ชื่อกิจกรรม

การจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พื้นที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : สร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากการท่องเที่ยวชุมชน (P1.2-Creative Economy)
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ ดร.กฤษดา ตั้งชวาล - สำนักงานอธิการบดี
2. อาจารย์ ดร.ทวิพัฒน์ วิจิตรปัญญารักษ์ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
3. อาจารย์กมล เกียรติพงษ์ สาขาวิชาการท่องเที่ยว การบริการ อีเวนท์ และการจัดการภัตตาคาร นานาชาติ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
4. อาจารย์กฤดิ วรรณไชย สาขาวิชาการท่องเที่ยว การบริการ อีเวนท์ และการจัดการภัตตาคาร นานาชาติ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
5. อาจารย์ศรัญญู จันทร์วงศ์ สาขาวิชาการท่องเที่ยว การบริการ อีเวนท์ และการจัดการภัตตาคาร นานาชาติ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
6. Mr.Wojciech Mateuz Hodor สาขาวิชาการท่องเที่ยว การบริการ อีเวนท์ และการจัดการภัตตาคาร นานาชาติ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
7. Mrs.Marta Hodor สาขาวิชาการท่องเที่ยว การบริการ อีเวนท์ และการจัดการภัตตาคาร นานาชาติ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
8. นายเชวง จัตตุพรพงษ์ สาขาวิชาอาหารสร้างสรรค์และการจัดการบริการอาหาร วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
9. อาจารย์ปรเมศวร์ บุบไชยา สาขาวิชาอาหารสร้างสรรค์และการจัดการบริการอาหาร วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
10. อาจารย์วิถวานี เทพปรียากุลกาล สาขาวิชาอาหารสร้างสรรค์และการจัดการบริการอาหาร วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
11. อาจารย์ ดร.ฐณัฐา ลาภเลิศ สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อธุรกิจและบริการ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
12. อาจารย์ ดร.พรเพ็ญ จุไรยานนท์ สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อธุรกิจและบริการ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
13. อาจารย์ ดร.สุภาพร อรุณะวงศา สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อธุรกิจและบริการ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
14. อาจารย์ ดร.ธีรวัฒน์ อ่อนลมูล สาขาวิชาเกษตรอินทรีย์และการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
15. อาจารย์ ดร.มานิตา กัณฑภา สาขาวิชาเกษตรอินทรีย์และการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
16. อาจารย์ ดร.รวิสรา อินทสิทธิ์ สาขาวิชาเกษตรอินทรีย์และการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
17. อาจารย์ ดร.สุเมธ ชมภูธวัช สาขาวิชาเกษตรอินทรีย์และการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
18. อาจารย์ ดร.อนุวัฒน์ รักญาติ สาขาวิชาเกษตรอินทรีย์และการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
19. นางสาวประภา อ่ำกลัด สำนักงานคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
20. นางสาวกนกพร เทพนิมิตร สำนักงานคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
21. นางสาววาสนา ตาละลักษณ์ สำนักงานคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
22. นายณภัทร ภิญญธนาบัตร สำนักงานคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
23. นายนรินทร เทียนไชย - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
24. นายนันท์ทัต เครื่องทิพย์ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
25. นายอภิชา มะลิวัลย์ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
26. นางสาวนัศรีน แช่มช้อย - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
27. นางสาวปภาวี จันทรวรรณ์ - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
28. นางสาวดาวรุ่ง พิณทอง - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
29. นางสาวธนาภรณ์ อร่ามศรี - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
30. นางสาวปรารถนา สำเภาทอง - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
31. นายกรกช อร่ามศรี - วิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ
หลักและเหตุผล

ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ชาติด้านการแข่งขัน โดยใช้แนวคิด "ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน สร้างอนาคต" ผ่านการผสานรากเหง้าวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และทรัพยากรธรรมชาติกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาผู้ประกอบการ และสร้างธุรกิจใหม่ที่ตอบสนองตลาดโลก พร้อมลดความเหลื่อมล้าและเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน โดย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมทั้งรูปธรรม (โบราณสถาน ศิลปะ) และนามธรรม (ภูมิปัญญา ความเชื่อ) มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์และมูลค่าเพิ่ม กรณีตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การประมง เกษตร การทอผ้า ที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต เทศบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์ท้องถิ่นเน้นการลงทุน เศรษฐกิจพอเพียง และการท่องเที่ยว โดยมุ่งใช้ทุนทางวัฒนธรรมพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างโอกาสการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนั้น การจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์พื้นที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมีความสำคัญในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งของพื้นที่มาพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์อันส่งผลต่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น ตลอดจนการนำผลการศึกษาวิจัยมาพิจารณาร่วมกันโดยวางแผนเชิงนโยบายในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการบริหารการจัดการพื้นที่ การกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาที่สามารถบูรณาการพันธกิจสู่การสร้างสรรค์คุณค่าทรัพยากรชุมชนให้เกิดความภาคภูมิใจและยั่งยืน

