ชื่อกิจกรรม

เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน โดยการแปรรูปเป็นดินพร้อมปลูก

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ส่งเสริมการเรียนรู้สู่ชุมชน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (P3.2-Climate Change)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (ด้านการวิจัย)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ ดร.ไกรฤกษ์ ทวีเชื้อ สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล
วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมักเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการด้วยเหตุผลที่ว่าวัสดุนั้น ๆ มีคุณค่าทางด้านเศรษกิจต่ำ เกินไป ซึ่งในความเป็นจริงหากมีการจัดการที่ถูกต้องวัสดุนั้นสามารถสร้างมูลค่าให้สูงขึ้นได้ ในทางตรงกันข้ามถ้ามีการ จัดการที่ไม่เหมาะสมจะก่อปัญหาอื่นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางดิน น้ำ และอากาศ ที่ผ่านมามีแนวทางในการ ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมีหลายแนวทาง เช่น การพัฒนาแผ่นไม้ปาร์ติเกิลจากต้นกัญชง (วนารัตน์ และคณะ, 2562) การนำต้นตาลที่เลิกให้ผลผลิตมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จากไม้ตาล (ธัชพล ภัทรจริยา, 2561) และวัสดุปิด ผิว พร้อมเพิ่มลูกเล่นให้สวยงามด้วยการดึงลวดลายที่โดดเด่นของตาลออกมาโชว์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การนำมา ผลิตเป็นพลังงานชีวมวล (พงษ์ศักดิ์ อยู่มั่น, 2556) ปุ๋ยหมัก (ปิยะรัตน์ ทองธานี, 2561) และนำมาเป็นวัสดุปลูก (สามารถ ใจเตี้ย, 2565) เป็นต้น อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอีก เป็นจำนวนมาก โดยที่ผ่านมาพบว่าวัสดุเหลือทิ้งที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเผาทำลายเพื่อเตรียม พื้นที่สำหรับทำการเกษตรครั้งถัดไปเพราะวิธีกำจัดที่ง่าย รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนมากที่สุด ส่งผลให้เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มาพร้อมกับการเผาดังกล่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสร้าง ผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นข้อกังวลของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของวัสดุเหลือทิ้งทาง การเกษตรแล้ว มีความเป็นไปได้สำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ที่นอกจากจะเป็นการหาทางเพิ่มมูลค่าให้กับบรรดา ส่วนเกินทางการเกษตรแล้ว ยังช่วยลดภาระจากการเผาทำลายที่เป็นต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 อีกด้วย จังหวัดเพชรบุรีมีศักยภาพที่โดดเด่นในด้านเกษตรกรรมและมีต้นตาลที่นับเป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์โดย พื้นที่เพื่อการเกษตรมีจำนวนมากถึง 822,630 ไร่ (คิดเป็น 21.14% ของพื้นที่ทั้งจังหวัด) พื้นที่ดังกล่าวจำแนกเป็น พื้นที่ทำนา ทำไร่ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นและพื้นที่ทำการเกษตรอื่นๆ ในส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ภาค การเกษตรมีมูลค่า 9,949 ล้านบาท (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี, 2567 มีปลูกพืชทั้งหมด 97 ชนิด โดยพืชที่มีการปลูกมากที่สุดคือข้าวนาปีโดยมีพืชในกลุ่มพืชไร่และพืชสวนเป็นพืชที่นิยมปลูกรองลงมา (เข้าถึงจาก https://www.opsmoac.go.th/phetchaburi-dwl-files-461991791897) จากข้อมูลที่กล่าวมาบ่งชี้ว่าภาคการเกษตรของจังหวัดเพชรบุรีมีความสำคัญอย่าง อย่างไรก็ตามปัญหาวัสดุ เหลือทิ้งทางการเกษตรในจังหวัดเพชรบุรีย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้บริหาร จังหวัดได้มีมาตรการเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและปัญหาอื่นตามมาทั้งสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ของประเทศ เร่งผลักดันส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกรให้หยุดการเผาทุกชนิดในพื้นที่ทำเกษตร ลดปัญหา การเผา สร้างความรู้ ความเข้าใจ และให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา โดยให้นำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนการเผา โดยการจัดโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ลด PM2.5 นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรใช้ประโยชน์ลด การใช้สารเคมี ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุ นใน การผลิตใน อำเภอเขาย้อย บ้ านลาดและท่ ายาง (https://www.dailynews.co.th/news/1969679/) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและต้องการขานรับนโยบายเพื่อเป็น การลด PM2.5 และนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตามที่ได้มีแนวคิดและได้ดำเนินกิจกรรมการ ผลิตวัสดุดินพร้อมปลูกจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในจังหวัดเพชรบุรีผ่านกระบวนการหมัก (Production of Soil Amendment from Agricultural Wastes in Phetchaburi Province by Composting Process) ใ น ปีงบประมาณ 2567 โดยนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรคือฟางข้าว ใบอ้อย ใบไม้และเปลือกตาลนำมาผ่าน กระบวนการหมักร่วมกับมูลวัวซึ่งเป็นแหล่งไนโตรเจนและแบคทีเรียเพื่อผลิตเป็นดินพร้อมปลูก ได้ผลการดำเนินงาน เป็นที่น่าพอใจโดยได้ผลิตภัณฑ์เป็นดินพร้อมปลูกในชื่อ DINDEE PBRU อย่างไรก็ตามคณะผู้วิจัยเห็นว่าถ่ายทอด ความรู้นี้ไปสู่ชุมชน ทั้งนี้เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งนอกเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย รักษาคุณภาพดินแล้วยังเป็น การช่วยลดปัญหาการเผาซึ่งก่อปัญหามลพิษ PM2.5
วัตถุประสงค์
1. เพื่อลดปริมาณขยะจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึงลดการเผาและลดฝุ่น PM2.5
2. เพื่อนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาทำเป็นดินพร้อมปลูกที่มีคุณภาพสำหรับใช้ในครัวเรือนด้านการเกษตร
3. เป็นต้นแบบเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงนำไปประยุกต์ต่อยอดในพื้นที่ของตัวเอง
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ชุมชนตำบลสองพี่น้อง สองพี่น้อง แก่งกระจาน เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 5 ก.ค. 2569 - 31 ส.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยการแปรรูปเป็นดินพร้อมปลูก

