ชื่อกิจกรรม

เยาวชนปฏิบัติการรักษ์โลกเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ส่งเสริมการเรียนรู้สู่ชุมชน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (P3.2-Climate Change)
ประเภทกิจกรรม
ผู้ดำเนินงาน
1. ผศ.สุภาดา ขุนณรงค์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริพรรณ ศรัทธาผล สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาพร ยอดสันติ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีรัตน์ เทมวรรธน์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
5. อาจารย์ ดร.นิรุธ ล้ำเลิศ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6. อาจารย์วริษา ปานเจริญ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7. นายสืบศักดิ์ ลีลาอัมพรสิน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล

UNDP ได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนคํามั่นสู่ผลสัมฤทธิ์ การส่งเสริมศักยภาพและการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยในการประชุมจะมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งมีทั้งเด็กและเยาวชน รวมถึงตัวแทนจากองค์กรเครือข่ายๆ ต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และ Climate Change รวมถึงมีการบรรยายเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็น Climate Change ทั้งในภาพใหญ่ของโลกและประเทศไทย ซึ่ง UNICEF ก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรยายผลการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นความเสี่ยงของเด็กต่อผลกระทบจาก Climate Change  (ภาวิญญ์ เถลิงศรี, 2565) UNICEF กล่าวถึง Climate Change ที่เป็นภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงอันตรายในด้านอื่น ๆ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ด้านด้วยกัน ได้แก่ (๑) Technology (๒) Biological and Health (๓) Conflicts and Violence (๔) Natural and Climate Induced และ (๕) Everyday dangers and threats และ สาเหตุที่เด็กจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงเพราะเราต้องการที่จะไปสู่ Net-Zero ในปี 2050  ถึงแม้ว่าเราไม่ปล่อยคาร์บอนไซด์ออกไซด์ในตอนนี้แต่ผลกระทบของ Climate Change ก็ยังจะอยู่กับเราและรุ่นต่อ ๆ ไปหลายร้อยปี เราจึงต้องลงมือแก้ไขโดยเริ่มที่เด็กและเยาวชนรุ่นต่อไปจะต้องส่งเสียงและสื่อสารออกไป เป็นหน้าที่ของเด็กและเยาวชน  (ภาวิญญ์ เถลิงศรี, 2565)

          จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจึงได้มีแนวคิดที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างเยาวชนที่มีความรู้ ความตระหนักและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและร่วมมือกับพลเมืองโลกในการร่วมกันต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อไป

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงสาเหตุและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2. เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะนำไปสู่การรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 โรงเรียนเทศบาล 3 ชุมชนวัดจันทราวาส ท่าราบ เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
2 โรงเรียนวัดห้วยเสือ (มงคลประชาสรรค์) โพไร่หวาน เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
3 โรงเรียนวัดนาพรม (มนมหาวิริยาคาร) นาพันสาม เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
4 โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแก่นเหล็ก(รัตนกะลัสอนุสรณ์) คลองกระแชง เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
5 โรงเรียนเทศบาล 2 วัดพระทรง (สุทธิวิเทศอุปถัมภ์) ท่าราบ เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 1 มี.ค. 2569 - 31 ก.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

     1. นักเรียนประถมศึกษาจำนวน  100 คน

     2. นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 ชั้นปี

     3. บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 30 คน


วิธีการดำเนินงาน (Process)

1.ลงพื้นที่เพื่อประสานงานกับโรงเรียนที่จะจัดกิจกรรมให้ความรู้กับนักเรียน

2. อบรมให้ความรู้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาและกิจกรรมปฏิบัติการของนักเรียนเพื่อสร้างการเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

3.ประเมินและสรุปผลกิจกรรมการอบรม


ผลผลิต (Output)

จำนวนนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 100 คน

นักเรียนได้รับความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ผลลัพธ์ (Outcome)

 นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดกิจกรรมที่ครูสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่นักเรียน

ผลกระทบ (Impact)

สังคม
สิ่งแวดล้อม

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านสิ่งแวดล้อม

1.สร้างความตระหนักรู้ - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจสาเหตุและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภาวะโลกร้อน การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

2. ปลูกฝังพฤติกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลดการใช้พลาสติก ประหยัดพลังงาน แยกขยะ

3. ขยายผลสู่ชุมชน - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลายเป็นตัวแทนเผยแพร่ความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

4. ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ - เกิดความเข้าใจเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสภาพภูมิอากาศ

ด้านการศึกษา

1.เสริมสร้างความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Learning) ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในห้องเรียน

2. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ - ฝึกการตั้งคำถาม สังเกต ทดลอง และหาข้อสรุปด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

3. กระตุ้นความสนใจในสายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม - อาจนำไปสู่การเลือกศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม/วิทยาศาสตร์ในอนาคต

4. ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ - เชื่อมโยงความรู้หลายศาสตร์ เช่น ภูมิศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และสังคมศาสตร์เข้าด้วยกัน

5. พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน - กิจกรรมกลุ่มในค่ายช่วยฝึกทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ และการทำงานเป็นทีม


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

221,000.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 1 ม.ค. 2569 - 31 ก.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษาทุกชั้นปีที่ต้องการทำงานระหว่างเรียน  15  คน


วิธีการดำเนินงาน (Process)

จ้างนักศึกษาปฏิบัติงาน

ผลผลิต (Output)

นักศึกษามีรายได้ และทำให้นักศึกษา ทราบถึงขั้นตอนในการทำโครงการและเป็นการเรียนรู้งานด้านสิ่งแวดล้อม

ผลลัพธ์ (Outcome)

1.นักศึกษามีรายได้เสริมระหว่างเรียน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา

2.นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะการทำงานจริง (Experiential Learning) การคิดอย่างมีระบบ

ผลกระทบ (Impact)


รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

53,700.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม




ดำเนินกิจกรรมเสร็จเรียบร้อย อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ผลและเขียนรายงาน



  1. ระดับความรู้พื้นฐานของนักเรียนแตกต่างกัน - ผู้เข้าร่วมมีพื้นฐานความรู้ไม่เท่ากัน ทำให้ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะกับทุกคนยาก
  2. ความสนใจของนักเรียนไม่เท่ากัน - บางส่วนอาจไม่ให้ความร่วมมือหรือตั้งใจเรียนรู้น้อย
  3. ข้อจำกัดด้านเวลาจากภาระงานโรงเรียนที่มีอยู่แล้ว - โรงเรียนส่วนใหญ่มีกิจกรรมและตารางเรียนที่แน่นอยู่แล้ว ทั้งกิจกรรมวิชาการ กิจกรรมเสริมหลักสูตร และภาระงานอื่นๆ ทำให้การประสานขอเวลาเพื่อจัดค่ายวิทยาศาสตร์ทำได้ยาก โรงเรียนอาจไม่สามารถจัดสรรเวลาให้ได้เต็มที่ หรือต้องจัดกิจกรรมในช่วงเวลาที่จำกัด


1. แบ่งกลุ่มตามระดับความรู้ ก่อนเริ่มกิจกรรม (Pre-test) เพื่อออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสม

ประสานงานล่วงหน้ากับโรงเรียน อย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อจัดสรรเวลาในตารางเรียนโดยไม่กระทบกิจกรรมอื่น

2. เสนอให้จัดเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร (บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์/สิ่งแวดล้อม) แทนกิจกรรมเสริมนอกเวลา

3. ใช้รูปแบบ Modular แบ่งกิจกรรมเป็นช่วงสั้นๆ (1-2 ชม.) แทนค่าย 1 วันเต็ม เพื่อให้ยืดหยุ่นกับตารางโรงเรียน


ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 40 หมู่บ้าน