ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ชาติด้านการแข่งขัน โดยใช้แนวคิด "ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน สร้างอนาคต" ผ่านการผสานรากเหง้าวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และทรัพยากรธรรมชาติกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาผู้ประกอบการ และสร้างธุรกิจใหม่ที่ตอบสนองตลาดโลก พร้อมลดความเหลื่อมล้าและเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน โดย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมทั้งรูปธรรม (โบราณสถาน ศิลปะ) และนามธรรม (ภูมิปัญญา ความเชื่อ) มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์และมูลค่าเพิ่ม กรณีตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การประมง เกษตร การทอผ้า ที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต เทศบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์ท้องถิ่นเน้นการลงทุน เศรษฐกิจพอเพียง และการท่องเที่ยว โดยมุ่งใช้ทุนทางวัฒนธรรมพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างโอกาสการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนั้น การจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์พื้นที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมีความสำคัญในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งของพื้นที่มาพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์อันส่งผลต่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น ตลอดจนการนำผลการศึกษาวิจัยมาพิจารณาร่วมกันโดยวางแผนเชิงนโยบายในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการบริหารการจัดการพื้นที่ การกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาที่สามารถบูรณาการพันธกิจสู่การสร้างสรรค์คุณค่าทรัพยากรชุมชนให้เกิดความภาคภูมิใจและยั่งยืน
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมชนเขาเต่า | หนองแก | หัวหิน | ประจวบคีรีขันธ์ |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 26 เม.ย. 2569 - 23 พ.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลทุนทางวัฒนธรรมลายผ้าเขาเต่า บริบทชุมชน และทรัพยากรในพื้นที่
2) ประชุมวางแผนร่วมกับชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ และภาคีเครือข่าย เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรม
3) จัดกิจกรรมออกแบบแนวคิด (Concept Design) อาหารว่างและเครื่องดื่มที่สะท้อนอัตลักษณ์ลายผ้าเขาเต่า
4) พัฒนา ทดลอง และปรับปรุงต้นแบบเมนูอาหารว่างและเครื่องดื่ม
5) ทดลองจำหน่ายเมนูต้นแบบในการรองรับคณะดูงานและให้บริการกับภาครัฐ
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
ด้านเศรษฐกิจ
เกิดผลิตภัณฑ์อาหารว่าง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากลายผ้าเขาเต่าที่ผ่านการพัฒนา สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ด้านสังคม
ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมลายผ้าเขาเต่า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้
เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคการศึกษา และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่
ด้านสิ่งแวดล้อม:
ส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green & Circular Economy) ในระดับชุมชน
ด้านการศึกษา
ส่งเสริมทักษะอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ประกอบการเชิงวัฒนธรรม (Cultural & Creative Entrepreneurship)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
125,600.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 26 เม.ย. 2569 - 23 พ.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
1. ภาครัฐ ได้แก่ เมืองหัวหิน สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหัวหิน และสำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน
2. ภาคเอกชน ได้แก่ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
3. ภาควิชาการ ได้แก่ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา วิทยาลัยนวักรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
4. ภาคชุมชน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่ม คนรุ่นใหม่ คนคืนถิ่น ปราชญ์ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1) ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยางกล้วย กาบกล้วยและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
2) ทดลองทำต้นแบบผลิตภัณฑ์ลายผ้าเขาเต่าจากกาบกล้วย
3) ประเมินคุณภาพ และปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในรูปแบบการตลาดและจำหน่าย
4) ผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบการเพิ่มมูลค่าลายผ้าเขาเต่าด้วยวัสดุยางกล้วย
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
316,050.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 4) 31 ก.ค. 2569 - 31 ก.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
วางแผนและออกแบบรูปแบบกิจกรรมอีเวนท์เชิงสร้างสรรค์
จัดกิจกรรมอีเวนท์เชิงสร้างสรรค์ จัดแสดงและจำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์เขาเต่าจาก ยางกล้วย กาบกล้วย
จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์และเผยแพร่แก่หน่วยงาน/ชุมชน
วางแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป
ผลผลิต (Output)
ผลผลิตจากกิจกรรมการจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในพื้นที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย
การจัดงานอีเวนต์เพื่อนำเสนอและเผยแพร่ผลผลิตจากการดำเนินโครงการ จำนวน 1 ครั้ง โดยนำเสนอผลผลิต 2 ประเภท ได้แก่
สำรับอาหารชุมชนเขาเต่า จำนวน 1 สำรับ ประกอบด้วยอาหารและเครื่องดื่ม 4รายการ
ผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่า จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ ผ้ากันเปื้อน และกระเป๋าผ้า
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการศึกษาและการบริการวิชาการ ระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 ฉบับ
สำรับอาหารอัตลักษณ์ชุมชนเขาเต่าที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับการบริการในรูปแบบ Chef’s Table จำนวน 1 สำรับ ประกอบด้วย 4 รายการ ได้แก่ เมี่ยงปลาทู ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด น้ำอัญชันมะนาว และขนมถ้วยเขาเต่า
รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่า จำนวน 4ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ ผ้ากันเปื้อน และกระเป๋าผ้า รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,000 บาท
บูธสำหรับจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนเขาเต่า จำนวน 1 บูธ โดยมีผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าจัดจำหน่าย จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ ผ้ากันเปื้อน และกระเป๋าผ้า
แนวทางการจัดเตรียมและให้บริการอาหารในรูปแบบ Chef’s Table โดยชุมชนเขาเต่า จำนวน 1 แนวทาง เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินงานและต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลลัพธ์ของกิจกรรม คือ การที่ชุมชนเขาเต่าสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ สร้างรายได้ และเกิดความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
ผู้ประกอบการและสมาชิกชุมชนเขาเต่ามีความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการบนฐานทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนเพิ่มขึ้น
อาหารและลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าได้รับการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาเป็นสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้
ชุมชนมีต้นแบบการให้บริการอาหารในรูปแบบ Chef’s Table ซึ่งสามารถนำไปจัดกิจกรรม ต้อนรับนักท่องเที่ยว และต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างรายได้ของชุมชนได้
ผู้ประกอบการชุมชนมีช่องทางในการประชาสัมพันธ์ จัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวม 7,000 บาท
ผลิตภัณฑ์และสำรับอาหารอัตลักษณ์เขาเต่าเป็นที่รู้จักมากขึ้น ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนเขาเต่า
เกิดกลไกความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่าในการพัฒนาผู้ประกอบการ การบริการวิชาการ และการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
ชุมชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการกิจกรรมและทรัพยากรทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
ด้านเศรษฐกิจ
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
ด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
