ชื่อกิจกรรม

การยกระดับรายได้กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ยกระดับสินค้าเกษตร อาหารด้วยองค์ความรู้ BCG และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน (P1.1-BCG Model)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ทรงศักดิ์ ธรรมจำร้ส รองคณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร
2. อาจารย์ ดร.จุฑามาศ ทะแกล้วพันธุ์ สาขาวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะเทคโนโลยีการเกษตร
หลักและเหตุผล

แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (2561-2580)  มีเป้าหมายที่สำคัญในการยกระดับการเกษตรทั้งเชิงปริมาณและมูลค่า การขับเคลื่อนเกษตรอาหารปลอดภัย การสนับสนุนให้เกษตรกรนำนวัตกรรมทางเกษตรเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จังหวัดเพชรบุรีมีแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2561-2565 ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและเติบโตจากฐานการเกษตรแบบครบวงจรโดยส่งเสริมอาหารปลอดภัยและมีคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมมาช่วยในการผลิต สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน เสริมสร้างความมั่นคง ทางการเกษตร เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดในการแข่งขันและการส่งออก จากข้อมูลจังหวัดเพชรบุรีพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทำการเกษตรเป็นอาชีพหลัก

จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ทำนาเกลือทะเล จำนวน 36,000 ไร่ มีผลผลิตประมาณ 400,000-80,000 ตันต่อปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2562) และเป็นแหล่งใหญ่ในการค้าเกลือทะเลมาตั้งแต่สมัยโบราณ การจำแนกคุณภาพของเกลือทะเลในตลาดค้าเกลือจะขึ้นอยู่กับสีของเม็ดเกลือที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงจะซื้อขายกัน แต่เดิมเกลือเม็ดถูกแบ่งเกรดโดยจำแนกตามสีได้ 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 เม็ดเกลือมีสีขาวมาก ชาวนาเกลือจะเรียกว่า เกลือคัด เป็นเกลือเกรด 1 ถือว่าเป็นเกลือที่มีการปนเปื้อนของตะกอนดินน้อยที่สุดหรือแทบไม่มี เม็ดเกลือมีขนาดใหญ่ มักมีลักษณะสีขาวใส นิยมนำไปใช้บริโภคหรือประกอบอาหารโดยตรง ส่วนใหญ่ได้จากการเก็บเกลือครั้งแรกของฤดูกาล ปัจจุบันเกลือที่ได้จากนาที่ปูพื้นด้วยผ้ายางพลาสติกก็สามารถทำเกลือชนิดนี้ได้แต่ถึงแม้จะมีสีขาวจัด ก็มักจะมีขนาดเม็ดเล็กเพราะจำนวนวันที่ทิ้งไว้เพื่อให้เกลือก่อผลึกมีระยะเวลาสั้น เกลือเกรด 2 เกลือขาว เป็นเกลือเม็ดใหญ่ แต่มีสีขาวรองลงมา หากเป็นเกลือที่ผลิตโดยกรรมวิธีดั้งเดิมคือนาดิน จะนิยมประเภทนี้ว่าเป็นเกลือขาวดอกมะลิหรือสีขาวนวล ผลึกทึบแสง อาจจะพบการปนเปื้อนของตะกอนดินน้อย เกลือเกรด 3 เป็นเกลือที่มีสีขาวคล้ำลงมากว่าเกรด 2 เล็กน้อย อาจมีตะกอนดินปนอยู่บ้าง นิยมนำไปใช้บริโภคหรือประกอบอาหารถนอมอาหารประเภทหมักดอง และใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และเกลือเกรด 4 เกลือดำ เป็นเกลือที่ ชาวนาเกลือเรียกว่า เกลือก้นกองหรือเกลือสวนมักจะพบได้เมื่อเก็บเกลือในครั้งที่ 2-3 ของฤดูกาล เม็ดจะมีสีออกขาวนวลปนน้ำตาล นิยมนำไปใช้เติมน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา หรือปรับสภาพดินในสวนผลไม้ ดังนั้น การแบ่งประเภทเกลือทะเลที่มีมาแต่โบราณเพื่อนำไปใช้งานอาจจะใช้การสังเกตสีและการคัดผลึก ส่วนการจำแนกเกลือเพื่อการซื้อขายจะใช้การประเมินสีด้วยสายตาของพ่อค้าจากประสบการณ์กะเกณฑ์ ซึ่งอาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนและมีความเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับประสบการณ์และสายตาของพ่อค้าแต่ละคน การพัฒนาระบบการผลิตเพื่อให้เกลือทะเลมีคุณภาพด้วยมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับการทำนาเกลือทะเล (มกษ. 9055-2562) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องเกลือทะเลธรรมชาติ (มกษ. 8402-2562) และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับการทำนาเกลือทะเล (มกษ. 9055-2562) เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและใช้เป็นเกณฑ์ในการซื้อขายเกลือทะเลธรรมชาติ สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และเพื่อให้เกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการผลิตและแปรรูปเกลือทะเลตลอดห่วงโซ่การผลิตมีการปฏิบัติที่ดีเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อ ความก้าวหน้าผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเล ปี 2564/2565 (ข้อมูล ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565) มีจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนรวม 7 จังหวัด (สมุทรสาคร เพชรบุรี สมุทรสงคราม ปัตตานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจันทบุรี) จำนวน 597 ครัวเรือน 941 แปลง เนื้อที่ 19,041.27 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 82.57 เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนในปีการผลิต 2563/2564 (สยามออนไลน์นิวส์, 2565. https://www.siamhotlinenews.com/52239/) การตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล (มกษ. 9055-2562) ในปีงบประมาณ 2565 โดยมีเกษตรกรที่มายื่นขอรับการรับรองแล้วจำนวน 25 ราย 50 แปลง พื้นที่ 1,461.22 ไร่ ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการรับรองตาม มกษ. 9055 แล้วจำนวน 6 ราย ได้แก่ จ.สมุทรสาคร 2 ราย จ.สมุทรสงคราม 3 ราย และจันทบุรี 1 ราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการ (ข้อมูล ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565)  ขี้แดดนาเกลือเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการทำนาเกลือ  เกิดจากสาหร่าย ตะไคร่น้ำ และจุลินทรีย์ขนาดเล็กๆ ที่มากับน้ำฝนและน้ำกร่อยที่อยู่ในนาเกลือ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการทำนาเกลือ เนื่องจากเกษตรต้องเสียเวลาและแรงงานในการขุดลอกขี้แดดนาเกลือออกทิ้งเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำนาเกลือ และยังต้องจัดหาพื้นที่สำหรับกองขี้แดดนาเกลือ  การนำขี้แดดนาเกลือซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการทำนาเกลือมาเพิ่มมูลค่าโดยนำมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดผสมสารชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกลือทะเลแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเล

2. เพื่อยกระดับรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเล 

พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี บ้านแหลม บ้านแหลม เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย
ผลการดำเนินกิจกรรม









ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 41 ร้อยละ 0
2) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 0 เท่า
3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 19 หมู่บ้าน 10 หมู่บ้าน
4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 0 ชุมชน 1 ชุมชน
5) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ 5 กลุ่ม 0 กลุ่ม
6) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ 190 ครัวเรือน 0 ครัวเรือน
7) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ 510 คน 20 คน
8) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น 4 คน 0 คน
9) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น 1 กลุ่ม 0 กลุ่ม
10) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น 2 คน 0 คน
11) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ 25 ผลิตภัณฑ์ 1 ผลิตภัณฑ์
12) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก 25 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม
13) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม
14) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 ร้อยละ 0
15) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 2 แห่ง 0 แห่ง
16) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 10 หมู่บ้าน
17) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 1 ชุมชน
18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 15,000 บาท/ปี 0 บาท/ปี
19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 315 ครัวเรือน/ปี 20 ครัวเรือน/ปี
20) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 34 เครือข่าย 0 เครือข่าย
21) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0
22) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 20 คน