บ้านรวมไทย ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเป็น 1 ใน 30 หมู่บ้านตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนอย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่ มีการทำเกษตรปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยพืชหลักคือสับปะรด และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ชุมชนเตรียมไว้ เช่น การทำผลิตภัณฑ์เอนกประสงค์ และของใช้จากกระดาษใยสับปะรด การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ บ้านรวมไทยมีความพร้อมด้านสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ เช่น ทุ่งหญ้า ขนาด 1,500 ไร่ ของกรมปศุสัตว์ จุดชมวิว ลานกางเต็นท์ในพื้นที่ของหน่วยห้วยสำโรง การชมช้างป่าและสัตว์ป่าในพื้นที่ผืนป่าของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จนได้รับสมญานามว่าเป็น "ซาฟารีแห่งเมืองไทย" นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงไส้เดือน การเลี้ยงแพะ การผลิตใบหม่อน เป็นต้น รวมถึงมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่อง
ในอดีต ชุมชนบ้านรวมไทยประกอบอาชีพการเกษตร ทำไร่ ทำสวน โดยส่วนใหญ่นั้นทำการปลูกพืชเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลส่งเสริม เช่น สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย หรือสับปะรดโรงงาน เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่รองรับปริมาณผลผลิตอยู่แล้ว และมีการขนส่งที่ไม่ไกลมาก จึงมีการปลูกสับประรดพันธุ์ปัตตาเวียหรือสับปะรดโรงงานเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาชุมชนต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ สภาพอากาศร้อน ทำให้ผลผลิตสับปะรดที่ได้มีคุณภาพลดลง (ตกเกรด) ไม่สามารถส่งเข้าโรงงานแปรรูปได้ โดยส่วนหนึ่งมีการแปรรูปเองในชุมชนผ่านการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และอีกส่วนหนึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตร จากการปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าโรงงาน เปลี่ยนเป็นปลูกสับปะรดรับประทานผลสด ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่า หรือเพิ่มรายได้จากด้านอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว เนื่องจากบ้านรวมไทยมีพื้นที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ที่ผ่านมา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้ดำเนินกิจกรรมด้านยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับชุมชนบ้านรวมไทยมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการส่งเสริมความรักสามัคคี และกิจกรรมพัฒนาชุมชนต้นแบบ “น่าอยู่ น่ากิน น่าเที่ยว" การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสินค้าในชุมชน เช่น น้ำพริกเผากล้วยน้ำว้า และน้ำสับปะรดไซเดอร์ มีงานวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าจากสับปะรดที่ไม่สามารถส่งเข้าโรงงานได้ เช่น เครื่องสำอางจากสับปะรด เครื่องดื่มน้ำสับปะรดคั้นสด สับปะรดกวน ไซรัปสับปะรด ทองพับสับปะรด รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนบ้านรวมไทย ภายใต้เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคกลาง (วช.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 อีกด้วย
จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์จากสับปะรดดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น คณะทำงานและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสับปะรดบ้านรวมไทย จึงมีแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาได้นาน และสะดวกในการบริโภค เช่น สับปะรดอบแห้ง และสับปะรดผงพร้อมดื่ม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสับปะรดตกเกรดในชุมชนต่อไป
1. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสับปะรดตกเกรดบ้านรวมไทย
2. เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดบ้านรวมไทย
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ศูนย์วิจัยชุมชนบ้านรวมไทย หมู่ 7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ | หาดขาม | กุยบุรี | ประจวบคีรีขันธ์ |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 1 ต.ค. 2568 - 30 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
1. ศูนย์วิจัยชุมชนบ้านรวมไทย หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
2. เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด และกลุ่มผู้สนใจทั่วไป
วิธีการดำเนินงาน (Process)
3. การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการทดสอบตลาด (เบื้องต้น) ของผลิตภัณฑ์ที่ได้
4. อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ได้
5. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบออนไซด์และออนไลน์
3. สรุปผลการดำเนินงาน
สรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรมโดยผู้รับผิดชอบกิจกรรมและชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรม
4. นำผลประเมินไปปรับปรุง
นำผลการประเมินที่ได้ไปรับปรุงสำหรับการจัดกิจกรรมในปีถัดไป
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
71,797.40 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 4) 3 ก.ค. 2569 - 3 ก.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
14,700.00 บาท / Baht| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | ร้อยละ 41 | ร้อยละ 0 | |
| 2) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 0 เท่า | |
| 3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 19 หมู่บ้าน | 1 หมู่บ้าน | |
| 4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 0 ชุมชน | 1 ชุมชน | |
| 5) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ | 5 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 6) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ | 190 ครัวเรือน | 20 ครัวเรือน | |
| 7) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ | 510 คน | 20 คน | |
| 8) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น | 4 คน | 0 คน | |
| 9) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น | 1 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 10) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น | 2 คน | 0 คน | |
| 11) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ | 25 ผลิตภัณฑ์ | 0 ผลิตภัณฑ์ | |
| 12) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก | 25 นวัตกรรม | 2 นวัตกรรม | |
| 13) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 113 นวัตกรรม | 2 นวัตกรรม | |
| 14) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น | ร้อยละ 10 | ร้อยละ 0 | |
| 15) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 2 แห่ง | 0 แห่ง | |
| 16) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 237 หมู่บ้าน | 0 หมู่บ้าน | |
| 17) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 5 ชุมชน | 1 ชุมชน | |
| 18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 15,000 บาท/ปี | 0 บาท/ปี | |
| 19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 315 ครัวเรือน/ปี | 0 ครัวเรือน/ปี | |
| 20) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 34 เครือข่าย | 0 เครือข่าย | |
| 21) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 22) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา | 4,519 คน | 20 คน |