ชื่อกิจกรรม

เสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ส่งเสริมการเรียนรู้สู่ชุมชน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (P3.2-Climate Change)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
ผู้ดำเนินงาน
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีรัตน์ เทมวรรธน์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สรวิศิษฏ์ รักพาณิชย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนันทศักดิ์ ระวังวงศ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. อาจารย์วราภรณ์ นิสสภา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในทุกระดับ ทั้งการเกิดภัยธรรมชาติ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของมนุษย์ เยาวชนในปัจจุบันเป็นกำลังสำคัญที่จะรับมือและแก้ไขปัญหานี้ในอนาคต การปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้เยาวชนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เยาวชนจะเป็นผู้รับสืบทอดโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเสริมสร้างทักษะและความรู้ตั้งแต่ยังเล็กจะช่วยสร้างผู้นำในอนาคตที่สามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสำรวจสิ่งแวดล้อมในสภาพจริงจะทำให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะให้เยาวชนในการสำรวจดิน บรรยากาศ สิ่งมีชีวิตและสิ่งปกคลุมดิน จะช่วยให้พวกเขามีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของธรรมชาติในการควบคุมสภาพภูมิอากาศ รวมถึงพัฒนาความสามารถในการหาวิธีปรับตัวและแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน การสำรวจองค์ประกอบของธรรมชาติทั้งดินและบรรยากาศเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้เยาวชนได้เข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การเปลี่ยนแปลงในสมดุลของก๊าซเรือนกระจก สภาวะความแห้งแล้ง และผลกระทบจากการใช้ที่ดิน การสำรวจสิ่งปกคลุมดิน เช่น ป่าไม้ พืชพรรณ และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้เยาวชนเข้าใจถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในการรักษาสมดุลของธรรมชาติ และความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งปกคลุมดินในฐานะกลไกสำคัญในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสำรวจสภาพดินและสิ่งปกคลุมดินในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้เยาวชนได้เห็นถึงความแตกต่างในผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นต่าง ๆ และช่วยให้พวกเขามีความสามารถในการคิดวิธีการปรับตัวและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเองได้ การสำรวจดิน บรรยากาศ สิ่งมีชีวิตและสิ่งปกคลุมดินไม่เพียงแต่เป็นการเรียนรู้ที่เสริมสร้างทักษะทางวิทยาศาสตร์และความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต โครงการนี้จะกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความตระหนักรู้และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยสร้างทักษะในการแก้ไขปัญหาและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เยาวชนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นผู้ขยายผลและกระจายความตระหนักรู้สู่ชุมชน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง นอกจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมแล้วโครงการนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคต และมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำความรู้นั้นไปใช้ในการปฏิบัติเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสภาพแวดล้อมและสังคมในระยะยาวอีกด้วย
วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการสำรวจข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

2. เพื่อให้นักเรียนสามารถนำเสนอหัวข้องานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

3. เพื่อให้นักเรียนเกิดการตระหนักรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 โรงเรียนบ้านแหลมวิทยา บ้านแหลม บ้านแหลม เพชรบุรี
2 โรงเรียนวัดพระพุทธบาท เขาลูกช้าง ท่าไม้รวก ท่ายาง เพชรบุรี
3 โรงเรียนบางจานวิทยา ช่องสะแก เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
4 โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา ท่าไม้รวก ท่ายาง เพชรบุรี
5 โรงเรียนท่ายางวิทยา ท่าคอย ท่ายาง เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 2) 1 ก.พ. 2568 - 19 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จาก 5 โรงเรียนในสังกัด สพฐ. จังหวัดเพชรบุรี จำนวนทั้งหมด 100 คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. สำรวจพื้นที่โรงเรียนเพื่อกำหนดพื้นที่ทำกิจกรรมภาคสนาม

   - ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและข้อตกลงร่วมพัฒนากับโรงเรียนเป้าหมาย

   - ลงสำรวจพื้นที่เพื่อกำหนดพื้นที่ทำกิจกรรมภาคสนาม

2. อบรมให้ความรู้และวิธีการสำรวจดิน บรรยากาศ สิ่งมีชีวิตและสิ่งปกคลุมดิน ให้แก่นักศึกษา และนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย และฝึกปฏิบัติการภาคสนามสำรวจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและระดมสมองเพื่อคิดหัวข้อวิจัยทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และให้นักเรียนนำเสนอแนวทางการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ

1. สำรวจพื้นที่โรงเรียนเพื่อกำหนดพื้นที่ทำกิจกรรมภาคสนาม

   - ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและข้อตกลงร่วมพัฒนากับโรงเรียนเป้าหมาย

