ชื่อกิจกรรม

พัฒนาห้องสมุดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กิจกรรมภายใต้ : 2569 โครงการที่ 28_1 คณะ 1อำเภอ : ยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้สมรรถนะเป็นฐาน (P4.1-Hard Skills)
ประเภทกิจกรรม
การยกระดับคุณภาพการศึกษา
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์สัญญา ธีระเดชอุปถัมภ์ รองผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการฯ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. อาจารย์ปิยวรรณ คุสินธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการฯ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. อาจารย์ ดร.มธุรสปราบไพรี รองผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการฯ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ตวงสิทธิ์ สนขำ รองผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการฯ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
5. นางสาวแขนภา ทองตัน นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
6. นายวิวัฒน์ เพิ่มสุข นักเอกสารสารสนเทศ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
7. นายสวัสดิ์ อุราฤทธิ์ บรรรณารักษ์ ชำนาญการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
หลักและเหตุผล

             ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้ดำเนินงานต่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระราชดำริอย่างต่อเนื่องทุกปีขณะการเสด็จฯ ทรงตรวจเยี่ยม รร.ตชด. ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้นักเรียนที่ขาดโอกาสทางการเรียนรู้ ด้านการอ่านและการเขียน ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ มีโอกาสได้อ่านออกเขียนได้ โดยเฉพาะนักเรียนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล  ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้มีกลยุทธ์ในการช่วยเหลือ นักเรียน รร.ตชด. ดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จในการอ่านการเขียนให้เป็นเช่นเดียวกับนักเรียนปกติ ตลอดจนกับส่วนงานพัฒนาเด็กเล็ก (ปฐมวัย) ในเรื่องเรียนการสอน การพัฒนาเด็กให้มีทักษะการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดพัฒนาการที่ดีขึ้น

              ทางคณะครุศาสตร์ร่วมกับสำนักวิทยบริการฯ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการเรียนรู้ การค้นคว้า การส่งเสริมการอ่านของครูและนักเรียน จึงได้ดำเนินการส่งเสริมแหล่งการเรียนรู้โรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ รร.กองทุนการศึกษา, รร.ตชด., รร.เครือข่าย สำนักวิทยบริการฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน จึงได้จัดการส่งเสริมการอ่านและจัดแหล่งการเรียนรู้ที่จะพัฒนา รร.ให้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช เพื่อช่วยให้ห้องสมุดโรงเรียนมีแหล่งการเรียนรู้ที่ดี  ตอบโจทย์นักเรียน และมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ส่งเสริมให้ครู นักเรียน และบุคลากรของโรงเรียนมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สามารถพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน โดยการใช้แหล่งการเรียนรู้ที่จัดขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองให้ได้มากที่สุด ตลอดจนการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้เด็กปฐมให้มีทักษะการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดพัฒนาการและให้เกิดความยั่งยืนที่ดียิ่งขึ้น 

             ดังนั้น ทางคณะครุศาสตร์ร่วมกับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ดำเนินการตอบสนอง พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโครงการพระราชดำริในการตรวจเยี่ยม รร.ตชด. ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการโครงการ/กิจกรรมพัฒนาห้องสมุดให้มีสภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จัดอบรมครูบรรณารักษ์ให้แก่ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน ปรับสภาพแวดล้อมภายในห้องสมุด จัดอบรมครูบรรณารักษ์ให้แก่ครู จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน สื่อการเรียนรู้เพื่อการอ่านออก เขียนได้ ให้กับครู และนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 11 โรงเรียน เพื่อให้เกิดพัฒนาการและให้เกิดความยั่งยืนที่ดียิ่งขึ้น 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาห้องสมุด และสภาพแวดล้อม ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของครู นักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

2. เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน สื่อการเรียนรู้ เพื่อการอ่าน เขียนได้ แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

3. เพื่ออบรมเกี่ยวกับความรู้ห้องสมุดเบื้องต้นแก่ครูบรรณารักษ์และผู้ปฏิบัติ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ห้วยสัตว์ใหญ่ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
2 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน เขาจ้าว ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์
3 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ป่าเด็ง แก่งกระจาน เพชรบุรี
4 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ห้วยแม่เพรียง แก่งกระจาน เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 2) 1 ธ.ค. 2568 - 31 มี.ค. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

5) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

วิธีการดำเนินงาน (Process)

1. การลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของห้องสมุดโรงเรียนตำราวจตระเวนชายแดน
2. การพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนตำราวจตระเวนชายแดน

ผลผลิต (Output)

สำนักวิทยบริการฯ ได้การลงพื้นที่เพื่อหารือร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้รับผิดชอบดูแลห้องสมุด จำนวน 6 โรงเรียน ได้แก่

       1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

       2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

       3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

       4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

       5) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

       6) โรงเรียน วไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

      เพื่อสำรวจความต้องการรับบริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคมของโรงเรียน ข้อมูลพื้นฐาน ความพร้อมด้านต่างๆ ของห้องสมุด เพื่อให้ได้กรอบมาจัดทำแผนบริการวิชาการในการพัฒนาห้องสมุด


ผลลัพธ์ (Outcome)

จากการลงพื้นที่ทำให้ทราบข้อมูลดังนี้  

        1) บุคลากรหรือผู้รับผิดชอบดูแลห้องสมุดขาดทักษะและความรู้ด้านการดำเนินงานห้องสมุด

        2) การดำเนินงานด้านเทคนิคห้องสมุดขาดความต่อเนื่อง เช่น การลงทะเทียน ตราประทับต่างๆป้ายต่างๆ การจัดหมวดหมู่ และการจัดมุมต่างๆ ในห้องสมุด 

        3) ชั้นวางหนังสือชำรุด ไม่เพียงพอ

        4) ขาดกิจกรรมการส่งเสริมการอ่านและการใช้ห้องสมุดที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

        5) ขาดเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบห้องสมุดในการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ

        6) ต้องการมุมความรู้ต่างๆ เช่น มุมในหลวง มุมพระเทพฯ มุมสมเด็จย่าฯ

        7) งบประมาณด้านการจัดหาสื่อ/หนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่เก่าและเป็นสื่อที่ได้รับบริจาค เป็นแบบเรียนและไม่ตรงกับความต้องการและความเหมาะสมวัยกับนักเรียน

กิจกรรมการปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนให้เหมาะแก่การเรียนรู้ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังต่อไปนี้

1. ด้านบรรยากาศ สภาพแวดล้อม

     1) จัดแบ่งมุมต่างๆ เช่น มุมความรู้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มุมหนงสือสำหรับเด็กและเยาวชน มุมหนังสืออ้างอิง มุมหนังสือนิยาย ฯ พร้อมกับจัดอุปกรณ์เข้ามุมให้เกิดความเรียบร้อย

                  2) เช็คสภาพชั้นวาง/โต๊ะ ทำความสะอาดห้องและอุปกรณ์ ตกแต่งมุมต่างๆ

                  3) ทำป้ายหมวดหนังสือ / ป้ายชั้น / ป้ายอื่นๆ

2. ด้านสื่อสารนิเทศ

                  1) รวบรวม คัดแยกสื่อตามประเภทของเอกสาร อุปกรณ์ ของเล่น

                  2) แบ่งหนังสือตามหมวดหมู่ตามระบบทศนิยมดิวอี้ 

        3) ติดสันหนังสือแบ่งสีตามหมวดหมู่  โดยมีกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนช่วยกันติดแถบตามหมวด และนำไปจัดเรียงขึ้นชั้นตามหมวดหมู่ที่แยกไว้

                  4) จัดทำบัญชีรายชื่อสำหรับจัดทำระบบฐานข้อมูลห้องสมุด

3. ด้านบรรณารักษ์ ผู้ปฏิบัติงาน

        1) ให้ความรู้เบื้องต้นด้าน กฏ กติกาต่างๆ ในการใช้ห้องสมุด และการปฏิบัติงานห้องสมุดกับคุณครู และนักเรียนช่วยงานห้องสมุด

                  2) พัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ทักษะการจัดระบบหนังสือ  การบริการ การทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการฝึกยุวบรรณารักษ์ให้มีความรับผิดชอบ


ผลกระทบ (Impact)

การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1. ครูและนักเรียนได้รับประสบการณ์และการเรียนรู้จากการอ่านเกิดนิสัยรักการอ่าน จากแหล่งการศึกษาค้นคว้าหาความรู้

2. ครูและนักเรียนมีแหล่งเรียนรู้ (ห้องสมุด) ที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัย