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อออกแบบและพัฒนา อาหารว่างและเครื่องดื่มที่สะท้อนอัตลักษณ์และเรื่องราวของทุนทางวัฒนธรรมลายผ้าเขาเต่า ให้สามารถถ่ายทอดคุณค่าเชิงวัฒนธรรมผ่านรสชาติ รูปลักษณ์ และการนำเสนอตลอดจนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเชิงสร้างสรรค์ที่เหมาะกับการจัดกิจกรรมและการจำหน่าย
  2. เพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนารูปแบบ ลายผ้าเขาเต่าด้วยการประยุกต์ใช้กาบกล้วยจากเศษเหลือทางการเกษตร ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์และสร้างรายได้ให้กับชุมชนจากทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่
  3. เพื่อจัดกิจกรรมอีเวนท์เชิงสร้างสรรค์ที่บูรณาการ กระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ผ่านการส่งเสริมเส้นทางประสบการณ์หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับบริเวณวัฒนธรรมและวิถีชุมชนเกษตร
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 ชุมชนเขาเต่า หนองแก หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 26 เม.ย. 2569 - 23 พ.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

1. ภาครัฐ ได้แก่ อำเภอหัวหิน เมืองหัวหิน สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหัวหิน และสำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน
2. ภาคเอกชน ได้แก่ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
3. ภาควิชาการ ได้แก่ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา วิทยาลัยนวักรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
4. ภาคชุมชน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่ม คนรุ่นใหม่ คนคืนถิ่น ปราชญ์ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลทุนทางวัฒนธรรมลายผ้าเขาเต่า บริบทชุมชน และทรัพยากรในพื้นที่

2) ประชุมวางแผนร่วมกับชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ และภาคีเครือข่าย เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรม

3) จัดกิจกรรมออกแบบแนวคิด (Concept Design) อาหารว่างและเครื่องดื่มที่สะท้อนอัตลักษณ์ลายผ้าเขาเต่า

4) พัฒนา ทดลอง และปรับปรุงต้นแบบเมนูอาหารว่างและเครื่องดื่ม

5) ทดลองจำหน่ายเมนูต้นแบบในการรองรับคณะดูงานและให้บริการกับภาครัฐ


ผลผลิต (Output)

  • เกิดต้นแบบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับการพัฒนาโดยเชื่อมโยงวัตถุดิบ อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนเขาเต่า จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
    • เมี่ยงคำปลาทู (Mackerel Miang Kham)
    • ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด (Slow-Braised Pork Ribs with Pineapple & Palm Sugar)
    • น้ำอัญชันมะนาว (Butterfly Pea Lemonade)
    • ขนมถ้วยเต๋า (Steamed Pandan and Coconut Milk Pudding)
  • ได้สูตรมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (Standard Recipe) จำนวน 4 สูตร ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลวัตถุดิบ ปริมาณ ผลผลิตต่อสูตร ขั้นตอนการเตรียม ขั้นตอนการผลิต การจัดเสิร์ฟ และแนวทางควบคุมคุณภาพ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการผลิตซ้ำและถ่ายทอดให้แก่ผู้ประกอบการหรือชุมชนได้
  • ได้รูปแบบการนำเสนอและการจัดเสิร์ฟผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยว คณะศึกษาดูงาน และการจัดกิจกรรมของชุมชน
  • ได้ต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการทดลองผลิต ปรับปรุงรสชาติ และพัฒนารูปแบบการนำเสนอให้มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
  • เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา ภาครัฐ และผู้ประกอบการ ในการร่วมกันพัฒนาแนวคิดและผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน

ผลลัพธ์ (Outcome)

  • กิจกรรมและผู้ประกอบการในพื้นที่มีความรู้และความเข้าใจในการนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรของชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มเชิงสร้างสรรค์
  • ชุมชนมีต้นแบบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว คณะศึกษาดูงาน กิจกรรมของชุมชน และต่อยอดสู่การจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในอนาคต
  • ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถใช้สูตรมาตรฐานเป็นแนวทางในการผลิต เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพ รสชาติ ปริมาณ และรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ
  • เกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านอาหาร การบริการ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และทุนทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีเรื่องราวและมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไป
  • เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับชุมชน
  • เกิดแนวทางในการนำองค์ความรู้จากกิจกรรมไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของชุมชน และสามารถ

     


ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ

เกิดผลิตภัณฑ์อาหารว่าง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากลายผ้าเขาเต่าที่ผ่านการพัฒนา สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ด้านสังคม

ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมลายผ้าเขาเต่า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้

เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่

ด้านสิ่งแวดล้อม:

ส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green & Circular Economy) ในระดับชุมชน

ด้านการศึกษา

ส่งเสริมทักษะอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรม (Cultural & Creative Entrepreneurship)


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

125,600.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 26 เม.ย. 2569 - 23 พ.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

1. ภาครัฐ ได้แก่ เมืองหัวหิน สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหัวหิน และสำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน

2. ภาคเอกชน ได้แก่ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

3. ภาควิชาการ ได้แก่ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา วิทยาลัยนวักรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

4. ภาคชุมชน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่ม คนรุ่นใหม่ คนคืนถิ่น ปราชญ์ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่


วิธีการดำเนินงาน (Process)

1) ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยางกล้วย กาบกล้วยและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

2) ทดลองทำต้นแบบผลิตภัณฑ์ลายผ้าเขาเต่าจากกาบกล้วย

3) ประเมินคุณภาพ และปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในรูปแบบการตลาดและจำหน่าย

4) ผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบการเพิ่มมูลค่าลายผ้าเขาเต่าด้วยวัสดุยางกล้วย


ผลผลิต (Output)

  • เกิดการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้วัสดุยางกล้วย กาบกล้วย และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อออกแบบและสร้างสรรค์ลวดลายร่วมกับชุมชน จำนวน 3 ครั้ง

  • เกิดต้นแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าด้วยการใช้วัสดุยางกล้วยและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืดลายเต่าอัตลักษณ์, ผ้าคลุมผมลายเต่าอัตลักษณ์, ผ้ากันเปื้อนลายเต่าอัตลักษณ์ และกระเป๋าผ้าลายเต่าอัตลักษณ์

  • ได้แม่พิมพ์และต้นแบบกระบวนการพิมพ์ลายด้วยสียางกล้วยที่ผ่านการประเมินคุณภาพและปรับปรุงรูปแบบให้มีความเหมาะสมสำหรับการผลิต การตลาด และการจำหน่าย

  • เกิดกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ในการนำทุนทางวัฒนธรรมและวัสดุในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์

ผลลัพธ์ (Outcome)

  • ผู้เข้าร่วมและสมาชิกชุมชนมีความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในการประยุกต์ใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ยางกล้วยและกาบกล้วย) มาเพิ่มมูลค่าร่วมกับลายผ้าเขาเต่าตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Green & Circular Economy)

  • ชุมชนมีต้นแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ 4 ประเภท ที่สามารถนำไปต่อยอดผลิตเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์และสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน

  • เกิดการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างเรื่องราว (Storytelling) และการสื่อสารทางการตลาด

  • เกิดกลไกความร่วมมือและการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ
  • เพิ่มมูลค่าเศษเหลือทางการเกษตร (กาบกล้วย) ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า สร้างรายได้เสริมและลดต้นทุนวัตถุดิบ
ด้านสังคม
  • ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมลายผ้าเขาเต่า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้
  • เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่
ด้านสิ่งแวดล้อม:
  • เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยนำกาบกล้วยจากเศษเหลือทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ ลดของเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green & Circular Economy) ในระดับชุมชน
  • ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างยั่งยืน
ด้านการศึกษา
  • ส่งเสริมทักษะอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรม (Cultural & Creative Entrepreneurship)

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

316,050.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 4) 31 ก.ค. 2569 - 31 ก.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

1. ภาครัฐ ได้แก่ เมืองหัวหิน สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหัวหิน และสำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน
2. ภาคเอกชน ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจที่พักแรม ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง และผู้ประกอบการในท้องถิ่น
3. ภาควิชาการ ได้แก่ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา วิทยาลัยนวักรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
4. ภาคชุมชน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่ม คนรุ่นใหม่ คนคืนถิ่น ปราชญ์ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

วิธีการดำเนินงาน (Process)

วางแผนและออกแบบรูปแบบกิจกรรมอีเวนท์เชิงสร้างสรรค์

จัดกิจกรรมอีเวนท์เชิงสร้างสรรค์ จัดแสดงและจำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์เขาเต่าจาก ยางกล้วย กาบกล้วย

จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์และเผยแพร่แก่หน่วยงาน/ชุมชน

วางแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป


ผลผลิต (Output)

ผลผลิตจากกิจกรรมการจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในพื้นที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย

  • การจัดงานอีเวนต์เพื่อนำเสนอและเผยแพร่ผลผลิตจากการดำเนินโครงการ จำนวน 1 ครั้ง โดยนำเสนอผลผลิต 2 ประเภท ได้แก่

