ชื่อกิจกรรม

การสำรวจการคงอยู่และอนุรักษ์พริกพรานในชุมชนกะเหรี่ยงภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อปริมาณและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ส่งเสริมการเรียนรู้สู่ชุมชน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (P3.2-Climate Change)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (ด้านการพัฒนา)
ผู้ดำเนินงาน
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรางรัตน์ ง่วนชู สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประดิพันธ์ ทองแถม ณ อยุธยา สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิชัย ฤทธิ สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. อาจารย์ ดร.ญาณพัฒน์ พรมประสิทธิ์ สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
5. อาจารย์จันทนา ก่อนเก่า สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุษราคัม สิงห์ชัย สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7. อาจารย์วรรณา วัฒนา สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล

พริกพราน (Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC.) เป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญของคนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะถูกใส่ผสมเป็นเครื่องแกงในรายการอาหารมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างกะเหรี่ยงที่มีเมนูน้ำพริกกะทิ และไทยทรงดำที่จะใช้พริกพรานเกือบทุกเมนูอาหาร เช่น แจ่วด้าน แกงหยวก เป็นต้น นอกจากนี้ชาวไทยในภาคเหนือก็ยังนิยมรับประทานโดยมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า มะแขว่น ด้วยเช่นกัน (Wongkattiya et al., 2018) แต่พริกพรานที่เขาย้อยและภาคตะวันตกนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ามะแขว่นที่ใช้กันในภาคเหนือ และคล้ายกับหม่าล่าของชาวจีนเสฉวน แต่ความซ่านลิ้นจะน้อยกว่า พริกพรานจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ที่เปลือกของผล โดยเป็นกลุ่มของ sabinene และ terpinene เป็นหลัก ทำให้มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีรสชาติที่เผ็ดซ่าเฉพาะ

ในอดีตการเก็บพริกพรานต้องเดินเท้าเข้าป่าไปเป็นระยะทางไกล จึงมีชื่อเรียกว่า พริกพราน เพราะอยู่ในป่าลึกราวเข้าป่าหิมพานต์ (จิตติมา ผลเสวก, 2561) ในปัจจุบันมักมีการปลูกแทรกอยู่ตามไร่ตามสวน ปัจจุบันพริกพรานที่นำมาขายและใช้บริโภคในชุมชนนั้นจึงมีที่มาจากทั้งในป่าและพื้นที่ปลูก

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันด้วยสภาพสังคมและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประชากรของพริกพรานมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่น้อยลง แต่ในชุมชนที่เป็นผู้ปลูกยังไม่มีการประเมินหรือทราบถึงจำนวนการคงอยู่ของประชากรที่ชัดเจน ทำให้กระทบต่อการวางแผนบริหารจัดการและอนุรักษ์เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณที่บริโภคและจำหน่าย

ในชุมชนกะเหรี่ยงนั้นนอกจากนำพริกพรานมาบริโภคแล้วยังมีการนำไปทำน้ำมันหอมระเหยจากพริกพรานเพื่อใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดไทย เนื่องจากพริกพรานจะมีสรรพคุณในการต้านเชื้อจุลชีพ ลดเบาหวาน รักษาการอักเสบของผิวหนัง อาการปวดฟันและโรครูมาตอย (Lalitharani et al., 2010) การศึกษาเรื่องน้ำมันสกัดพริกพรานนั้นส่วนมากจะใช้ตัวอย่างวัตถุดิบจากภาคเหนือซึ่งอาจจะให้ผลที่แตกต่างกับวัตถุดิบจากภาคตะวันออก เนื่องจากลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของขนาดผลและเมล็ดของพริกพรานทั้งสองภาคนั้นแตกต่างกัน และนอกจากสาระสำคัญของพืชจะขึ้นอยู่กับชนิดของพืชเองแล้ว ปัจจัยทางอากาศ แสงแดด ความชื้นก็มีผลต่อสารเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การสกัดส่วนใหญ่มักจะใช้ทั้งผลหรือใช้เฉพาะเมล็ด (Theeramunkong & Utsintong, 2018) แต่ส่วนที่ชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคที่แท้จริงนั้นคือส่วนของเปลือกผล ซี่งมีการวิจัยโดยใช้เปลือกพริกพรานในประเทศอินเดียพบว่ามีสาร sabinene (28.63%), β-Phyllandrene (22.47%), α-Pinene (12.762%), 4-Terpineol (8.742%), γ-Terpinene (5.926%) and α-Elemene (3.342%) (Karanjalker et al., 2024) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีคุณค่าและสามารถไปต่อยอดทางอุตสาหกรรมได้ หากน้ำมันที่สกัดออกมาสามารถสร้างเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้ได้ง่ายขึ้นก็จะสามารถสร้างมูลค่าขึ้นได้ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปนอกจากมีผลแต่ต้นพันธุ์พริกพรานแล้วยังส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและปริมาณน้ำมันที่จะได้จากผลผลิตอีกด้วย ดังนั้นการวิเคราะห์หาปริมาณน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัดที่มีความเหมาะสมภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนี้จึงมีความสำคัญและส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากภายในชุมชน

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อสำรวจประชากรพริกพรานซึ่งเป็นพืชอาหารที่สำคัญของกะเหรี่ยงในชุมชนกะเหรี่ยง
  2. เพื่อวิเคราะห์ปริมาณและคุณสมบัติของน้ำมันสกัดจากพริกพราน
  3. เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรพืชท้องถิ่นของตนเองภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ชุมชนสองพี่น้อง สองพี่น้อง แก่งกระจาน เพชรบุรี
2 ชุมชนบ้านลิ้นช้าง ยางน้ำกลัดเหนือ หนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 15 ธ.ค. 2568 - 30 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

  1. ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.การสำรวจชุมชนและลงพื้นที่ทำความเข้าใจในความสำคัญของโครงการ กับกลุ่มชาวบ้านและผู้นำชุมชนถึงการลดลงของประชากร ปริมาณน้ำมันและคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไปที่ชุมชนสามารถสังเกตเห็นได้ พบปะผู้เพาะปลูกพริกพราน สำรวจจำนวนแปลงปลูกเบื้องต้น

2.สำรวจจำนวนพริกพรานในชุมชน ระบุพิกัดให้รหัสพรรณไม้ และเก็บข้อมูลพรรณไม้กับชาวบ้านและปราชญ์ชุมชน

ผลผลิต (Output)

1.การสำรวจประชากรพริกพราน: สำรวจพบต้นพริกพรานรวมทั้งสิ้น 57 ต้น ในพื้นที่หมู่บ้านสองพี่น้อง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
2.การจัดทำแผนที่และฐานข้อมูล: บันทึกพิกัดดาวเทียม (GPS), ความสูง, ความสูงยอด, ความกว้างทรงพุ่ม, เส้นรอบวง, เพศ และลักษณะพื้นที่ (ป่า/ปลูก)พร้อมจัดทำแผนที่การกระจายตัวของพริกพราน
3.การจำแนกทรงพุ่ม: สามารถจัดหมวดหมู่รูปแบบทรงพุ่มของต้นพริกพรานในพื้นที่ออกเป็น 6 รูปแบบ

ผลลัพธ์ (Outcome)

1ชุมชนกะเหรี่ยงและหมู่บ้านสองพี่น้องได้รับทราบจำนวน พิกัด และสถานภาพการคงอยู่ของต้นพริกพรานในพื้นที่อย่างชัดเจน 
2เกิดฐานข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้สำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงประชากรพริกพรานในอนาคต

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้
ศิลปวัฒนาธรรม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1.ด้านสิ่งแวดล้อม: ช่วยให้ชุมชนวางแผนดูแล บริหารจัดการ และฟื้นฟูทรัพยากรพริกพรานได้อย่างเหมาะสม ให้มีปริมาณสมดุลเพียงพอต่อการบริโภค [59–60, 79] รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้แก่ชาวบ้านถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พริกพรานมีจำนวนลดลง
2.ด้านเศรษฐกิจ: ชุมชนประเมินมูลค่า/ยินยอมจ่ายในการสำรวจจัดเก็บข้อมูลพริกพราน (300 บาท/ต้น มูลค่ารวม 17,100 บาท) ซึ่งนำไปสู่การวางแผนประเมินผลผลิตและการขยายพื้นที่ปลูกในอนาคต
3.ด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรม: เกิดความเข้มแข็งในชุมชนที่ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรพืชท้องถิ่น และช่วยสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับพริกพรานซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและพืชอาหารสำคัญของชาวกะเหรี่ยง 
4.ด้านการศึกษาเรียนรู้: ได้ข้อมูลสถานภาพทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่จริงเพื่อใช้อ้างอิงในการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์พืชท้องถิ่น

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

117,000.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 1 ม.ค. 2569 - 31 ส.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.วิเคราะห์ปริมาณน้ำมันที่ได้จากการสกัด วิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของน้ำมันที่สกัดได้

ผลผลิต (Output)

