พริกพราน (Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC.) เป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญของคนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะถูกใส่ผสมเป็นเครื่องแกงในรายการอาหารมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างกะเหรี่ยงที่มีเมนูน้ำพริกกะทิ และไทยทรงดำที่จะใช้พริกพรานเกือบทุกเมนูอาหาร เช่น แจ่วด้าน แกงหยวก เป็นต้น นอกจากนี้ชาวไทยในภาคเหนือก็ยังนิยมรับประทานโดยมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า มะแขว่น ด้วยเช่นกัน (Wongkattiya et al., 2018) แต่พริกพรานที่เขาย้อยและภาคตะวันตกนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ามะแขว่นที่ใช้กันในภาคเหนือ และคล้ายกับหม่าล่าของชาวจีนเสฉวน แต่ความซ่านลิ้นจะน้อยกว่า พริกพรานจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ที่เปลือกของผล โดยเป็นกลุ่มของ sabinene และ terpinene เป็นหลัก ทำให้มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีรสชาติที่เผ็ดซ่าเฉพาะ
ในอดีตการเก็บพริกพรานต้องเดินเท้าเข้าป่าไปเป็นระยะทางไกล จึงมีชื่อเรียกว่า พริกพราน เพราะอยู่ในป่าลึกราวเข้าป่าหิมพานต์ (จิตติมา ผลเสวก, 2561) ในปัจจุบันมักมีการปลูกแทรกอยู่ตามไร่ตามสวน ปัจจุบันพริกพรานที่นำมาขายและใช้บริโภคในชุมชนนั้นจึงมีที่มาจากทั้งในป่าและพื้นที่ปลูก
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันด้วยสภาพสังคมและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประชากรของพริกพรานมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่น้อยลง แต่ในชุมชนที่เป็นผู้ปลูกยังไม่มีการประเมินหรือทราบถึงจำนวนการคงอยู่ของประชากรที่ชัดเจน ทำให้กระทบต่อการวางแผนบริหารจัดการและอนุรักษ์เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณที่บริโภคและจำหน่าย
ในชุมชนกะเหรี่ยงนั้นนอกจากนำพริกพรานมาบริโภคแล้วยังมีการนำไปทำน้ำมันหอมระเหยจากพริกพรานเพื่อใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดไทย เนื่องจากพริกพรานจะมีสรรพคุณในการต้านเชื้อจุลชีพ ลดเบาหวาน รักษาการอักเสบของผิวหนัง อาการปวดฟันและโรครูมาตอย (Lalitharani et al., 2010) การศึกษาเรื่องน้ำมันสกัดพริกพรานนั้นส่วนมากจะใช้ตัวอย่างวัตถุดิบจากภาคเหนือซึ่งอาจจะให้ผลที่แตกต่างกับวัตถุดิบจากภาคตะวันออก เนื่องจากลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของขนาดผลและเมล็ดของพริกพรานทั้งสองภาคนั้นแตกต่างกัน และนอกจากสาระสำคัญของพืชจะขึ้นอยู่กับชนิดของพืชเองแล้ว ปัจจัยทางอากาศ แสงแดด ความชื้นก็มีผลต่อสารเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การสกัดส่วนใหญ่มักจะใช้ทั้งผลหรือใช้เฉพาะเมล็ด (Theeramunkong & Utsintong, 2018) แต่ส่วนที่ชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคที่แท้จริงนั้นคือส่วนของเปลือกผล ซี่งมีการวิจัยโดยใช้เปลือกพริกพรานในประเทศอินเดียพบว่ามีสาร sabinene (28.63%), β-Phyllandrene (22.47%), α-Pinene (12.762%), 4-Terpineol (8.742%), γ-Terpinene (5.926%) and α-Elemene (3.342%) (Karanjalker et al., 2024) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีคุณค่าและสามารถไปต่อยอดทางอุตสาหกรรมได้ หากน้ำมันที่สกัดออกมาสามารถสร้างเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้ได้ง่ายขึ้นก็จะสามารถสร้างมูลค่าขึ้นได้ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปนอกจากมีผลแต่ต้นพันธุ์พริกพรานแล้วยังส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและปริมาณน้ำมันที่จะได้จากผลผลิตอีกด้วย ดังนั้นการวิเคราะห์หาปริมาณน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัดที่มีความเหมาะสมภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนี้จึงมีความสำคัญและส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากภายในชุมชน
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมชนสองพี่น้อง | สองพี่น้อง | แก่งกระจาน | เพชรบุรี |
| 2 | ชุมชนบ้านลิ้นช้าง | ยางน้ำกลัดเหนือ | หนองหญ้าปล้อง | เพชรบุรี |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 15 ธ.ค. 2568 - 30 มิ.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1.การสำรวจชุมชนและลงพื้นที่ทำความเข้าใจในความสำคัญของโครงการ กับกลุ่มชาวบ้านและผู้นำชุมชนถึงการลดลงของประชากร ปริมาณน้ำมันและคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไปที่ชุมชนสามารถสังเกตเห็นได้ พบปะผู้เพาะปลูกพริกพราน สำรวจจำนวนแปลงปลูกเบื้องต้น
2.สำรวจจำนวนพริกพรานในชุมชน ระบุพิกัดให้รหัสพรรณไม้ และเก็บข้อมูลพรรณไม้กับชาวบ้านและปราชญ์ชุมชนผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
สังคมรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
82,000.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 1 ม.ค. 2569 - 30 มิ.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
31,427.60 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 4) 1 ก.ค. 2569 - 31 ส.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
สิ่งแวดล้อมรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
0.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 1 ม.ค. 2569 - 30 มิ.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
60,000.00 บาท / Baht| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 40 หมู่บ้าน | 1 หมู่บ้าน | หมู่บ้านสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีได้รับการสำรวจการคงอยู่ของพริกพรานและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ การลงทะเบียนจุดพิกัดของพริกพรานและแผนที่ในหมู่บ้าน ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณของน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพราน (บรรลุ) |
| 2) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 1 ชุมชน | 1 ชุมชน | วิสาหกิจชุมชนอัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยงโปว์บ้านสองพี่น้องได้เข้าร่วมในกิจกรรมการสำรวจและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ การลงทะเบียนจุดพิกัดของพริกพรานและแผนที่ในหมู่บ้าน ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณของน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพราน (บรรลุ) |
| 3) จำนวนนวัตกรรมเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือ Climate Change | 5 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 4) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | 670 คน | 0 คน | |
| 5) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 1 แห่ง | 0 แห่ง | |
| 6) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 113 นวัตกรรม | 1 นวัตกรรม | ได้นวัตกรรมน้ำมันนวดจากเปลือกพริกพราน (บรรลุ) |
| 7) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | 41 ร้อยละ | 10 ร้อยละ | จะทำการประเมินในกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่กำลังจะดำเนินการจัด |
| 8) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 2 เท่า | หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเดือน กรกฎาคมนี้ จะทำการประเมิน SROI ต่อไป |
| 9) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 237 หมู่บ้าน | 0 หมู่บ้าน | |
| 10) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 5 ชุมชน | 0 ชุมชน | |
| 11) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 26 เครือข่าย | 0 เครือข่าย | |
| 12) จำนวนชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | 44 แห่ง | 0 แห่ง | |
| 13) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 14) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา | 4,519 คน | 30 คน | จะจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเดือน กรกฎาคม |