3. ครูและนักเรียนมีสภาพแวดล้อมของแหล่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการอ่าน


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

68,982.00 บาท / Baht

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 2) 23 ก.พ. 2569 - 26 ก.พ. 2569

กลุ่มเป้าหมาย (Target)

1. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

2. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

3. โรงเรียน ตชด.บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

วิธีการดำเนินงาน (Process)

กิจกรรมอบรมแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่
     1) การอบรครูและยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ตชด.
     2) การส่งเสริมการอ่านและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

ผลผลิต (Output)

1) การอบรครูและยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ตชด. เป็นการอบรมมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน และยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ในการจัดการห้องสมุดและการส่งเสริมการอ่านตามพระราชดำริฯ โดยเน้นฝึกทักษะการจัดระบบหนังสือ  การบริการและจัดอย่างเป็นระบบเป็นหมวดหมู่ การทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการฝึกยุวบรรณารักษ์ให้มีความรับผิดชอบ เสียสละ เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืน

เนื้อหาการอบรม ประกอบด้วย :

        งานห้องสมุด : เรียนรู้ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือ การลงทะเบียนหนังสือ

        กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน : การบันทึกการอ่าน กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อจูงใจให้เด็กอ่านหนังสือมากขึ้น

        การบริหารจัดการ : การจัดสภาพแวดล้อมห้องสมุดให้เอื้อต่อการเรียนรู้

 

2) การส่งเสริมการอ่านและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นกิจกรรมมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน ได้แก่

            - การเรียนรู้การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมผ่านสื่อวีดีทัศน์

           - การคัดแยกขยะ “รักษ์โลก รักษ์ชุมชน”

           - การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ / วัสดุรีไซเคิล ”ไม้ปิิงปองหรรษาจากกระดาษลัง”

          - การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ / วัสดุรีไซเคิล “ขวดพลาสติกใส่เครื่องเขียน”

ผลลัพธ์ (Outcome)

1. ครูและนักเรียนได้รับประสบการณ์และการเรียนรู้จากการอ่านเกิดนิสัยรักการอ่าน จากแหล่งการศึกษาค้นคว้าหาความรู้

2. ครูและนักเรียนมีสภาพแวดล้อมของแหล่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการอ่าน

3. พัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ทักษะการจัดระบบหนังสือ  การบริการ การทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการฝึกยุวบรรณารักษ์ให้มีความรับผิดชอบ


ผลกระทบ (Impact)

สิ่งแวดล้อม
การศึกษาเรียนรู้

รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)

1. บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน และยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ในการจัดการห้องสมุดและการส่งเสริมการอ่านตามพระราชดำริฯ โดยเน้นฝึกทักษะการจัดระบบหนังสือ  การบริการและจัดอย่างเป็นระบบเป็นหมวดหมู่ การทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการฝึกยุวบรรณารักษ์ให้มีความรับผิดชอบ เสียสละ เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืน
2. ครูและนักเรียนมีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน

งบประมาณที่ใช้ (Budget)

38,096.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม




         สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ดำเนินโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ. โรงเรียน ตชด. และโรงเรียนกองทุนการศึกษา ภายใต้ โครงการหลัก โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้สมัยใหม่ในจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้สมรรถนะเป็นฐาน ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 120,400 บาท มีการขอเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน 107,078 บาท คงเหลือ 13,322 บาท คิดเป็นร้อยละ 88.93
          ผลการดำเนินงาน สำนักวิทยบริการฯ ได้การลงพื้นที่เพื่อหารือร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้รับผิดชอบดูแลห้องสมุด จำนวน 6 โรงเรียน ได้แก่
                 1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
                 2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
                 3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
                 4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
                 5) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
                 6) โรงเรียน วไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  
 