277,700.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 26 เม.ย. 2569 - 2 ส.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
สังคมรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
150,900.00 บาท / Bahtโครงการการจัดการพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการครบตามกิจกรรมหลักที่กำหนดไว้ทั้ง 4 กิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาอาหารว่างและเครื่องดื่มจากอัตลักษณ์เขาเต่า การเพิ่มมูลค่าลายผ้าเขาเต่าด้วยวัสดุยางกล้วย การจัดกิจกรรมอีเวนต์เพื่อสร้างการรับรู้และทดลองตลาด และการจ้างงานนักศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานตามกิจกรรมได้ ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาอาหารว่างและเครื่องดื่มจากอัตลักษณ์เขาเต่า ดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 3 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 ณ วัดเขาเต่า ผลที่ได้คือต้นแบบสำรับอาหารอัตลักษณ์เขาเต่า จำนวน 1 สำรับ 4 รายการ ประกอบด้วย ขนมถ้วยเขาเต่า น้ำอัญชันแมงลัก เมี่ยงคำปลาทู และซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด พร้อมแนวทางการให้บริการในรูปแบบ Chef's Table ที่สื่อสารเรื่องราวชุมชนผ่านอาหารและประสบการณ์การท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะด้านการพัฒนาสูตรอาหาร การนำเสนออาหาร การบริการ และการสื่อความหมายทางวัฒนธรรมผ่านอาหาร อันเป็นการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมที่ 2 การเพิ่มมูลค่าลายผ้าเขาเต่าด้วยวัสดุยางกล้วย ดำเนินการควบคู่กับกิจกรรมที่ 1 จำนวน 3 ครั้ง โดยประยุกต์ใช้ลวดลายอัตลักษณ์ชุมชนร่วมกับวัสดุยางกล้วยตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืดลายเต่าอัตลักษณ์ ผ้าคลุมผมลายเต่าอัตลักษณ์ ผ้ากันเปื้อนลายเต่าอัตลักษณ์ และกระเป๋าผ้าลายเต่าอัตลักษณ์ ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ด้านการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และกระบวนการผลิตไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคตได้
กิจกรรมที่ 3 การจัดอีเวนต์สร้างการรับรู้และนำเสนอผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์เขาเต่า จัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ สวนสาธารณะ 19 ไร่ โดยนำเสนอสำรับอาหารเขาเต่าและผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว กิจกรรมดังกล่าวทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ประชาสัมพันธ์ พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ทดลองตลาด และพื้นที่เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรง ผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์เขาเต่าสามารถสร้างรายได้รวม 7,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้เบื้องต้นในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
กิจกรรมที่ 4 การจ้างงานนักศึกษา ดำเนินการระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 2 สิงหาคม 2569 โดยจ้างงานนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ใช้งบประมาณรวม 150,900 บาท นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงในด้านการประสานงาน การพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์ การบริการ การประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรม พร้อมเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์อย่างรอบด้าน
ภาพรวมผลลัพธ์ของโครงการ
โครงการก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในหลายมิติ ทั้งในเชิงผลผลิต ได้แก่ ต้นแบบสำรับอาหาร 1 สำรับ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 4 ประเภท แนวทางการให้บริการแบบ Chef's Table และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่า และในเชิงผลลัพธ์ ได้แก่ การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน การพัฒนาทักษะนักศึกษาจากการปฏิบัติงานจริง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
