ชื่อกิจกรรม

พัฒนาผลิตภัณฑ์สับปะรดอบแห้งและสับปะรดผงจากสับปะรดตกเกรด บ้านรวมไทย

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ยกระดับสินค้าเกษตร อาหารด้วยองค์ความรู้ BCG และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน (P1.1-BCG Model)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ ดร.ศิริวรรณ แดงฉำ่ สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชสมัยใหม่ คณะเทคโนโลยีการเกษตร
หลักและเหตุผล

บ้านรวมไทย ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเป็น 1 ใน 30 หมู่บ้านตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนอย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่ มีการทำเกษตรปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยพืชหลักคือสับปะรด และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ชุมชนเตรียมไว้ เช่น การทำผลิตภัณฑ์เอนกประสงค์ และของใช้จากกระดาษใยสับปะรด การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ บ้านรวมไทยมีความพร้อมด้านสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ เช่น ทุ่งหญ้า ขนาด 1,500 ไร่ ของกรมปศุสัตว์ จุดชมวิว ลานกางเต็นท์ในพื้นที่ของหน่วยห้วยสำโรง การชมช้างป่าและสัตว์ป่าในพื้นที่ผืนป่าของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จนได้รับสมญานามว่าเป็น "ซาฟารีแห่งเมืองไทย" นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงไส้เดือน การเลี้ยงแพะ การผลิตใบหม่อน เป็นต้น รวมถึงมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่อง

ในอดีต ชุมชนบ้านรวมไทยประกอบอาชีพการเกษตร ทำไร่ ทำสวน โดยส่วนใหญ่นั้นทำการปลูกพืชเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลส่งเสริม เช่น สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย หรือสับปะรดโรงงาน เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่รองรับปริมาณผลผลิตอยู่แล้ว และมีการขนส่งที่ไม่ไกลมาก จึงมีการปลูกสับประรดพันธุ์ปัตตาเวียหรือสับปะรดโรงงานเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาชุมชนต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ สภาพอากาศร้อน ทำให้ผลผลิตสับปะรดที่ได้มีคุณภาพลดลง (ตกเกรด) ไม่สามารถส่งเข้าโรงงานแปรรูปได้  โดยส่วนหนึ่งมีการแปรรูปเองในชุมชนผ่านการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และอีกส่วนหนึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตร จากการปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าโรงงาน เปลี่ยนเป็นปลูกสับปะรดรับประทานผลสด ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่า หรือเพิ่มรายได้จากด้านอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว เนื่องจากบ้านรวมไทยมีพื้นที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

ที่ผ่านมา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้ดำเนินกิจกรรมด้านยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับชุมชนบ้านรวมไทยมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการส่งเสริมความรักสามัคคี และกิจกรรมพัฒนาชุมชนต้นแบบ “น่าอยู่ น่ากิน น่าเที่ยว" การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสินค้าในชุมชน เช่น น้ำพริกเผากล้วยน้ำว้า และน้ำสับปะรดไซเดอร์ มีงานวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าจากสับปะรดที่ไม่สามารถส่งเข้าโรงงานได้ เช่น เครื่องสำอางจากสับปะรด เครื่องดื่มน้ำสับปะรดคั้นสด สับปะรดกวน ไซรัปสับปะรด ทองพับสับปะรด รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนบ้านรวมไทย ภายใต้เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคกลาง (วช.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 อีกด้วย 

จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์จากสับปะรดดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น คณะทำงานและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสับปะรดบ้านรวมไทย จึงมีแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาได้นาน และสะดวกในการบริโภค เช่น สับปะรดอบแห้ง และสับปะรดผงพร้อมดื่ม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสับปะรดตกเกรดในชุมชนต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสับปะรดตกเกรดบ้านรวมไทย

2. เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดบ้านรวมไทย

พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ศูนย์วิจัยชุมชนบ้านรวมไทย หมู่ 7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หาดขาม กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 1 ต.ค. 2568 - 30 ก.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

1. ศูนย์วิจัยชุมชนบ้านรวมไทย หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

2. เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด และกลุ่มผู้สนใจทั่วไป


วิธีการดำเนินงาน (Process)

วางแผน
1. การจัดประชุม ทำความเข้าใจร่วมกับชุมชนในการดำเนินกิจกรรม
ดำเนินการ
1. ศึกษาวิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สับปะรดอบแห้งและสับปะรดผง
2. พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสับปะรดตกเกรด จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์

3. การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการทดสอบตลาด (เบื้องต้น) ของผลิตภัณฑ์ที่ได้

4. อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ได้

5. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบออนไซด์และออนไลน์

3. สรุปผลการดำเนินงาน

สรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรมโดยผู้รับผิดชอบกิจกรรมและชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

4. นำผลประเมินไปปรับปรุง

นำผลการประเมินที่ได้ไปรับปรุงสำหรับการจัดกิจกรรมในปีถัดไป

 


ผลผลิต (Output)

1. ผลิตภัณฑ์จากสับปะรดตกเกรด อย่างน้อย 2 ผลิตภัณฑ์
2. คู่มือการผลิตสับปะรดอบแห้งและสับปะรดผง
 

ผลลัพธ์ (Outcome)

รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้น

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ
รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10
ด้านสังคม
ชุมชนเกิดการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง
ด้านสิ่งแวดล้อม
ปริมาณสัปะรดตกเกรด/เหลือทิ้งได้นำมาใช้ประโยชน์ ลดการสะสมขยะอินทรีย์ที่อาจก่อให้มลภาวะต่าง ๆ
ด้านศึกษาการเรียนรู้
บูรณาการเรียนการสอนกับรายวิชาการผลิตไม้ผล
 
 

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

71,797.40 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 3 ก.ค. 2569 - 3 ก.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

คนนักศึกษาทุกชั้นปีที่ต้องการทำงานระหว่างเรียน  5  คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. จ้างนักศึกษาปฏิบัติงาน

ผลผลิต (Output)

-

ผลลัพธ์ (Outcome)

-

ผลกระทบ (Impact)


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

-

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

14,700.00 บาท / Baht

ผลการดำเนินกิจกรรม









ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 41 ร้อยละ 0
2) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 0 เท่า
3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 19 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน
4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 0 ชุมชน 1 ชุมชน
5) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ 5 กลุ่ม 0 กลุ่ม
6) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ 190 ครัวเรือน 20 ครัวเรือน
7) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ 510 คน 20 คน
8) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น 4 คน 0 คน
9) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น 1 กลุ่ม 0 กลุ่ม
10) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น 2 คน 0 คน
11) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ 25 ผลิตภัณฑ์ 0 ผลิตภัณฑ์
12) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก 25 นวัตกรรม 2 นวัตกรรม
13) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 2 นวัตกรรม
14) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 ร้อยละ 0
15) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 2 แห่ง 0 แห่ง
16) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 0 หมู่บ้าน
17) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 1 ชุมชน
18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 15,000 บาท/ปี 0 บาท/ปี
19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 315 ครัวเรือน/ปี 0 ครัวเรือน/ปี
20) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 34 เครือข่าย 0 เครือข่าย
21) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0
22) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 20 คน