    • สำรับอาหารชุมชนเขาเต่า จำนวน 1 สำรับ ประกอบด้วยอาหารและเครื่องดื่ม 4รายการ

    • ผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่า จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ ผ้ากันเปื้อน และกระเป๋าผ้า

  • บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการศึกษาและการบริการวิชาการ ระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 ฉบับ

  • สำรับอาหารอัตลักษณ์ชุมชนเขาเต่าที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับการบริการในรูปแบบ Chef’s Table จำนวน 1 สำรับ ประกอบด้วย 4 รายการ ได้แก่ เมี่ยงปลาทู ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด น้ำอัญชันมะนาว และขนมถ้วยเขาเต่า

  • รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่า จำนวน 4ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ ผ้ากันเปื้อน และกระเป๋าผ้า รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,000 บาท

  • บูธสำหรับจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนเขาเต่า จำนวน 1 บูธ โดยมีผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าจัดจำหน่าย จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ ผ้ากันเปื้อน และกระเป๋าผ้า

  • แนวทางการจัดเตรียมและให้บริการอาหารในรูปแบบ Chef’s Table โดยชุมชนเขาเต่า จำนวน 1 แนวทาง เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินงานและต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน


ผลลัพธ์ (Outcome)

ผลลัพธ์ของกิจกรรม คือ การที่ชุมชนเขาเต่าสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ สร้างรายได้ และเกิดความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ผู้ประกอบการและสมาชิกชุมชนเขาเต่ามีความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการบนฐานทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนเพิ่มขึ้น

  2. อาหารและลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าได้รับการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาเป็นสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้

  3. ชุมชนมีต้นแบบการให้บริการอาหารในรูปแบบ Chef’s Table ซึ่งสามารถนำไปจัดกิจกรรม ต้อนรับนักท่องเที่ยว และต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างรายได้ของชุมชนได้

  4. ผู้ประกอบการชุมชนมีช่องทางในการประชาสัมพันธ์ จัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวม 7,000 บาท

  5. ผลิตภัณฑ์และสำรับอาหารอัตลักษณ์เขาเต่าเป็นที่รู้จักมากขึ้น ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนเขาเต่า

  6. เกิดกลไกความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่าในการพัฒนาผู้ประกอบการ การบริการวิชาการ และการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

  7. ชุมชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการกิจกรรมและทรัพยากรทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง


ผลกระทบ (Impact)

เศรษฐกิจ
สังคม
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านเศรษฐกิจ

  1. เกิดช่องทางการตลาดใหม่ผ่านกิจกรรมอีเวนต์ การจัดแสดง และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและสมาชิกชุมชน
  2. ทุนทางวัฒนธรรมและลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าได้รับการเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์และบริการเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้
  3. เกิดการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชน และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่
  4. ชุมชนมีต้นแบบสินค้าและบริการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์และการบริการอาหารแบบ Chef’s Table ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชุมชนในอนาคต
  5. ชุมชนเขาเต่ามีโอกาสยกระดับภาพลักษณ์และพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและเชื่อมโยงรายได้ไปยังผู้ประกอบการกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่

ด้านสังคมและวัฒนธรรม

  1. ชุมชนเกิดความตระหนักและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และทุนทางวัฒนธรรมของเขาเต่า โดยเฉพาะลวดลายอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น
  2. สมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา อนุรักษ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมไปสู่คนรุ่นใหม่และบุคคลภายนอก
  3. เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน เทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่
  4. ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดการรับรู้และเข้าใจคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรมอีเวนต์และประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์
  5. องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และเรื่องราวของชุมชนได้รับการรวบรวม สื่อสาร และนำมาใช้อย่างสร้างสรรค์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญหายของมรดกทางวัฒนธรรม
  6. เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ของตนเอง

 

ด้านสิ่งแวดล้อม

  1. ส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Green and Circular Economy) ในระดับชุมชน
  2. กระตุ้นให้ผู้ประกอบการและสมาชิกชุมชนตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดของเสีย และการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมในการผลิต บรรจุภัณฑ์ และการจัดกิจกรรม
  3. ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรในท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดระยะทางการขนส่งและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรกับการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
  4. วางพื้นฐานสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของพื้นที่ในระยะยาว

ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

  1. ส่งเสริมทักษะอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ (Cultural and Creative Entrepreneurship) ให้แก่สมาชิกชุมชนและผู้เข้าร่วมโครงการ
  2. ผู้เข้าร่วมสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาอาหาร การบริการ การตลาด และการจัดกิจกรรมอีเวนต์ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้
  3. เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน นักศึกษา อาจารย์ หน่วยงานท้องถิ่น และผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการลงมือปฏิบัติในพื้นที่จริง
  4. นักศึกษาได้รับประสบการณ์การเรียนรู้เชิงบูรณา การจากการนำความรู้ทางวิชาการไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน
  5. เกิดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติด้านการให้บริการอาหารในรูปแบบ Chef’s Table ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาทักษะอาชีพและถ่ายทอดให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น
  6. สร้างฐานความร่วมมือด้านการศึกษาและการบริการวิชาการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของชุมชนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