การดำเนินโครงการพบปัญหาและอุปสรรคสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. การประสานเวลาของผู้เข้าร่วมกิจกรรม สมาชิกชุมชน ผู้ประกอบการ นักศึกษา วิทยากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างมีภารกิจที่แตกต่างและหลากหลาย ส่งผลให้การกำหนดวันและเวลาที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าร่วมได้พร้อมกันเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ผู้เข้าร่วมบางส่วนจึงไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องครบทุกครั้ง กระทบต่อความสม่ำเสมอและความลึกของการเรียนรู้
2. ข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์จากลวดลายอัตลักษณ์จำเป็นต้องผ่านการทดลอง ปรับปรุง และประเมินผลซ้ำหลายรอบ แต่ด้วยระยะเวลาดำเนินโครงการที่มีจำกัด ทำให้ผลิตภัณฑ์บางรายการยังอยู่ในระดับต้นแบบ และยังต้องพัฒนาต่อในด้านคุณภาพ ความคงทน บรรจุภัณฑ์ และความพร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์
3. ข้อจำกัดของวัสดุยางกล้วยและกระบวนการผลิต การนำวัสดุยางกล้วยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ยังเป็นกระบวนการใหม่สำหรับผู้เข้าร่วม วัสดุมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอและต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางในการจัดเตรียมและใช้งาน ส่งผลให้สี ลวดลาย ความคงทน และคุณภาพโดยรวมของผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีความแปรปรวน ยากต่อการควบคุมมาตรฐานการผลิต
4. ต้นทุนและกำลังการผลิตของชุมชน การผลิตในปริมาณน้อยทำให้ต้นทุนต่อหน่วยค่อนข้างสูง ประกอบกับชุมชนยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ แรงงาน เงินทุนหมุนเวียน และการจัดหาวัตถุดิบ ส่งผลให้ยังไม่สามารถผลิตสินค้าในปริมาณมากหรือรองรับคำสั่งซื้อเร่งด่วนได้
5. ความพร้อมด้านการตลาดและการกำหนดราคา ชุมชนยังขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า และการทำตลาดออนไลน์ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดและการขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง
6. ข้อมูลผลลัพธ์และตัวชี้วัดยังไม่ครบถ้วน ข้อมูลสำคัญหลายรายการ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น ยอดจำหน่ายแยกตามผลิตภัณฑ์ และระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วม ยังไม่ได้รับการจัดเก็บหรือสรุปอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การประเมินความสำเร็จของโครงการในเชิงปริมาณทำได้ไม่ครบถ้วน
7. การเตรียมงานอีเวนต์มีความซับซ้อนและหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะต้องประสานงานในหลายมิติ ทั้งด้านสถานที่ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ บูธ การขนส่ง การประชาสัมพันธ์ ความปลอดภัย การจัดการอาหาร และการเตรียมแผนรองรับสภาพอากาศ ทำให้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการประสานงานสูง
8. ความต่อเนื่องภายหลังสิ้นสุดโครงการ แม้โครงการจะก่อให้เกิดต้นแบบอาหาร ผลิตภัณฑ์ และแนวทางการบริการ แต่ความต่อเนื่องในการดำเนินงานยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การรวมกลุ่มของชุมชน การมีผู้รับผิดชอบหลักที่ชัดเจน ความพร้อมด้านเงินทุน ระบบควบคุมคุณภาพ และช่องทางการตลาด หากไม่มีแผนดำเนินงานที่ชัดเจนหลังสิ้นสุดโครงการ ผลิตภัณฑ์อาจไม่ถูกผลิตหรือจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
9. การประสานงานและการจ้างงานนักศึกษา ตารางเรียนและภารกิจทางการศึกษาของนักศึกษาไม่สอดคล้องกับตารางกิจกรรมของชุมชนเสมอไป ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนหน้าที่และเวลาปฏิบัติงานอยู่เป็นระยะ และต้องอาศัยการชี้แจงและติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาโครงการ
จากผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่พบ มีข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ดังนี้
1. เปิดโอกาสให้ปรับแผนและหมวดงบประมาณตามบริบทของพื้นที่ การดำเนินงานในชุมชนมักพบการเปลี่ยนแปลงที่ยากคาดเดาล่วงหน้า ทั้งด้านราคาวัสดุ ความพร้อมของสถานที่ สภาพอากาศ จำนวนผู้เข้าร่วม และสถานการณ์ต่าง ๆ ของชุมชน จึงควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่เปิดโอกาสให้สามารถปรับรายละเอียดกิจกรรมหรือถัวเฉลี่ยงบประมาณระหว่างรายการได้อย่างยืดหยุ่น ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์และผลลัพธ์เดิม
2. สนับสนุนงบประมาณสำหรับการติดตามและพัฒนาต่อยอด ควรจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงพื้นที่ติดตามผลภายหลังสิ้นสุดโครงการ การให้คำปรึกษาแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบตลาดเพิ่มเติม และการประเมินผลกระทบในระยะยาว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดขึ้นสามารถพัฒนาต่อยอดจนสร้างรายได้จริงให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน
3. พัฒนาระบบเก็บข้อมูลและตัวชี้วัดให้เป็นระบบ ควรออกแบบแบบฟอร์มการเก็บข้อมูลและตัวชี้วัดที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วม จำนวนอาชีพใหม่ ยอดจำหน่ายแยกตามผลิตภัณฑ์ และระดับความพึงพอใจ เพื่อให้สามารถประเมินความสำเร็จของโครงการในเชิงปริมาณได้อย่างครบถ้วนและนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงโครงการในอนาคต
4. เสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาดและการบริหารธุรกิจให้แก่ชุมชน ควรจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะด้านการคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า และการทำตลาดออนไลน์ เพื่อเสริมศักยภาพให้ชุมชนสามารถนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. วางแผนความยั่งยืนก่อนสิ้นสุดโครงการ ควรจัดทำแผนดำเนินงานหลังสิ้นสุดโครงการที่ชัดเจน ระบุผู้รับผิดชอบหลักในชุมชน กลไกการรวมกลุ่ม แหล่งเงินทุนสำหรับการผลิตต่อเนื่อง ระบบควบคุมคุณภาพ และช่องทางการตลาดที่จะใช้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดขึ้นจากโครงการสามารถดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
6. สนับสนุนการจ้างงานนักศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีกรอบการเรียนรู้ที่ชัดเจน การจ้างงานนักศึกษาเป็นกลไกที่สร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งแก่นักศึกษาและชุมชน จึงควรสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง และระบบพี่เลี้ยงที่เหมาะสม เพื่อให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับตารางการศึกษา
7. ขยายและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ ควรต่อยอดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างเทศบาลนครหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชุมชนเขาเต่า โดยขยายเครือข่ายไปยังภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | หมู่บ้าน 237 | หมู่บ้าน 1 | ชุมชนเขาเต่า ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีค่า GVH ภาพรวม 4.53/5.00 อยู่ในระดับมากที่สุด |
| 2) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 5 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนเขาเต่า มีค่า GVH เพิ่มขึ้นครอบคลุมทั้ง 6 องค์ประกอบ ได้แก่ วิถีชีวิตแบบพอเพียง (4.39), สุขภาวะและความมั่นคงของครอบครัว (4.43), เศรษฐกิจครัวเรือนเข้มแข็ง (4.46), การบริหารจัดการชุมชน (4.55), ธรรมชาติและการจัดสรรทรัพยากรชุมชน (4.71), การศึกษาและการจัดสวัสดิการชุมชน (4.61) |
| 3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 13 หมู่บ้าน | 1 หมู่บ้าน | ชุมชนเขาเต่า ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการพัฒนาทั้งด้านผลิตภัณฑ์ อาหาร หัตถกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ |
| 4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 1 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนเขาเต่า ได้รับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม (ลายผ้าเขาเต่า) และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ยางกล้วย/กาบกล้วย มะพร้าวตกเกรด) |
| 5) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 13 เครือข่าย | 4 เครือข่าย | (1) เทศบาลนครหัวหิน (2) อำเภอหัวหิน (3) สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด (4) สำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน |
| 6) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ | 2 กลุ่ม | 1 กลุ่ม | วิสาหกิจชุมชนเขาเต่า ได้รับการยกระดับทักษะการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการบัญชี และการตลาด |
| 7) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ | 90 ครัวเรือน | 16 ครัวเรือน | สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการและตอบแบบประเมิน GVH จำนวน 16 คน/ครัวเรือน ในชุมชนเขาเต่า |
| 8) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการยกระดับ/พัฒนา | 210 คน | 116 คน | สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง 16 คน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีเวนต์ (KHAO TAO: Woven Stories, HUA HIN FOOD FEST, Food•Fashion•Passion Fair) อีกอย่างน้อย 100 คน |