1. กิจกรรมการพัฒนาและอบรมห้องสมุดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จากการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความต้องการรับบริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคมของโรงเรียน ข้อมูลพื้นฐาน ความพร้อมด้านต่างๆ ของห้องสมุด เพื่อให้ได้กรอบมาจัดทำแผนบริการวิชาการในการพัฒนาห้องสมุด จากการลงพื้นที่ทำให้ทราบข้อมูลดังนี้  
                 1) บุคลากรหรือผู้รับผิดชอบดูแลห้องสมุดขาดทักษะและความรู้ด้านการดำเนินงานห้องสมุด
                 2) การดำเนินงานด้านเทคนิคห้องสมุดขาดความต่อเนื่อง เช่น การลงทะเทียน ตราประทับต่างๆป้ายต่างๆ การจัดหมวดหมู่ และการจัดมุมต่างๆ ในห้องสมุด
      3) ชั้นวางหนังสือชำรุด ไม่เพียงพอ
      4) ขาดกิจกรรมการส่งเสริมการอ่านและการใช้ห้องสมุดที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
      5) ขาดเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบห้องสมุดในการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ
      6) ต้องการมุมความรู้ต่างๆ เช่น มุมในหลวง มุมพระเทพฯ มุมสมเด็จย่าฯ
                 7) งบประมาณด้านการจัดหาสื่อ/หนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่เก่าและเป็นสื่อที่ได้รับบริจาค เป็นแบบเรียนและไม่ตรงกับความต้องการและความเหมาะสมวัยกับนักเรียน
 
            ทั้งนี้สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนให้เหมาะแก่การเรียนรู้ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังต่อไปนี้
  1. ด้านบรรยากาศ สภาพแวดล้อม
           1) จัดแบ่งมุมต่างๆ เช่น มุมความรู้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มุมหนงสือสำหรับเด็กและเยาวชน มุมหนังสืออ้างอิง มุมหนังสือนิยาย ฯ พร้อมกับจัดอุปกรณ์เข้ามุมให้เกิดความเรียบร้อย
                      2) เช็คสภาพชั้นวาง/โต๊ะ ทำความสะอาดห้องและอุปกรณ์ ตกแต่งมุมต่างๆ
                      3) ทำป้ายหมวดหนังสือ / ป้ายชั้น / ป้ายอื่นๆ
2. ด้านสื่อสารนิเทศ
                      1) รวบรวม คัดแยกสื่อตามประเภทของเอกสาร อุปกรณ์ ของเล่น
                     2) แบ่งหนังสือตามหมวดหมู่ตามระบบทศนิยมดิวอี้ 
          3) ติดสันหนังสือแบ่งสีตามหมวดหมู่  โดยมีกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนช่วยกันติดแถบตามหมวด และนำไปจัดเรียงขึ้นชั้นตามหมวดหมู่ที่แยกไว้
                    4) จัดทำบัญชีรายชื่อสำหรับจัดทำระบบฐานข้อมูลห้องสมุด
3. ด้านบรรณารักษ์ ผู้ปฏิบัติงาน
         1) ให้ความรู้เบื้องต้นด้าน กฏ กติกาต่างๆ ในการใช้ห้องสมุด และการปฏิบัติงานห้องสมุดกับคุณครู และนักเรียนช่วยงานห้องสมุด
                   2) พัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ทักษะการจัดระบบหนังสือ  การบริการ การทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการฝึกยุวบรรณารักษ์ให้มีความรับผิดชอบ
 
 2. กิจกรรมอบรม/ส่งเสริมการอ่านและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมครูบรรณารักษ์โรงเรียน ตชด.            
           กิจกรรมอบรมแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การอบรครูและยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ตชด. 2) การส่งเสริมการอ่านและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม รายละเอียดดังนี้
          1) การอบรครูและยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ตชด. เป็นการอบรมมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน และยุวบรรณารักษ์โรงเรียน ในการจัดการห้องสมุดและการส่งเสริมการอ่านตามพระราชดำริฯ โดยเน้นฝึกทักษะการจัดระบบหนังสือ  การบริการและจัดอย่างเป็นระบบเป็นหมวดหมู่ การทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการฝึกยุวบรรณารักษ์ให้มีความรับผิดชอบ เสียสละ เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืน เนื้อหาการอบรม ประกอบด้วย : งานห้องสมุด : เรียนรู้ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือ การลงทะเบียนหนังสือ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน : การบันทึกการอ่าน กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อจูงใจให้เด็กอ่านหนังสือมากขึ้น และ การบริหารจัดการ : การจัดสภาพแวดล้อมห้องสมุดให้เอื้อต่อการเรียนรู้
          2) การส่งเสริมการอ่านและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นกิจกรรมมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน ได้แก่  การเรียนรู้การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมผ่านสื่อวีดีทัศน์ การคัดแยกขยะ “รักษ์โลก รักษ์ชุมชน การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ / วัสดุรีไซเคิล ”ไม้ปิิงปองหรรษาจากกระดาษลัง” และ การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ / วัสดุรีไซเคิล “ขวดพลาสติกใส่เครื่องเขียน”
       