1.ปริมาณน้ำมันสกัด: ผลการสกัดน้ำมันจากเปลือกพริกพรานด้วยเครื่องสกัดคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤตยิ่งยวด (Supercritical CO₂ Extraction Machine) พบว่าเปลือกพริกพราน 100 กรัม ได้น้ำมันสกัดปริมาณ 0.2–3.0 กรัม [38–39]
2.คุณสมบัติทางเคมี/กายภาพ:
ค่ากรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid: FFA) เท่ากับ 6.56 (ใกล้เคียงกับน้ำมันรำข้าว)
ค่ากรด (Acid Value: A.V.) เท่ากับ 9.724
ค่าสะปอนนิฟิเคชัน (Saponification Value) เท่ากับ 62.645 [40–41]
ค่าเพอร์ออกไซด์ (Peroxide Value: PV) ไม่พบค่า แสดงว่าน้ำมันสกัดมีคุณภาพดี ไม่เกิดการหืน
3.นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ "น้ำมันนวดสมุนไพรจากเมล็ดพริกพราน" (ส่วนเหลือทิ้ง Zero Waste) จำนวน 1 นวัตกรรม โดยทดสอบคั่วเมล็ดพริกพรานกับน้ำมันปาล์ม และผสมส่วนประกอบสมุนไพร (พิมเสน, เมนทอล, การบูร, น้ำมันยูคาลิปตัส, น้ำมันระกำ) ซึ่งผ่านการทดสอบความคงสภาพแบบ Freeze-Thaw cycling แล้วพบว่าไม่เหม็นหืนและต้นทุนต่ำ

ผลลัพธ์ (Outcome)

1.เกิดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับคุณสมบัติและศักยภาพของน้ำมันสกัดจากพริกพราน
2.เกิดการจัดการขยะชีวมวลให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) โดยเปลี่ยนเมล็ดพริกพรานที่เคยถูกทิ้งขว้างให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าตามแนวทาง BCG Model

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้
ศิลปวัฒนาธรรม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ:
  • ครัวเรือนสามารถทำน้ำมันนวดใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริม (ขาย/ใช้เอง 1,200 ขวด/ปี คิดเป็นมูลค่าประหยัด/กำไร 96,000 บาท) [70, 80–81, 88–89]
  • ชาวบ้านมีรายได้จากการขายเมล็ดพริกพรานที่เคยทิ้ง (กิโลกรัมละ 100 บาท ปริมาณ 60 กก./ปี คิดเป็นเงิน 6,000 บาท)
ด้านสิ่งแวดล้อม: ลดปริมาณขยะและของเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยการนำวัตถุดิบมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด
ด้านการศึกษาเรียนรู้: รายงานคุณสมบัติทางเคมีและสารสำคัญ (เช่น limonene ที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ/ปวด) สามารถนำไปต่อยอดศึกษาวิจัยทางด้านอาหาร โภชนาการ หรือยาสมุนไพรในอนาคตได้
ด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรม: สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนเมื่อภูมิปัญญาสมุนไพรดั้งเดิมได้รับการพิสูจน์และยกระดับด้วยวิทยาศาสตร์

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

76,200.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 1 ก.ค. 2569 - 31 ส.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน


วิธีการดำเนินงาน (Process)

  1. ถ่ายทอดความรู้
ที่ได้จากโครงการเพื่อเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ สรุปผลการทำงาน วิเคราะห์ปัญหากับชุมชน

ผลผลิต (Output)

1.การจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้: จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ชุมชน ณ หมู่บ้านสองพี่น้อง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี (เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569) โดยมีชาวบ้านและคนในชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน
2.การถ่ายทอดฐานข้อมูลทรัพยากร: ถ่ายทอดผลการสำรวจประชากรพริกพรานที่พบในพื้นที่รวม 57 ต้น พร้อมคืนข้อมูลพิกัดดาวเทียมและแผนที่การกระจายตัวให้แก่ชุมชน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการทรัพยากร
3.องค์ความรู้และเทคโนโลยีการแปรรูป: ถ่ายทอดผลการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของน้ำมันสกัดพริกพราน และนำเสนอสูตรผลิตภัณฑ์นวัตกรรม "น้ำมันนวดสมุนไพรจากเมล็ดพริกพราน" ซึ่งเป็นการนำส่วนเมล็ดที่เคยเป็นของเหลือทิ้ง (Zero Waste) มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
4.การฝึกปฏิบัติทำผลิตภัณฑ์: จัดกระบวนการแบ่งกลุ่มชาวบ้านออกเป็น 3 กลุ่ม (กลุ่มละ 10 คน) โดยมีคณะวิทยากรและนักศึกษาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ชาวบ้านได้ลงมือปฏิบัติจริงในขั้นตอนการคั่วเมล็ดพริกพรานกับน้ำมันปาล์ม และการผสมสมุนไพร (พิมเสน, เมนทอล, การบูร, น้ำมันยูคาลิปตัส และน้ำมันระกำ) จนได้ผลิตภัณฑ์พร้อมบรรจุขวด