   - ลงสำรวจพื้นที่เพื่อกำหนดพื้นที่ทำกิจกรรมภาคสนาม

2. อบรมให้ความรู้และวิธีการสำรวจดิน บรรยากาศ สิ่งมีชีวิตและสิ่งปกคลุมดิน ให้แก่นักศึกษา และนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย และฝึกปฏิบัติการภาคสนามสำรวจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและระดมสมองเพื่อคิดหัวข้อวิจัยทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และให้นักเรียนนำเสนอแนวทางการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ


ผลผลิต (Output)

 
นักเรียนเข้าร่วมและได้รับฝึกอบรมการสำรวจสิ่งแวดล้อม จำนวน 113 คน จาก 5 โรงเรียน
1.ชุดข้อมูลฐานจากการสำรวจสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ บรรยากาศ และสิ่งปกคลุมดิน) ในพื้นที่โรงเรียนทั้ง 5 แห่ง
2.ข้อเสนองานวิจัย/นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมของนักเรียน 5 โรงเรียน อาทิ:
  • รร.บ้านแหลมวิทยา: เครื่องกรองตะกอนในแหล่งน้ำจากวัสดุธรรมชาติ, การเพิ่มไนโตรเจนในดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหาร, การประเมินคุณภาพน้ำและอุณหภูมิเพื่อความปลอดภัยของสัตว์น้ำ
  • รร.วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง: การประเมินปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในดินสำหรับการผลิตพืชผัก
  • รร.บางจานวิทยา: การศึกษาและสำรวจคุณภาพน้ำ ดิน และบรรยากาศ
  • รร.หนองชุมแสงวิทยา: การศึกษาปริมาณ NPK ในดินและแนวทางปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อการเจริญเติบโตของพืช
  • รร.ท่ายางวิทยา: การศึกษาความสัมพันธ์สมบัติกายภาพ/เคมีของดินต่อปริมาณไนโตรเจน และประสิทธิภาพปุ๋ยจากมูลแพะในการปรับปรุงดิน
3.นวัตกรรมพัฒนาท้องถิ่น (วิธีการจัดกิจกรรมการสำรวจสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือ Climate Change) จำนวน 1 นวัตกรรม

ผลลัพธ์ (Outcome)

 
1.นักเรียนเกิด ความตระหนักรู้และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม จำนวน 113 คน (คิดเป็นร้อยละ 100)
2.เกิด เครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงเรียน จำนวน 5 เครือข่าย/โรงเรียน
3.นักเรียนได้รับองค์ความรู้และเกิดทักษะการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงนอกห้องเรียน (Active/Experiential Learning) ในการประเมินสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น

ผลกระทบ (Impact)

สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านการศึการศึกษาเรียนรู้: สร้างกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการวิจัย และการเป็นเยาวชนรักษ์โลกที่มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้วิธีการจัดกิจกรรมการสำรวจสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกรณีการสำรวจ ดิน น้ำ และอากาศ ของแต่ละพื้นที่ ที่พบปัญหาแตกต่างกัน

 
ด้านสิ่งแวดล้อม: เกิดการเฝ้าระวัง อนุรักษ์ และสร้างแนวทางแก้ไขปัญหารับมือภัยพิบัติ/สภาพภูมิอากาศเชิงพื้นที่ใน 5 หมู่บ้าน/ชุมชนอย่างยั่งยืน  นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

127,900.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 3 มี.ค. 2569 - 30 มิ.ย. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษาทุกชั้นปีที่ต้องการทำงานระหว่างเรียน  13  คน

วิธีการดำเนินงาน (Process)

 
  • ดำเนินการจัดจ้างนักศึกษาปฏิบัติงานช่วยงานโครงการระหว่างเรียนในช่วงเดือนมีนาคม 2569 โดยกำหนดอัตราค่าตอบแทนคนละ 10 วัน ในอัตรา 300 บาท/วัน (งบประมาณรวม 39,000 บาท)
  • นักศึกษาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยคณะทำงานและวิทยากรในการจัดเตรียมวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลนักเรียนระหว่างการลงพื้นที่สำรวจภาคสนามและการอบรมเชิงปฏิบัติการ

ผลผลิต (Output)

นักศึกษามีรายได้ และทำให้นักศึกษา ทราบถึงขั้นตอนในการทำโครงการและเป็นการเรียนรู้งานด้านสิ่งแวดล้อม และกระบวนการได้มาซึ่งหัวข้อวิจัย 13 คน

ผลลัพธ์ (Outcome)

