ชื่อกิจกรรม

การสำรวจการคงอยู่และอนุรักษ์พริกพรานในชุมชนกะเหรี่ยงภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อปริมาณและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ส่งเสริมการเรียนรู้สู่ชุมชน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (P3.2-Climate Change)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (ด้านการพัฒนา)
ผู้ดำเนินงาน
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรางรัตน์ ง่วนชู สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประดิพันธ์ ทองแถม ณ อยุธยา สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิชัย ฤทธิ สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. อาจารย์ ดร.ญาณพัฒน์ พรมประสิทธิ์ สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
5. อาจารย์จันทนา ก่อนเก่า สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุษราคัม สิงห์ชัย สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7. อาจารย์วรรณา วัฒนา สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล

พริกพราน (Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC.) เป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญของคนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะถูกใส่ผสมเป็นเครื่องแกงในรายการอาหารมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างกะเหรี่ยงที่มีเมนูน้ำพริกกะทิ และไทยทรงดำที่จะใช้พริกพรานเกือบทุกเมนูอาหาร เช่น แจ่วด้าน แกงหยวก เป็นต้น นอกจากนี้ชาวไทยในภาคเหนือก็ยังนิยมรับประทานโดยมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า มะแขว่น ด้วยเช่นกัน (Wongkattiya et al., 2018) แต่พริกพรานที่เขาย้อยและภาคตะวันตกนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ามะแขว่นที่ใช้กันในภาคเหนือ และคล้ายกับหม่าล่าของชาวจีนเสฉวน แต่ความซ่านลิ้นจะน้อยกว่า พริกพรานจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ที่เปลือกของผล โดยเป็นกลุ่มของ sabinene และ terpinene เป็นหลัก ทำให้มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีรสชาติที่เผ็ดซ่าเฉพาะ

ในอดีตการเก็บพริกพรานต้องเดินเท้าเข้าป่าไปเป็นระยะทางไกล จึงมีชื่อเรียกว่า พริกพราน เพราะอยู่ในป่าลึกราวเข้าป่าหิมพานต์ (จิตติมา ผลเสวก, 2561) ในปัจจุบันมักมีการปลูกแทรกอยู่ตามไร่ตามสวน ปัจจุบันพริกพรานที่นำมาขายและใช้บริโภคในชุมชนนั้นจึงมีที่มาจากทั้งในป่าและพื้นที่ปลูก

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันด้วยสภาพสังคมและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ประชากรของพริกพรานมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่น้อยลง แต่ในชุมชนที่เป็นผู้ปลูกยังไม่มีการประเมินหรือทราบถึงจำนวนการคงอยู่ของประชากรที่ชัดเจน ทำให้กระทบต่อการวางแผนบริหารจัดการและอนุรักษ์เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณที่บริโภคและจำหน่าย

ในชุมชนกะเหรี่ยงนั้นนอกจากนำพริกพรานมาบริโภคแล้วยังมีการนำไปทำน้ำมันหอมระเหยจากพริกพรานเพื่อใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดไทย เนื่องจากพริกพรานจะมีสรรพคุณในการต้านเชื้อจุลชีพ ลดเบาหวาน รักษาการอักเสบของผิวหนัง อาการปวดฟันและโรครูมาตอย (Lalitharani et al., 2010) การศึกษาเรื่องน้ำมันสกัดพริกพรานนั้นส่วนมากจะใช้ตัวอย่างวัตถุดิบจากภาคเหนือซึ่งอาจจะให้ผลที่แตกต่างกับวัตถุดิบจากภาคตะวันออก เนื่องจากลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของขนาดผลและเมล็ดของพริกพรานทั้งสองภาคนั้นแตกต่างกัน และนอกจากสาระสำคัญของพืชจะขึ้นอยู่กับชนิดของพืชเองแล้ว ปัจจัยทางอากาศ แสงแดด ความชื้นก็มีผลต่อสารเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การสกัดส่วนใหญ่มักจะใช้ทั้งผลหรือใช้เฉพาะเมล็ด (Theeramunkong & Utsintong, 2018) แต่ส่วนที่ชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคที่แท้จริงนั้นคือส่วนของเปลือกผล ซี่งมีการวิจัยโดยใช้เปลือกพริกพรานในประเทศอินเดียพบว่ามีสาร sabinene (28.63%), β-Phyllandrene (22.47%), α-Pinene (12.762%), 4-Terpineol (8.742%), γ-Terpinene (5.926%) and α-Elemene (3.342%) (Karanjalker et al., 2024) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีคุณค่าและสามารถไปต่อยอดทางอุตสาหกรรมได้ หากน้ำมันที่สกัดออกมาสามารถสร้างเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้ได้ง่ายขึ้นก็จะสามารถสร้างมูลค่าขึ้นได้ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปนอกจากมีผลแต่ต้นพันธุ์พริกพรานแล้วยังส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและปริมาณน้ำมันที่จะได้จากผลผลิตอีกด้วย ดังนั้นการวิเคราะห์หาปริมาณน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัดที่มีความเหมาะสมภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนี้จึงมีความสำคัญและส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากภายในชุมชน

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อสำรวจประชากรพริกพรานซึ่งเป็นพืชอาหารที่สำคัญของกะเหรี่ยงในชุมชนกะเหรี่ยง
  2. เพื่อวิเคราะห์ปริมาณและคุณสมบัติของน้ำมันสกัดจากพริกพราน
  3. เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรพืชท้องถิ่นของตนเองภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ชุมชนสองพี่น้อง สองพี่น้อง แก่งกระจาน เพชรบุรี
2 ชุมชนบ้านลิ้นช้าง ยางน้ำกลัดเหนือ หนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 15 ธ.ค. 2568 - 30 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

  1. ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.การสำรวจชุมชนและลงพื้นที่ทำความเข้าใจในความสำคัญของโครงการ กับกลุ่มชาวบ้านและผู้นำชุมชนถึงการลดลงของประชากร ปริมาณน้ำมันและคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไปที่ชุมชนสามารถสังเกตเห็นได้ พบปะผู้เพาะปลูกพริกพราน สำรวจจำนวนแปลงปลูกเบื้องต้น

2.สำรวจจำนวนพริกพรานในชุมชน ระบุพิกัดให้รหัสพรรณไม้ และเก็บข้อมูลพรรณไม้กับชาวบ้านและปราชญ์ชุมชน

ผลผลิต (Output)

1.ฐานข้อมูลการลงทะเบียนและแผนที่ของพริกพรานในชุมชน
2.สกัดและรายงานคุณสมบัติทางเคมีของนํ้ามันที่สกัดจากเปลือกผลพริกพราน
3.นวัตกรรมของชุมชน

ผลลัพธ์ (Outcome)

1.ปริมาณประชากรพริกพรานได้รับการสํารวจ และได้รับอนุรักษ์ในชุมชน
2.กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน
3.นํ้ามันพริกพรานได้รับการวิเคราะห์ปริมาณและคุณสมบัติ
4.สิ่งต้นแบบนวัตกรรมจากชุมชน

ผลกระทบ (Impact)

สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ผลกระทบ (Impact) ด้านเศรษฐกิจ
1.ชาวบ้านกะเหรี่ยงในหมู่บ้านสองพี่น้องทราบถึงคุณสมบัติที่สําคัญของนํ้ามันที่อยู่ในเปลือก ทําให้สามารถวางแผนในการบริโภค และเพิ่มมูลค่าโดยใช้ข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน รวมไปถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย
2.มีการสร้างนวัตกรรมและทําการฝึกอบรมเพื่อชาวบ้านในชุมชนสามารถนําไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มรายได้
 
ผลกระทบ (Impact) ด้านสังคม
1.เกิดเครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วมภายในชุมชน
ผลกระทบ (Impact)ด้านสิ่งแวดล้อม1.พริกพรานในหมู่บ้านสองพี่น้องได้รับการสํารวจ ลงทะเบียน ทําให้ง่ายต่อการดูแลและวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรพืชให้เพียงพอต่อการบริโภคและการรักษา ฟื้นฟูปริมาณต้นพริกพรานมีความสมดุล
2.ชาวบ้านกะเหรี่ยงโปว์ในหมู่บ้านสองพี่น้องตระหนักถึงความสําคัญของพริกพรานที่ลดลงอย่างมากในชุมชนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
 
ผลกระทบ (Impact)ด้านการศึกษา
1.การรายงานคุณสมบัติของนํ้ามันสกัดจากเปลือกผลพริกพราน ทําให้สามารถนําไปต่อยอดทางด้านการศึกษาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางอาหาร หรือสารออกฤทธิ์ทางยา
2. ผ ล ิ ต น ั ก ศ ึ ก ษ า ท ี ่ ม ี ค ว า ม รู้ความสามารถในการบริการชุมชนโดยใช้หลักวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาบูรณาการ

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

82,000.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 1 ม.ค. 2569 - 30 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.วิเคราะห์ปริมาณน้ำมันที่ได้จากการสกัด วิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของน้ำมันที่สกัดได้

ผลผลิต (Output)

ผลการสกัดและรายงานคุณสมบัติทางเคมีของน้ำมันที่สกัดจากเปลือกผลพริกพราน

ผลลัพธ์ (Outcome)

น้ำมันพริกพรานได้รับการวิเคราะห์ปริมาณและคุณสมบัติ

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ผลกระทบ (Impact) ด้านเศรษฐกิจ
1.ชาวบ้านกะเหรี่ยงในหมู่บ้านสองพี่น้องทราบถึงคุณสมบัติที่สําคัญของนํ้ามันที่อยู่ในเปลือก ทําให้สามารถวางแผนในการบริโภค และเพิ่มมูลค่าโดยใช้ข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน รวมไปถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย
2.มีการสร้างนวัตกรรมและทําการฝึกอบรมเพื่อชาวบ้านในชุมชนสามารถนําไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มรายได้
 
ผลกระทบ (Impact)ด้านการศึกษา
1.การรายงานคุณสมบัติของนํ้ามันสกัดจากเปลือกผลพริกพราน ทําให้สามารถนําไปต่อยอดทางด้านการศึกษาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางอาหาร หรือสารออกฤทธิ์ทางยา

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

31,427.60 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 1 ก.ค. 2569 - 31 ส.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

ชุมชนกะเหรี่ยงผู้ปลูกพริกพรานในจังหวัดเพชรบุรีผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ชุมชน


วิธีการดำเนินงาน (Process)

  1. ถ่ายทอดความรู้
ที่ได้จากโครงการเพื่อเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ สรุปผลการทำงาน วิเคราะห์ปัญหากับชุมชน

ผลผลิต (Output)


ผลลัพธ์ (Outcome)


ผลกระทบ (Impact)

สิ่งแวดล้อม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ผลกระทบ (Impact)ด้านสิ่งแวดล้อม
1.ชาวบ้านกะเหรี่ยงโปว์ในหมู่บ้านสองพี่น้องตระหนักถึงความสําคัญของพริกพรานที่ลดลงอย่างมากในชุมชนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
 
ผลกระทบ (Impact) ด้านสังคม1.เกิดเครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วมภายในชุมชน

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

0.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 1 ม.ค. 2569 - 30 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษาทุกชั้นปีที่ต้องการทำงานระหว่างเรียน

วิธีการดำเนินงาน (Process)


ผลผลิต (Output)


ผลลัพธ์ (Outcome)


ผลกระทบ (Impact)


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

60,000.00 บาท / Baht

ผลการดำเนินกิจกรรม









ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 40 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน หมู่บ้านสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีได้รับการสำรวจการคงอยู่ของพริกพรานและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ การลงทะเบียนจุดพิกัดของพริกพรานและแผนที่ในหมู่บ้าน ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณของน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพราน (บรรลุ)
2) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 1 ชุมชน 1 ชุมชน วิสาหกิจชุมชนอัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยงโปว์บ้านสองพี่น้องได้เข้าร่วมในกิจกรรมการสำรวจและการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ การลงทะเบียนจุดพิกัดของพริกพรานและแผนที่ในหมู่บ้าน ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณของน้ำมันและคุณสมบัติของน้ำมันสกัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันนวดจากเมล็ดพริกพราน (บรรลุ)
3) จำนวนนวัตกรรมเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือ Climate Change 5 นวัตกรรม 0 นวัตกรรม
4) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 670 คน 0 คน
5) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 1 แห่ง 0 แห่ง
6) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม ได้นวัตกรรมน้ำมันนวดจากเปลือกพริกพราน (บรรลุ)
7) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม 41 ร้อยละ 10 ร้อยละ จะทำการประเมินในกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่กำลังจะดำเนินการจัด
8) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 2 เท่า หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเดือน กรกฎาคมนี้ จะทำการประเมิน SROI ต่อไป
9) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 0 หมู่บ้าน
10) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 0 ชุมชน
11) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 26 เครือข่าย 0 เครือข่าย
12) จำนวนชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 44 แห่ง 0 แห่ง
13) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0
14) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 30 คน จะจัดการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเดือน กรกฎาคม