ผลลัพธ์ (Outcome)

1.เกิดความตระหนักรู้และการปรับตัว: ชาวบ้านผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 30 คน เกิดความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์จำนวนต้นพริกพรานที่ลดลงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเกิดทักษะการนำพืชท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อปรับตัวและสร้างความมั่นคงทางอาหาร/สมุนไพร
2.ทักษะการพึ่งพาตนเอง: ชาวบ้านเกิดความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพรานไว้ใช้เองในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่าย และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายเสริมรายได้
3.ระดับความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น: ผลการประเมินความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness: GVH) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 22 (จากเดิมก่อนเข้าร่วมโครงการอยู่ที่ร้อยละ 53 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 หลังเข้าร่วมโครงการ)
4.ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน: โครงการสร้างผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) คิดเป็นอัตราส่วน 2.3 เท่า

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้
ศิลปวัฒนาธรรม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

3.1 ด้านเศรษฐกิจ 
  • ลดรายจ่ายและสร้างรายได้เสริม: ครัวเรือนสามารถทำน้ำมันนวดใช้เองบรรเทาอาการปวดเมื่อยโดยไม่ต้องซื้อยาเคมี และทำจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม (คิดเป็นกำไร/การประหยัดค่าใช้จ่ายขวดละ 80 บาท ปริมาณ 1,200 ขวด/ปี รวมมูลค่า 96,000 บาท/ปี)
  • สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง (Zero Waste): ชาวบ้านสามารถขายเมล็ดพริกพรานที่เคยถูกทิ้งขว้างได้ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท (ปริมาณ 60 กิโลกรัม/ปี เป็นเงิน 6,000 บาท) ตามแนวทาง BCG Model
  • สร้างงานในท้องถิ่น: ช่วยให้คนในชุมชนมีอาชีพและรายได้ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองในระยะยาว และลดการย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมือง
3.2 ด้านสังคม 
  • สร้างความเข้มแข็งและเครือข่าย: เกิดการรวมกลุ่ม การมีส่วนร่วม และความผูกพันของสมาชิกในชุมชนผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน
  • ยกระดับสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต: สมาชิกในชุมชนมีความสุขและสบายใจมากขึ้น โดยระดับความสุขภาพรวมหลังทำกิจกรรมเปลี่ยนเป็นระดับ สุขมากที่สุด (ร้อยละ 65) และ สุขมาก (ร้อยละ 35)
3.3 ด้านสิ่งแวดล้อม 
  • การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน: ชุมชนใช้ข้อมูลแผนที่พิกัดพริกพรานในการวางแผนดูแล ฟื้นฟู และบริหารจัดการประชากรต้นพริกพรานในป่าและไร่หมุนเวียนให้มีปริมาณสมดุล
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเก็บเกี่ยว: ชุมชนตระหนักและยึดถือกระบวนการเก็บเกี่ยวเมล็ดพริกพรานแบบอนุรักษ์โดยไม่ทำลายต้นแม่
  • ลดขยะชีวมวล: ช่วยลดปริมาณขยะและของเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยการนำเมล็ดมาแปรรูปใช้ประโยชน์สูงสุด
3.4 ด้านการศึกษาเรียนรู้ 
  • ถ่ายทอดวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน: เกิดการบูรณาการงานวิจัยและการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย โดยนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องการสกัดและวิเคราะห์สารเคมีมาถ่ายทอดให้ชาวบ้านนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
  • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: ชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้ในการนำข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าพืชท้องถิ่น
3.5 ด้านศิลปวัฒนธรรม 
  • สร้างความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์: ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตและภูมิปัญญาพืชสมุนไพรดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง
  • สืบทอดและยกระดับภูมิปัญญา: ยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมด้วยการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทำให้เป็นที่ยอมรับและสร้างคุณค่าแก่คนภายนอกอย่างยั่งยืน

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

35,714.10 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 1 ม.ค. 2569 - 30 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษาทุกชั้นปีที่ต้องการทำงานระหว่างเรียน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.งานวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ: นักศึกษาลงมือปฏิบัติงานจริงในการสกัด วิเคราะห์ปริมาณน้ำมัน และทดสอบคุณสมบัติทางเคมีของน้ำมันพริกพราน
2.งานบริการวิชาการในลงพื้นที่ชุมชน: ลงพื้นที่หมู่บ้านสองพี่น้อง ร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากรประจำกลุ่มคอยดูแลและให้คำแนะนำชาวบ้านอย่างใกล้ชิดในการฝึกปฏิบัติทำน้ำมันนวดสมุนไพร
3.การบูรณาการกับการเรียนการสอน: นำการทำงานในโครงการไปเชื่อมโยงกับการเรียนในรายวิชา "โครงงานวิจัยทางชีววิทยา" เกิดเป็นโครงงานวิจัยของนักศึกษาร่วมกับอาจารย์ 2 หัวข้อ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดจากพริกพรานและการประเมินความพึงพอใจ และการศึกษาคุณลักษณะทางเคมีกายภาพของน้ำมันพริกพราน