 
1.นักศึกษามีรายได้เสริมระหว่างเรียน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
2.นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะการทำงานจริง (Experiential Learning) ทักษะการจัดการอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ทักษะการสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
3.นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ: เกิดการสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่นักศึกษาโดยตรงรวม 39,000 บาท เสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้แก่นักศึกษาระหว่างเรียน
ด้านสังคม: สร้างจิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่นและโรงเรียน
ด้านสิ่งแวดล้อม: นักศึกษาได้รับการปลูกฝังความรู้ ความตระหนัก และทักษะการตรวจวัดสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ด้านการศึกษาเรียนรู้: เพิ่มพูนทักษะเชิงปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และการบริหารจัดการกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านบทบาทผู้ช่วยวิทยากร

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

39,000.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม


1. (องค์ความรู้) เป็นการบูรณาการโครงการร่วมกับการบริการวิชาการ สิ่งที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับคือ นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงนอกห้องเรียน จากการสำรวจภาคสนามในการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นของดิน น้ำ และสภาพอากาศ ในท้องถิ่นของตนเอง เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการหาแนวทางเพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม
2. (นวัตกรรม) จำนวน 1 นวัตกรรม (วิธีการจัดกิจกรรมการสำรวจสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ตามที่นักเรียนแต่ละโรงเรียนร่วมกันระดมสมองเพื่อทำวิจัย หาแนวทางในการปรับปรุง หรือแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นของแต่ละพื้นที่


1. ข้อมูลจากการสำรวจดิน น้ำ และบรรยากาศ ในโรงเรียนทั้ง 5 โรงเรียน

2. นักเรียนร่วมกันระดมสมองคิดหัวข้อวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมโดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

            1) โรงเรียนบ้านแหลมวิทยา

                   - การปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยใช้เครื่องกรองตะกอนในแหล่งน้ำจากวัสดุธรรมชาติ

                   - การเพิ่มไนโตรเจนในดิน ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารในโรงอาหารของโรงเรียน

                   - การประเมินคุณภาพน้ำและอุณหภูมิเพื่อประเมินระดับความปลอดภัยของสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ ภายใน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

             2) โรงเรียนวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง (พิพิธพัฒนานุเคราะห์)

- การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความชื้นสัมพัทธ์กับความหนาแน่นของเรือนยอด

- การใช้พืชธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อลดค่า pH ในแหล่งน้ำ (ใช้ใบหูกวางแห้ง)

- การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเหลือทิ้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน (กรณีดินมี N, K ต่ำ)

3) โรงเรียนบางจานวิทยา

 - การปรับปรุงค่า pH ของดินให้สูงขึ้นโดยการใช้ปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้และขี้เถ้าไม้

- การพัฒนาจุลินทรีย์ EM จากวัสดุอินทรีย์ในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มการปลดปล่อยไนโตรเจนและโพแทสเซียมในดินสำหรับการผลิตพืชผัก

4) โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา

- การศึกษาปริมาณไนโตรเจนในดินที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช

- การศึกษาปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในดินและแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพของดิน

5) โรงเรียนท่ายางวิทยา

- การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินที่มีผลต่อปริมาณไนโตรเจนในดิน

- การศึกษาประสิทธิภาพของปุ๋ยจากมูลแพะในการปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช (กรณีดินมี P สูง และ K ต่ำ)

3. เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงเรียน

4. นักเรียนเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม



1. เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนในโรงเรียน การจัดกิจกรรมจึงต้องเป็นช่วงเวลาที่เปิดภาคเรียนเท่านั้น ทำให้ต้องเริ่มจัดกิจกรรมเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 แล้ว ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดการล่าช้าจากแผนที่วางไว้ในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จได้

 2. ควรเพิ่มกลุ่มเป้าหมายในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น




ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 40 หมู่บ้าน 5 หมู่บ้าน 1) โรงเรียนบ้านแหลมวิทยา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี 2) โรงเรียนวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง (พิพิธพัฒนานุเคราะห์) อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 3) โรงเรียนบางจานวิทยา อ.เมือง จ.เพชรบุรี 4) โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 5) โรงเรียนท่ายางวิทยา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
2) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 1 ชุมชน 0 ชุมชน
3) จำนวนนวัตกรรมเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือ Climate Change 5 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม
4) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการที่เกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 670 คน 113 คน นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพ
5) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 1 แห่ง 0 แห่ง
6) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 1 นวัตกรรม วิธีการจัดกิจกรรมการสำรวจสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
7) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม 41 ร้อยละ 10 ร้อยละ
8) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 2 เท่า
9) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 237 หมู่บ้าน 0 หมู่บ้าน
10) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 0 ชุมชน
11) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 26 เครือข่าย 0 เครือข่าย
12) จำนวนชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 44 แห่ง 0 แห่ง
13) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0
14) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 0 คน