277,700.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 26 เม.ย. 2569 - 2 ส.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

นักศึกษา วิทยาลัยนวักรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

วิธีการดำเนินงาน (Process)

จ้างงานนักศึกษา

ผลผลิต (Output)

* เกิดการจ้างงานนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการตลอดระยะเวลาไตรมาสที่ 3–4 โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 150,900 บาท

* นักศึกษาได้ปฏิบัติงานสนับสนุนกิจกรรมในพื้นที่จริง ทั้งด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล การประสานงานชุมชน การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ การร่วมพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ และการเตรียมความพร้อมในกิจกรรมอีเวนต์

* เกิดชุดข้อมูลและเอกสารสนับสนุนการดำเนินงานกิจกรรมย่อยต่าง ๆ ของโครงการที่ได้รับการจัดเก็บและสรุปโดยนักศึกษา

ผลลัพธ์ (Outcome)

* นักศึกษาเกิดการเรียนรู้เชิงบูรณาการจากการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ (Area-based / Experiential Learning) ทั้งด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร หัตถศิลป์ การบริการ และการจัดกิจกรรมอีเวนต์

* นักศึกษาได้รับรายได้เสริมระหว่างเรียน พร้อมทั้งได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรม (Cultural & Creative Entrepreneurship) การทำงานเป็นทีม และการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง

* ชุมชนและคณะทำงานได้รับการสนับสนุนกำลังคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

* เกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เข้าใจคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผลกระทบ (Impact)

สังคม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

ด้านสังคม
  • เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่
ด้านการศึกษา
  • นักเรียน นักศึกษา และผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการเรียนรู้เชิงบูรณาการด้านอาหาร งานหัตถศิลป์ วัฒนธรรม และการจัดอีเวนท์จากบริบทจริงของชุมชน
  • เกิดต้นแบบการเรียนรู้แบบใช้พื้นที่เป็นฐาน (Area-based / Experiential Learning) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและพัฒนาหลักสูตร
  • ส่งเสริมทักษะอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรม (Cultural & Creative Entrepreneurship)

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

150,900.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม


โครงการการจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการครบตามกิจกรรมหลักที่กำหนดไว้ทั้ง 4 กิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาอาหารว่างและเครื่องดื่มจากอัตลักษณ์เขาเต่า การเพิ่มมูลค่าลายผ้าเขาเต่าด้วยวัสดุยางกล้วย การจัดกิจกรรมอีเวนต์เพื่อสร้างการรับรู้และทดลองตลาด และการจ้างงานนักศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานตามกิจกรรมได้ ดังนี้

กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาอาหารว่างและเครื่องดื่มจากอัตลักษณ์เขาเต่า ดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 3 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 ณ วัดเขาเต่า ผลที่ได้คือต้นแบบสำรับอาหารอัตลักษณ์เขาเต่า จำนวน 1 สำรับ 4 รายการ ประกอบด้วย ขนมถ้วยเขาเต่า น้ำอัญชันแมงลัก เมี่ยงคำปลาทู และซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด พร้อมแนวทางการให้บริการในรูปแบบ Chef's Table ที่สื่อสารเรื่องราวชุมชนผ่านอาหารและประสบการณ์การท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะด้านการพัฒนาสูตรอาหาร การนำเสนออาหาร การบริการ และการสื่อความหมายทางวัฒนธรรมผ่านอาหาร อันเป็นการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมที่ 2 การเพิ่มมูลค่าลายผ้าเขาเต่าด้วยวัสดุยางกล้วย ดำเนินการควบคู่กับกิจกรรมที่ 1 จำนวน 3 ครั้ง โดยประยุกต์ใช้ลวดลายอัตลักษณ์ชุมชนร่วมกับวัสดุยางกล้วยตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืดลายเต่าอัตลักษณ์ ผ้าคลุมผมลายเต่าอัตลักษณ์ ผ้ากันเปื้อนลายเต่าอัตลักษณ์ และกระเป๋าผ้าลายเต่าอัตลักษณ์ ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ด้านการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และกระบวนการผลิตไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคตได้