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. พบปะกับชุมชนเพื่อรับฟัง ปัญหา รวมถึงหารือถึงวัสดุ ในพื้นที่จะนำมาทำดินพร้อม ปลูก
2.เตรียมความพร้อมพื้นที่ อุปกรณ์ และของเหลือทิ้ง ทางการเกษตรการสร้างดินพร้อมปลูก จ ากว ัส ด ุเห ล ือ ทิ ้ง ท า ง การเกษตร สาธิตแบบมีส่วน ร่ว ม โด ย วั ส ดุ เห ลื อ ทิ้ ง เหล่านั้นได้แก่ ฟางข้าว ใบ พืชมูลสัตว์ ดินร่วน และ เปลือกตาล มาหมักโดยกอง เป็นชั้น ๆ พรมน้ำให้ชุ่ม จากนั้นหมักเป็นเวลาไม่น้อย กว่า 2 เดือน
3.พลิกกลับ เกลี่ยกอง เก็บ ดินพร้อมปลูกสำหรับรอการ ใช้งาน พร้อมทั้งส่งตรวจ วิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหาร หลักและธาตุอาหารรอง
4. ประชุมผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อสรุปและจัดทำรายงาน การศึกษา

ผลผลิต (Output)

1. สูตรและวิธีผลิตดินพร้อมปลูกจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีในพื้นที่ จำนวน 1 สูตร

2. ดินพร้อมปลูกใช้งานที่ได้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีในพื้นที่

3. จำนวนชุมชนที่ร่วมกิจกรรม (1 ชุมชน)