           นอกจากนี้มีการประเมินกิจกรรมโดยการใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ โดยสอบถามผู้บริหารโรงเรียน/หน่วยงาน ครู และนักเรียน จำนวน 150 คน ประกอบไปด้วย ผู้บริหารหรือครูใหญ่ 1 คน ครูบรรณารักษ์หรือผู้ที่รับผิดชอบห้องสมุด 1 คน ครู 3 คน และนักเรียน 20 คน ทั้งหมด 25 คนต่อโรงเรียน/แห่ง มีจำนวน 150 ชุด และมีผู้ตอบจำนวน 150 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ซึ่งได้ ข้อมูลและผลการสำรวจความพอใจ ผลการประเมินโดยภาพรวมของโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาห้องสมุดโรงเรียน  ค่าเฉลี่ย 4.54 คิดเป็นร้อยละ 90.84 อยู่ในระดับมากที่สุด


1 แผนการบริการวิชาการ อาจมีขั้นตอนที่ไม่สอดคล้องกับระยะเวลาที่ให้บริการมากนัก

2. โรงเรียน/ชุมชนมีความสนใจ แต่ขาดเครื่องมือและทักษะความรู้เชิงลึกในเทคนิควิธีการใหม่ ๆ

3. โรงเรียน/ชุมชนยังขาดงบประมาณในการดำเนินงาน



1. สำรวจ ติดตามการดำเนินงาน/ปัญหาของโรงเรียน/ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

2. พัฒนาหาความรู้และเทคนิควิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน/ชุมชน

3. พัฒนาโรงเรียน/ชุมชนที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นต้นแบบและเป็นผู้ถ่ายทอดที่ดีต่อในกลุ่มโรงเรียน/ชุมชน


ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนโรงเรียนที่ได้รับการพัฒนา 61 โรงเรียน 6 โรงเรียน โรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่บริการที่เข้าร่วมการยกระดับคุณภาพการศึกษา จำนวน 6 โรงเรียน/หน่วยงาน ได้แก่ 1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 5) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 6) โรงเรียนวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
2) จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่บริการที่เข้าร่วมการยกระดับคุณภาพการศึกษา 50 โรงเรียน 6 โรงเรียน โรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่บริการที่เข้าร่วมการยกระดับคุณภาพการศึกษา จำนวน 6 โรงเรียน/หน่วยงาน ได้แก่ 1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 5) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 6) โรงเรียนวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา 76 หมู่บ้าน 0 หมู่บ้าน
4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา 0 ชุมชน 6 ชุมชน หมู่บ้าน/ชมชน ที่ได้รับการพัฒนา จำนวน 6 หมู่บ้าน/ชมชน ได้แก่ 1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 5) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 6) โรงเรียนวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
5) จำนวนนวัตกรรมติดอาวุธทางปัญญาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน 44 นวัตกรรม 0 นวัตกรรม
6) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 41 ร้อยละ 0
7) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) 2 เท่า 0 เท่า
8) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม 113 นวัตกรรม 0 นวัตกรรม
9) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น 9 เครือข่าย 4 เครือข่าย 1) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 2) คณะครุศาสตร์ 3) โรงเรียนกองทุนเพื่อการศึกษา 4) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
10) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา 4,519 คน 0 คน
11) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการเกิดทักษะ/สมรรถนะการจัดการเรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ 1,069 คน 166 คน มีครูและนักเรียน ร่วมกิจกรรม 3 โรงเรียน จำนวน 166 คน ดังนี้ 1) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 50 คน 2) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 52 คน 3) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จำนวน 64 คน
12) จำนวนนวัตกรทางการศึกษาที่ได้รับการพัฒนา 300 คน 0 คน
13) จำนวนโรงเรียนต้นแบบเชิงพื้นที่ที่มีการขับเคลื่อนให้นักเรียนมีความฉลาดรู้ (PISA) ตามคุณลักษณะ 4 ประการ โดยใช้ PTRU Model 6 โรงเรียน 0 โรงเรียน
14) จำนวนนวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างคุณลักษณะ 4 ประการ 1 นวัตกรรม 0 นวัตกรรม
15) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 0