กิจกรรมที่ 3 การจัดอีเวนต์สร้างการรับรู้และนำเสนอผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์เขาเต่า จัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ สวนสาธารณะ 19 ไร่ โดยนำเสนอสำรับอาหารเขาเต่าและผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว กิจกรรมดังกล่าวทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ประชาสัมพันธ์ พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ทดลองตลาด และพื้นที่เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรง ผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าสามารถสร้างรายได้รวม 7,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้เบื้องต้นในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

กิจกรรมที่ 4 การจ้างงานนักศึกษา ดำเนินการระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 2 สิงหาคม 2569 โดยจ้างงานนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ใช้งบประมาณรวม 150,900 บาท นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงในด้านการประสานงาน การพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์ การบริการ การประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรม พร้อมเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์อย่างรอบด้าน

ภาพรวมผลลัพธ์ของโครงการ

โครงการก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในหลายมิติ ทั้งในเชิงผลผลิต ได้แก่ ต้นแบบสำรับอาหาร 1 สำรับ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 4 ประเภท แนวทางการให้บริการแบบ Chef's Table และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่า และในเชิงผลลัพธ์ ได้แก่ การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน การพัฒนาทักษะนักศึกษาจากการปฏิบัติงานจริง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนในระยะต่อไป



การดำเนินโครงการพบปัญหาและอุปสรรคสำคัญ สรุปได้ดังนี้

1. การประสานเวลาของผู้เข้าร่วมกิจกรรม สมาชิกชุมชน ผู้ประกอบการ นักศึกษา วิทยากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างมีภารกิจที่แตกต่างและหลากหลาย ส่งผลให้การกำหนดวันและเวลาที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าร่วมได้พร้อมกันเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ผู้เข้าร่วมบางส่วนจึงไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องครบทุกครั้ง กระทบต่อความสม่ำเสมอและความลึกของการเรียนรู้

2. ข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์จำเป็นต้องผ่านการทดลอง ปรับปรุง และประเมินผลซ้ำหลายรอบ แต่ด้วยระยะเวลาดำเนินโครงการที่มีจำกัด ทำให้ผลิตภัณฑ์บางรายการยังอยู่ในระดับต้นแบบ และยังต้องพัฒนาต่อในด้านคุณภาพ ความคงทน บรรจุภัณฑ์ และความพร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์

3. ข้อจำกัดของวัสดุยางกล้วยและกระบวนการผลิต การนำวัสดุยางกล้วยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ยังเป็นกระบวนการใหม่สำหรับผู้เข้าร่วม วัสดุมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอและต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางในการจัดเตรียมและใช้งาน ส่งผลให้สี ลวดลาย ความคงทน และคุณภาพโดยรวมของผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีความแปรปรวน ยากต่อการควบคุมมาตรฐานการผลิต

4. ต้นทุนและกำลังการผลิตของชุมชน การผลิตในปริมาณน้อยทำให้ต้นทุนต่อหน่วยค่อนข้างสูง ประกอบกับชุมชนยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ แรงงาน เงินทุนหมุนเวียน และการจัดหาวัตถุดิบ ส่งผลให้ยังไม่สามารถผลิตสินค้าในปริมาณมากหรือรองรับคำสั่งซื้อเร่งด่วนได้

5. ความพร้อมด้านการตลาดและการกำหนดราคา ชุมชนยังขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า และการทำตลาดออนไลน์ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดและการขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง

6. ข้อมูลผลลัพธ์และตัวชี้วัดยังไม่ครบถ้วน ข้อมูลสำคัญหลายรายการ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น ยอดจำหน่ายแยกตามผลิตภัณฑ์ และระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วม ยังไม่ได้รับการจัดเก็บหรือสรุปอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การประเมินความสำเร็จของโครงการในเชิงปริมาณทำได้ไม่ครบถ้วน

7. การเตรียมงานอีเวนต์มีความซับซ้อนและหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะต้องประสานงานในหลายมิติ ทั้งด้านสถานที่ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ บูธ การขนส่ง การประชาสัมพันธ์ ความปลอดภัย การจัดการอาหาร และการเตรียมแผนรองรับสภาพอากาศ ทำให้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการประสานงานสูง

8. ความต่อเนื่องภายหลังสิ้นสุดโครงการ แม้โครงการจะก่อให้เกิดต้นแบบอาหาร ผลิตภัณฑ์ และแนวทางการบริการ แต่ความต่อเนื่องในการดำเนินงานยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การรวมกลุ่มของชุมชน การมีผู้รับผิดชอบหลักที่ชัดเจน ความพร้อมด้านเงินทุน ระบบควบคุมคุณภาพ และช่องทางการตลาด หากไม่มีแผนดำเนินงานที่ชัดเจนหลังสิ้นสุดโครงการ ผลิตภัณฑ์อาจไม่ถูกผลิตหรือจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