ผลผลิต (Output)

1.การจ้างงานนักศึกษา: จ้างงานนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 6–8 คน เข้ามาร่วมปฏิบัติงานจริง ทั้งการลงพื้นที่สำรวจและงานวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
2.เกิดโครงงานวิจัยนักศึกษา: บูรณาการการเรียนการสอนจนเกิดโครงงานวิจัยทางชีววิทยาของนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกัน 2 โครงการ (การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดฯ และการศึกษาคุณลักษณะทางเคมีกายภาพฯ)

ผลลัพธ์ (Outcome)

1.นักศึกษาได้รับทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ การปฏิบัติการวิจัย และทักษะการบริการวิชาการแก่ชุมชน
2.ชาวบ้าน 30 คน เกิดทักษะความรู้ในการสกัดและทำน้ำมันนวดใช้เอง รวมทั้งเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
การศึกษาเรียนรู้
ศิลปวัฒนาธรรม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1.ด้านการศึกษาเรียนรู้: ผลิตนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ ตระหนักถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ และนำวิทยาศาสตร์มาใช้นวัตกรรมพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.ด้านเศรษฐกิจ: นักศึกษามีรายได้หมุนเวียนระหว่างเรียน (ค่าตอบแทนช่วยงานวิจัย 10,000 บาท/คน ตลอดโครงการ) และชาวบ้านนำความรู้ไปแปรรูปสร้างอาชีพเสริม เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก
3.ด้านสังคม: เกิดเครือข่ายและการมีส่วนร่วมภายในชุมชน ชุมชนมีความสุขและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น อีกทั้งช่วยสร้างงานในท้องถิ่น ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมือง
4.ด้านศิลปวัฒนธรรม: เกิดการบูรณาการองค์ความรู้สมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญากะเหรี่ยงโปว์ ทำให้เกิดการอนุรักษ์ สืบทอด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมรดกทางวัฒนธรรมพืชสมุนไพรอย่างยั่งยืน

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

68,400.00 บาท / Baht

ผลการดำเนินกิจกรรม






ในปีที่นี้ผลผลิตพริกพรานน้อย ทำให้วัตถุดิบที่นำมาใช้ในโครงการมีจำนวนน้อยลงไปด้วย ทำให้อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในการดำเนินงาน



ควรมีการพัฒนาเรื่องกลิ่นสูตรน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพรานเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีกลิ่นอ่อน ไม่โดดเด่น และควรทดสอบสูตรน้ำมันนวดทางด้านเคมีเพิ่มเติม

ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 40 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน หมู่บ้านสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีได้รับการสำรวจการคงอยู่ของพริกพรานและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ การลงทะเบียนจุดพิกัดของพริกพรานและแผนที่ในหมู่บ้าน ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณของน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพราน (บรรลุ)
2) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 1 ชุมชน 1 ชุมชน วิสาหกิจชุมชนอัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยงโปว์บ้านสองพี่น้องได้เข้าร่วมในกิจกรรมการสำรวจและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ การลงทะเบียนจุดพิกัดของพริกพรานและแผนที่ในหมู่บ้าน ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณของน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพราน (บรรลุ)
3) จำนวนนวัตกรรมเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือ Climate Change 5 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม พัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมโดยใช้วัตถุดิบพริกพรานที่เหลือทิ้ง เพื่อเป็น zero waste และสร้างรายได้แก่ชุมชน
4) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 670 คน 30 คน ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
5) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 1 แห่ง 0 แห่ง
6) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม ได้นวัตกรรมน้ำมันนวดจากเปลือกพริกพราน (บรรลุ)
7) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม 41 ร้อยละ 220 ร้อยละ รายงานการประเมินความสุขมวลรวม (GVH) ของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ
8) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 2 เท่า รายงานการประเมินผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน SROI
9) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 0 หมู่บ้าน
10) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 0 ชุมชน
11) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 26 เครือข่าย 0 เครือข่าย
12) จำนวนชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 44 แห่ง 0 แห่ง
13) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0
14) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 30 คน จะจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเดือน กรกฎาคม