| 9) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น | 0 คน | 0 คน | |
| 10) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น | 0 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 11) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น | 3 คน | 0 คน | สมาชิกชุมชนได้รับทักษะอาชีพใหม่ด้านการพิมพ์ผ้าด้วยสีธรรมชาติ (ยางกล้วย) และการประกอบการด้านอาหารอัตลักษณ์ชุมชน รวมถึงวันทำงานที่เพิ่มขึ้นประมาณ ~97 วัน/เดือน |
| 12) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ | 6 ผลิตภัณฑ์ | 8 ผลิตภัณฑ์ | สูตรมาตรฐานเมนูเมี่ยงคำปลาทู, ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด, น้ำอัญชันมะนาว, ขนม ถ้วยเต่า และเสื้อยืด, ผ้าคลุมผม/ผ้าพันคอ, ผ้ากันเปื้อน, กระเป๋าผ้าลายเต่า |
| 13) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนาให้นำประเด็น Soft Power ท้องถิ่นสู่การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ | 4 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนเขาเต่า ได้รับการพัฒนาโดยนำ Soft Power ด้านลายผ้าเขาเต่า ภูมิปัญญาการพิมพ์ผ้า และอาหารพื้นถิ่น มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และการจัดงานอีเวนต์สร้างสรรค์ |
| 14) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก | 4 นวัตกรรม | 4 นวัตกรรม | นวัตกรรมการพิมพ์ลายผ้าเขาเต่าด้วยสียางกล้วย ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (~3,405 ต้น/เดือน) มาสร้างมูลค่าทดแทนสีเคมี ลดต้นทุนได้ 16,310 บาท/เดือน |
| 15) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น | ร้อยละ 10 | ร้อยละ 15 | รายได้เพิ่มขึ้น 22,500 บาท/เดือน จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการของกลุ่มสมาชิก 16 ครัวเรือน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 1,406 บาท/ครัวเรือน/เดือน |
| 16) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | ร้อยละ 41 | ร้อยละ 91 | ค่าเฉลี่ย GVH ภาพรวม = 4.53 ระดับมากที่สุด โดยด้านที่สูงสุด คือ ธรรมชาติและการจัดสรรทรัพยากรชุมชน (4.71) และผู้ตอบแบบประเมินมีความสุขระดับ "สุขมาก" ถึง ร้อยละ 81.25 (13 จาก 16 คน) |
| 17) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 0 เท่า | มูลค่าผลลัพธ์สุทธิเบื้องต้น = 261,990 บาท/ปี เทียบกับเงินลงทุน 1,014,000 บาท คิดเป็น SROI = 0.26:1 (ทุก 1 บาทที่ลงทุน สร้างมูลค่าสังคมสุทธิ 0.26 บาท) หมายเหตุ: ค่านี้ยังไม่รวมมูลค่าด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ที่ยังไม่มี Financial Proxy เพียงพอ หากรวมครบทุกมิติ มูลค่า SROI ที่แท้จริงจะสูงกว่านี้ |
| 18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 15,000 บาท/ปี | 22,500 บาท/ปี | รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและหัตถกรรมผ้าลายเขาเต่าของกลุ่มสมาชิก ซึ่งเมื่อรวมกับการลดค่าใช้จ่าย (24,000 บาท/เดือน) และการประหยัดค่าสีและกาวเคมี (16,310 บาท/เดือน) จะมีมูลค่ารวม 62,810 บาท/เดือน |
| 19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 315 ครัวเรือน | 16 ครัวเรือน | สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเขาเต่า ปราชญ์ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ตำบลหัวหิน ที่เข้าร่วมโครงการและตอบแบบประเมิน GVH จำนวน 16 คน/ครัวเรือน |
| 20) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 81 | สะท้อนจากผู้เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 81.25 มีความสุขระดับ "สุขมาก" และ GVH ด้านการบริหารจัดการชุมชน (4.55) และด้านการศึกษาและการจัดสวัสดิการชุมชน (4.61) อยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของศักยภาพและความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน |
| 21) เส้นทางการท่องเที่ยว รูปแบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน-ฟื้นฟู | 9 เส้นทาง | 0 เส้นทาง | |
| 22) จัดนิทรรศการ online/onsite เกี่ยวกับอาหาร ศิลปะมาตรฐาน เชื่อมโยงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ + PBRU | 1 ครั้ง | 2 ครั้ง | KHAO TAO: Woven Stories, Shared Flavors และ Food • Fashion • Passion Fair |