9. การประสานงานและการจ้างงานนักศึกษา ตารางเรียนและภารกิจทางการศึกษาของนักศึกษาไม่สอดคล้องกับตารางกิจกรรมของชุมชนเสมอไป ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนหน้าที่และเวลาปฏิบัติงานอยู่เป็นระยะ และต้องอาศัยการชี้แจงและติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาโครงการ



จากผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่พบ มีข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ดังนี้

1. เปิดโอกาสให้ปรับแผนและหมวดงบประมาณตามบริบทของพื้นที่ การดำเนินงานในชุมชนมักพบการเปลี่ยนแปลงที่ยากคาดเดาล่วงหน้า ทั้งด้านราคาวัสดุ ความพร้อมของสถานที่ สภาพอากาศ จำนวนผู้เข้าร่วม และสถานการณ์ต่าง ๆ ของชุมชน จึงควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่เปิดโอกาสให้สามารถปรับรายละเอียดกิจกรรมหรือถัวเฉลี่ยงบประมาณระหว่างรายการได้อย่างยืดหยุ่น ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์และผลลัพธ์เดิม

2. สนับสนุนงบประมาณสำหรับการติดตามและพัฒนาต่อยอด ควรจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงพื้นที่ติดตามผลภายหลังสิ้นสุดโครงการ การให้คำปรึกษาแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบตลาดเพิ่มเติม และการประเมินผลกระทบในระยะยาว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดขึ้นสามารถพัฒนาต่อยอดจนสร้างรายได้จริงให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

3. พัฒนาระบบเก็บข้อมูลและตัวชี้วัดให้เป็นระบบ ควรออกแบบแบบฟอร์มการเก็บข้อมูลและตัวชี้วัดที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วม จำนวนอาชีพใหม่ ยอดจำหน่ายแยกตามผลิตภัณฑ์ และระดับความพึงพอใจ เพื่อให้สามารถประเมินความสำเร็จของโครงการในเชิงปริมาณได้อย่างครบถ้วนและนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงโครงการในอนาคต

4. เสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาดและการบริหารธุรกิจให้แก่ชุมชน ควรจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะด้านการคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า และการทำตลาดออนไลน์ เพื่อเสริมศักยภาพให้ชุมชนสามารถนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. วางแผนความยั่งยืนก่อนสิ้นสุดโครงการ ควรจัดทำแผนดำเนินงานหลังสิ้นสุดโครงการที่ชัดเจน ระบุผู้รับผิดชอบหลักในชุมชน กลไกการรวมกลุ่ม แหล่งเงินทุนสำหรับการผลิตต่อเนื่อง ระบบควบคุมคุณภาพ และช่องทางการตลาดที่จะใช้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดขึ้นจากโครงการสามารถดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

6. สนับสนุนการจ้างงานนักศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีกรอบการเรียนรู้ที่ชัดเจน การจ้างงานนักศึกษาเป็นกลไกที่สร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งแก่นักศึกษาและชุมชน จึงควรสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง และระบบพี่เลี้ยงที่เหมาะสม เพื่อให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับตารางการศึกษา

7. ขยายและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ ควรต่อยอดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่า โดยขยายเครือข่ายไปยังภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น หมู่บ้าน 237 หมู่บ้าน 1 ชุมชนเขาเต่า ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีค่า GVH ภาพรวม 4.53/5.00 อยู่ในระดับมากที่สุด
2) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น 5 ชุมชน 1 ชุมชน ชุมชนเขาเต่า มีค่า GVH เพิ่มขึ้นครอบคลุมทั้ง 6 องค์ประกอบ ได้แก่ วิถีชีวิตแบบพอเพียง (4.39), สุขภาวะและความมั่นคงของครอบครัว (4.43), เศรษฐกิจครัวเรือนเข้มแข็ง (4.46), การบริหารจัดการชุมชน (4.55), ธรรมชาติและการจัดสรรทรัพยากรชุมชน (4.71), การศึกษาและการจัดสวัสดิการชุมชน (4.61)
3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 13 หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน ชุมชนเขาเต่า ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการพัฒนาทั้งด้านผลิตภัณฑ์ อาหาร หัตถกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 1 ชุมชน 1 ชุมชน ชุมชนเขาเต่า ได้รับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม (ลายผ้าเขาเต่า) และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ยางกล้วย/กาบกล้วย มะพร้าวตกเกรด)
5) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 13 เครือข่าย 4 เครือข่าย (1) เทศบาลนครหัวหิน (2) อำเภอหัวหิน (3) สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด (4) สำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน
6) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ 2 กลุ่ม 1 กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนเขาเต่า ได้รับการยกระดับทักษะการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการบัญชี และการตลาด
7) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ 90 ครัวเรือน 16 ครัวเรือน สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการและตอบแบบประเมิน GVH จำนวน 16 คน/ครัวเรือน ในชุมชนเขาเต่า
8) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการยกระดับ/พัฒนา 210 คน 116 คน สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง 16 คน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีเวนต์ (KHAO TAO: Woven Stories, HUA HIN FOOD FEST, Food•Fashion•Passion Fair) อีกอย่างน้อย 100 คน
9) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น 0 คน 0 คน
10) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น 0 กลุ่ม 0 กลุ่ม
11) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น 3 คน 0 คน สมาชิกชุมชนได้รับทักษะอาชีพใหม่ด้านการพิมพ์ผ้าด้วยสีธรรมชาติ (ยางกล้วย) และการประกอบการด้านอาหารอัตลักษณ์ชุมชน รวมถึงวันทำงานที่เพิ่มขึ้นประมาณ ~97 วัน/เดือน
12) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ 6 ผลิตภัณฑ์ 8 ผลิตภัณฑ์ สูตรมาตรฐานเมนูเมี่ยงคำปลาทู, ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด, น้ำอัญชันมะนาว, ขนม ถ้วยเต่า และเสื้อยืด, ผ้าคลุมผม/ผ้าพันคอ, ผ้ากันเปื้อน, กระเป๋าผ้าลายเต่า
13) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนาให้นำประเด็น Soft Power ท้องถิ่นสู่การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4 ชุมชน 1 ชุมชน ชุมชนเขาเต่า ได้รับการพัฒนาโดยนำ Soft Power ด้านลายผ้าเขาเต่า ภูมิปัญญาการพิมพ์ผ้า และอาหารพื้นถิ่น มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และการจัดงานอีเวนต์สร้างสรรค์
14) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก 4 นวัตกรรม 4 นวัตกรรม นวัตกรรมการพิมพ์ลายผ้าเขาเต่าด้วยสียางกล้วย ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (~3,405 ต้น/เดือน) มาสร้างมูลค่าทดแทนสีเคมี ลดต้นทุนได้ 16,310 บาท/เดือน
15) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 ร้อยละ 15 รายได้เพิ่มขึ้น 22,500 บาท/เดือน จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการของกลุ่มสมาชิก 16 ครัวเรือน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 1,406 บาท/ครัวเรือน/เดือน
16) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 41 ร้อยละ 91 ค่าเฉลี่ย GVH ภาพรวม = 4.53 ระดับมากที่สุด โดยด้านที่สูงสุด คือ ธรรมชาติและการจัดสรรทรัพยากรชุมชน (4.71) และผู้ตอบแบบประเมินมีความสุขระดับ "สุขมาก" ถึง ร้อยละ 81.25 (13 จาก 16 คน)
17) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 0 เท่า มูลค่าผลลัพธ์สุทธิเบื้องต้น = 261,990 บาท/ปี เทียบกับเงินลงทุน 1,014,000 บาท คิดเป็น SROI = 0.26:1 (ทุก 1 บาทที่ลงทุน สร้างมูลค่าสังคมสุทธิ 0.26 บาท) หมายเหตุ: ค่านี้ยังไม่รวมมูลค่าด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ที่ยังไม่มี Financial Proxy เพียงพอ หากรวมครบทุกมิติ มูลค่า SROI ที่แท้จริงจะสูงกว่านี้
18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 15,000 บาท/ปี 22,500 บาท/ปี รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและหัตถกรรมผ้าลายเขาเต่าของกลุ่มสมาชิก ซึ่งเมื่อรวมกับการลดค่าใช้จ่าย (24,000 บาท/เดือน) และการประหยัดค่าสีและกาวเคมี (16,310 บาท/เดือน) จะมีมูลค่ารวม 62,810 บาท/เดือน
19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 315 ครัวเรือน 16 ครัวเรือน สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเขาเต่า ปราชญ์ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ตำบลหัวหิน ที่เข้าร่วมโครงการและตอบแบบประเมิน GVH จำนวน 16 คน/ครัวเรือน
20) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 81 สะท้อนจากผู้เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 81.25 มีความสุขระดับ "สุขมาก" และ GVH ด้านการบริหารจัดการชุมชน (4.55) และด้านการศึกษาและการจัดสวัสดิการชุมชน (4.61) อยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของศักยภาพและความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
21) เส้นทางการท่องเที่ยว รูปแบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน-ฟื้นฟู 9 เส้นทาง 0 เส้นทาง
22) จัดนิทรรศการ online/onsite เกี่ยวกับอาหาร ศิลปะมาตรฐาน เชื่อมโยงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ + PBRU 1 ครั้ง 2 ครั้ง KHAO TAO: Woven Stories, Shared Flavors และ Food • Fashion • Passion Fair