ผลลัพธ์ (Outcome)

1. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ สามารถทำดินพร้อมปลูกด้วยตัวเองได้หลังจบโครงการ
2. ดินพร้อมปลูกใช้งานที่ได้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีในพื้นที่อุดมไปด้วยธาตุอาหารหลักและรอง
3. รายวิชาที่นำข้อมูลการศึกษามาบูรณาการกับการเรียนการสอน
4. ความสุขมวลรวม (GVH) ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ผลกระทบ (Impact)


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ         

การนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในพื้นที่มาแปรรูปเป็นดินพร้อมปลูกช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่เดิมอาจถูกทิ้งหรือกำจัดโดยการเผา และสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปใช้ทดแทนการซื้อวัสดุปลูกหรือปุ๋ยบางส่วน ส่งผลให้มีโอกาสลดค่าใช้จ่ายด้านการเกษตรของครัวเรือน นอกจากนี้ หากมีการผลิตในปริมาณที่เหมาะสม ยังสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

ด้านสังคม         

โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนผ่านกิจกรรมการสาธิตและการเรียนรู้กระบวนการผลิตดินพร้อมปลูก โดยมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 30 คนสามารถผลิตดินพร้อมปลูกด้วยตนเองหลังสิ้นสุดโครงการ องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถถ่ายทอดต่อไปยังสมาชิกในครัวเรือนและชุมชนใกล้เคียงได้

ด้านสิ่งแวดล้อม         

โครงการช่วยส่งเสริมการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะฟางข้าว ใบพืช มูลสัตว์ และเปลือกตาล แทนการทิ้งหรือเผาทำลาย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้ง ลดการเผา และลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังส่งเสริมแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์

ด้านการศึกษา         

โครงการก่อให้เกิดองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริงที่สามารถนำไปบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอน โดยโครงการกำหนดเป้าหมายให้นำข้อมูลจากการดำเนินงานไปบูรณาการกับรายวิชาอย่างน้อย 2 วิชา รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและชุมชนใกล้เคียงในการนำกระบวนการผลิตดินพร้อมปลูกไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

124,753.66 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 23 ก.ย. 2569 - 23 ก.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษา จำนวน 10 คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.ลงพื้นที่ และช่วยดำเนินการเตรียมสถานที่ฝีก และติดตามการเปลี่ยนแปลงของกองดินเพาะปลูกสำเร็จรูป
 

ผลผลิต (Output)

นักศึกษาจ้างงานมีรายได้

ผลลัพธ์ (Outcome)


ผลกระทบ (Impact)


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

40,200.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม




          โครงการสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายหลักในการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มาใช้ประโยชน์โดยการแปรรูปเป็นดินพร้อมปลูก ซึ่งเป็นแนวทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและลดปัญหาการจัดการวัสดุเหลือทิ้งที่ไม่เหมาะสม โดยกระบวนการดำเนินงานประกอบด้วยการคัดเลือกและเตรียมวัสดุ การจัดเตรียมส่วนผสม การกองหมัก การควบคุมความชื้น และการดูแลกระบวนการหมักจนได้วัสดุสำหรับนำไปใช้เป็นดินพร้อมปลูก ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในโครงการ

          นอกจากนี้ โครงการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้และกระบวนการผลิตดินพร้อมปลูกไปประยุกต์ใช้ในระดับครัวเรือนและชุมชนได้ อันจะช่วยลดการทิ้งหรือเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และเพิ่มโอกาสในการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

ในด้านผลผลิตของโครงการ ได้กำหนดเป้าหมายให้เกิดองค์ความรู้หรือวิธีการผลิตดินพร้อมปลูกจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในพื้นที่อย่างน้อย 1 วิธี/สูตร และผลิตดินพร้อมปลูกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่น้อยกว่า 7 ตัน รวมทั้งมีชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างน้อย 1 ชุมชน ขณะเดียวกันยังมุ่งให้ผู้เข้าร่วมสามารถผลิตดินพร้อมปลูกได้ด้วยตนเอง และสามารถนำองค์ความรู้ไปบูรณาการกับการเรียนการสอนได้อย่างน้อย 2 รายวิชา

