผลการประเมินทักษะปฏิบัติการผลิตสเปรย์สมุนไพรเพิ่มขึ้นจาก 69.55 เป็น 88.64 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 27.4 นอกจากนี้ ชุมชนมีความพึงพอใจต่อสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในระดับมากที่สุด ร้อยละ 72–84 และดัชนีความสุขมวลรวมชุมชน (GVH) อยู่ที่ระดับเฉลี่ย 8.7 จาก 10 สะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถพัฒนาทักษะวิศวกรสังคมของนักศึกษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการประสานงาน และทักษะการสร้างนวัตกรรม ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ



การดำเนินโครงการพบปัญหาและอุปสรรคในหลายด้าน กล่าวคือ กลุ่มเป้าหมายในชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุถึงร้อยละ 39.53 ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อดิจิทัล เช่น คลิปวิดีโอในรูปแบบ Reels และ TikTok ทำให้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งสภาพอาคารเก่าในย่านชุมชนมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและเข้าถึงได้ยาก ส่งผลให้การสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายของนักศึกษาไม่ครบถ้วนในบางจุด นอกจากนี้ กรอบเวลาดำเนินโครงการเพียง 4 เดือน ยังไม่เพียงพอต่อการติดตามประเมินผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะการวัดผลลัพธ์ด้านการลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่ต้องอาศัยระยะเวลาสังเกตการณ์ที่ยาวนานกว่า ในส่วนของการดำเนินงานภายใน พบว่าตัวชี้วัดเชิงคุณภาพบางรายการ เช่น ร้อยละนักศึกษาที่พัฒนาทักษะชีวิตครบทั้ง 4 ด้าน และผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ยังไม่ได้รับการรายงานผลอย่างครบถ้วน รวมทั้งการบูรณาการกิจกรรมโครงการกับรายวิชาในหลักสูตรยังขาดความชัดเจนเป็นรูปธรรม


เพื่อให้โครงการเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีข้อเสนอแนะดังนี้ ในระยะสั้น ควรออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์แบบหลายช่องทาง (Multi-channel) โดยเพิ่มสัดส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่และการสาธิตสดที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้สูงอายุ ควบคู่กับสื่อดิจิทัลสำหรับกลุ่มวัยทำงาน พร้อมทั้งจัดทำแผนที่จุดเสี่ยงแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชนร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อให้การสำรวจในครั้งต่อไปมีความครบถ้วนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ในระยะกลาง ควรวิจัยและพัฒนาสูตรสเปรย์สมุนไพรให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สื่อถึงอัตลักษณ์เมืองเพชรบุรีเพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน และพัฒนาแกนนำสุขภาพชุมชนเพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังและถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการ ในระยะยาว มหาวิทยาลัยควรบรรจุโครงการวิศวกรสังคมเชิงพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาในหลักสูตร จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการวิจัยต่อเนื่อง และขยายเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อเสริมศักยภาพการขยายผลโครงการสู่ระดับนโยบายอย่างยั่งยืน

ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 10 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน ดำเนินการในชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2) จำนวนนวัตกรรมติดอาวุธทางปัญญาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน 10 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม พัฒนานวัตกรรมสเปรย์ไล่ยุงจากสารสกัดสมุนไพรธรรมชาติ (ผลิตได้ 80 ชิ้น)
3) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดทักษะ/สมรรถนะและนำไปใช้ประโยชน์ 500 คน 43 คน มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมและนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ 43 คน
4) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 41 ร้อยละ 87 ดัชนีความสุขมวลรวมของชุมชน (GVH) เฉลี่ยอยู่ที่ 8.7 จาก 10 คะแนน
5) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 2 เท่า มีการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุนตามเป้าหมาย
6) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม สเปรย์ไล่ยุงจากน้ำมันหอมระเหยพืชสมุนไพร (ตะไคร้หอมและลาเวนเดอร์)
7) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง
8) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 1 ชุมชน ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง
9) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 7 เครือข่าย 1 เครือข่าย ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง (วัดพลับพลาชัย) และคณะกรรมการชุมชน
10) จำนวนประชากรในท้องถิ่นได้รับการพัฒนา 4,519 คน 43 คน ประชาชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการทำสเปรย์สมุนไพรไล่ยุง
11) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 0 ชุมชน 1 ชุมชน ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง
12) จำนวนชุมชนในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม 10 ชุมชน 1 ชุมชน ชุมชนย่านเมืองเก่าคลองกระแชง
13) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 27 คะแนนความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8 และคะแนนทักษะปฏิบัติเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.4