          ดังนั้น ความสำเร็จตามเป้าหมายหลักของโครงการจึงครอบคลุมทั้งด้านการจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในท้องถิ่น การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน และการสร้างต้นแบบการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต



1. การนัดหมายและการมีส่วนร่วมของชุมชนเนื่องจากสมาชิกในชุมชนมีภารกิจและช่วงเวลาว่างที่แตกต่างกัน ทำให้การนัดหมายเพื่อดำเนินกิจกรรมและการรวมกลุ่มเพื่อเรียนรู้หรือฝึกปฏิบัติร่วมกันในบางช่วงทำได้ไม่พร้อมกัน

2. ระยะเวลาในการเห็นผลของโครงการกระบวนการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นดินพร้อมปลูกต้องใช้ระยะเวลาในการหมักและการปรับสภาพวัสดุ รวมทั้งผลลัพธ์บางด้าน เช่น การลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้ง การลดการเผา และการเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชุมชน จำเป็นต้องใช้เวลาในการติดตามและประเมินผล จึงอาจไม่สามารถเห็นผลสำเร็จได้อย่างชัดเจนภายในระยะเวลาดำเนินโครงการ



1. การปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาของชุมชน          ในการดำเนินงานระยะต่อไป ควรมีการวางแผนและประสานงานกับชุมชนล่วงหน้า รวมทั้งกำหนดวันและเวลาการจัดกิจกรรมให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับช่วงเวลาว่างของสมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

2. การติดตามผลอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการ          เนื่องจากผลสำเร็จของโครงการบางด้านต้องใช้เวลาในการแสดงผล ควรมีการติดตามการนำความรู้และกระบวนการผลิตดินพร้อมปลูกไปใช้จริงในระดับครัวเรือนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินการลดวัสดุเหลือทิ้ง การลดการเผา การลดต้นทุนด้านวัสดุสำหรับการเพาะปลูก และประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนในระยะยาว

3. การพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลสู่ชุมชนอื่น          ควรพัฒนาองค์ความรู้และกระบวนการผลิตดินพร้อมปลูกให้เป็นรูปแบบที่ชุมชนสามารถปฏิบัติได้ง่าย พร้อมจัดทำสื่อหรือแนวทางการผลิตที่สามารถนำไปใช้ทบทวนได้ด้วยตนเอง เพื่อให้ชุมชนสามารถดำเนินการต่อได้หลังสิ้นสุดโครงการ และสามารถนำรูปแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับชุมชนหรือพื้นที่อื่นที่มีวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในลักษณะใกล้เคียงกัน


ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 40 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน หมู่บ้านสองพี่น้องภายใต้การนำของผู้นำชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยการแปรรูปเป็นพร้อมปลูก (บรรลุ)
2) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 1 ชุมชน 0 ชุมชน
3) จำนวนนวัตกรรมเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือ Climate Change 5 นวัตกรรม 0 นวัตกรรม
4) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 670 คน 30 คน มีผู้ตอบรับเข้าร่วมจำนวน 30 คน (บรรลุ)
5) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 1 แห่ง 0 แห่ง
6) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม อยู่ระหว่างกระบวนการหมักสร้างเป็นดินพร้อมปลูก ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน (ไม่บรรลุ)
7) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม 41 ร้อยละ 0 ร้อยละ อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล (ไม่บรรลุ)
8) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 0 เท่า อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล (ไม่บรรลุ)
9) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 0 หมู่บ้าน
10) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 0 ชุมชน
11) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 26 เครือข่าย 1 เครือข่าย สามารถสร้างเครือข่ายได้จำนวน 1 เครือข่าย (บรรลุ)
12) จำนวนชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 44 แห่ง 0 แห่ง
13) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0
14) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 0 คน