ตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้รับงบประมาณเพื่อสนับสนุนดำเนินงานตามแผนพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้แผนงานพื้นฐาน จากการร่วมกันทบทวน วางแผนและปรับปรุงเป้าหมาย ตัวชี้วัดผลผลิต/โครงการ ให้ตรงกับแผนงานพื้นฐานและพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏได้กำหนดโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 8 โครงการ ซึ่งโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เป็นโครงการที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถจะพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ และมีความสุขในชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นได้รับผิดชอบอยู่ 2 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นจากการลงพื้นที่พบกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ทราบว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีต้นทุนในด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ทั้งทะเล หาดทราย น้ำตก อุทยานต่างๆที่สวยงาม รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการ แม้ชุมชนจะมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ แต่ยังขาดการบริหารจัดการ การตลาดที่เหมาะสม ทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งยังไม่สามารถแข่งขันกับตลาดภายนอกได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังขาดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการในชุมชน ทำให้การแลกเปลี่ยนความรู้และโอกาสทางธุรกิจเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ปราณบุรี-สามร้อยยอด ให้มีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดดเด่น รวมทั้งเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างงาน สร้างโอกาสในการเรียนรู้ และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมได้อีกด้วย โดยเฉพาะในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และสินค้าชุมชนท้องถิ่นได้รับความนิยมสูง การผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง อัตลักษณ์ที่โดดเด่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตจริง ๆ ของชุมชนอีกด้วย
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นโครงการการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ชุมชนปราณบุรี-สามร้อยยอดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเข้ามาเป็นกลไก เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาทักษะด้านการออกแบบและบรรจุภัณฑ์ เพื่อเปลี่ยนสินค้าธรรมดาให้เป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้จากภูมิปัญญาของชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือพร้อมกับเชื่อมโยงผู้ประกอบการชุมชน หน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
1. เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชน
2. เพื่อพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
3. เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนให้มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและมีคุณภาพ
4. เพื่อส่งเสริมการขายและช่องทางการตลาดใหม่ๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมชนตำบลปราณบุรี,ตำบลสามร้อยยอด | สามร้อยยอด | สามร้อยยอด | ประจวบคีรีขันธ์ |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 1) 1 ต.ค. 2568 - 30 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ จำนวน 1 คน
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
225,000.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 2) 1 ม.ค. 2569 - 30 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบผงโรยข้าวชะคราม ,ชะครามอบชีส ,ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่งทะเล
- พัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์
ผลผลิต (Output)
ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
ผงโรยข้าวชะคราม: ได้สูตรมาตรฐานที่มีรสชาติคงที่ อายุการเก็บรักษานานขึ้น และวิธีการถนอมอาหารที่คงคุณค่าทางโภชนาการ
ชะครามอบชีส: ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารที่ดึงจุดเด่นรสเค็มธรรมชาติของชะครามมาผสมผสานกับชีส เพิ่มความน่าสนใจให้กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ และวิธีการถนอมอาหารที่คงคุณค่าทางโภชนาการ
ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่ง(มะม่วงหนึบ): ได้ตัวเลือกขนมทางเลือก และวิธีการถนอมอาหารที่คงคุณค่าทางโภชนาการ
องค์ความรู้และทักษะ:
สูตรการผลิต สำหรับการถ่ายทอดแก่ชุมชน
มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ ที่มีความทันสมัยและโดดเด่น
คู่มือกระบวนการผลิต ที่ชุมชนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
ผลลัพธ์ (Outcome)
ด้านเศรษฐกิจ
เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ : พืชชายฝั่งที่มีราคาต่ำหรือหาได้ทั่วไป ถูกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงขึ้น
รายได้เสริมชุมชน: เกิดช่องทางรายได้ใหม่ให้กับกลุ่มผู้ผลิตในท้องถิ่น
ความยั่งยืน: เกิดวงจรการผลิตที่พึ่งพาวัตถุดิบในพื้นที่ ลดต้นทุนการขนส่งและสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ด้านสังคมและชุมชน
การรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง: เกิดกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิชาการ ชุมชน และภาคเอกชน
องค์ความรู้ท้องถิ่นถูกต่อยอด: เป็นการนำภูมิปัญญาเดิมมาผสมผสานกับนวัตกรรมทางอาหาร
การสร้างงาน: เกิดการจ้างงานในพื้นที่จากการแปรรูปและการจัดจำหน่าย
ด้านสิ่งแวดล้อม
การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน: ส่งเสริมการดูแลรักษาระบบนิเวศป่าชายเลน เนื่องจากคนในชุมชนเห็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของพืชท้องถิ่น (การใช้ประโยชน์ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
47,816.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 2) 1 มี.ค. 2569 - 30 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
ชุมชนตำบลปราณบุรี, ตำบลสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 30 คน
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1. การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผงโรยข้าวชะคราม ,ชะครามอบชีส ,ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่งทะเล
- การอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างทักษะผลิตภัณฑ์ผงโรยข้าวชะคราม, ชะครามอบชีส, ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่งทะเล
- จัดทำผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต้นแบบผงโรยข้าวชะคราม ,ชะครามอบชีส ,ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่งทะเล
ผลผลิต (Output)
ผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐาน
1. ผงโรยข้าวชะคราม จำนวน 20 ชิ้น
2. ชะครามอบชีส จำนวน 20 ชิ้น
3. ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่งทะเล จำนวน 20 ชิ้น
จำนวนองค์ความรู้ 5 องค์ความรู้ ได้แก่
1. องค์ความรู้ด้านนวัตถุดิบและการเตรียม
2. องค์ความรู้การแปรรูปเป็นผง
3. องค์ความรู้การแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว
4. องค์ความรู้ด้านโภชนาการและสุขภาพ
5. องค์ความรู้รายรับ – รายจ่าย
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
1.การเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน เปลี่ยนจากการขายวัตถุดิบสดที่มีราคาผันผวนและเน่าเสียง่าย มาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ช่วยให้เกษตรกรและคนในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น
2.การสร้างงานในท้องถิ่น เกิดการจ้างงานในกระบวนการแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ และการตลาด ลดการย้ายถิ่นฐานของคนในชุมชนเข้าสู่เมืองใหญ่
3.โอกาสในตลาดใหม่ ผลิตภัณฑ์อย่าง "ชะครามอบชีส" หรือ "ผงโรยข้าว" มีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาด Healthy Snack และตลาดของฝากระดับพรีเมียม ซึ่งกว้างกว่าตลาดสดเดิม
4.การสร้างอัตลักษณ์และ Soft Power ผลิตภัณฑ์กลายเป็นตัวแทนที่บอกเล่าเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่น
5.ทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค การมีผลิตภัณฑ์ "ผงโรยข้าวจากพืช" ที่ให้โซเดียมธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการลดการบริโภคสารสังเคราะห์
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
23,891.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 1 พ.ค. 2569 - 30 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1. Storytelling & Content Marketing: ยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน
- การอบรมเชิงปฏิบัติการการสร้างเรื่องราว (Storytelling)
- การอบรมเชิงปฏิบัติการการตลาดและการประชาสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์
ผลผลิต (Output)
โครงเรื่องประจำชุมชน : ได้เรื่องเล่าหลักที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และตำนานของชุมชนเข้าด้วยกัน ทำให้การเล่าเรื่องมีความต่อเนื่อง ไม่กระจัดกระจาย
คลังเรื่องเล่า : ได้ชุดเรื่องเล่ารายบุคคลหรือรายจุด (เช่น เรื่องเล่าของปราชญ์ชาวบ้าน, เรื่องเล่าของวัตถุดิบอาหาร, เรื่องเล่าของงานหัตถกรรม)
แผนการตลาดที่ชัดเจน/แผนผังกลุ่มเป้าหมาย : ระบุชัดเจนว่าลูกค้าที่แท้จริงคือใคร (เช่น กลุ่มคนรุ่นใหม่, กลุ่มครอบครัว, หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์)
กลยุทธ์การสื่อสาร : ได้แผนการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและช่องทาง (เช่น ใช้ Facebook อย่างไรให้คนแชร์, ใช้ TikTok อย่างไรให้คนอยากตามมาเที่ยว)
แผนปฏิทินคอนเทนต์ : ได้ตารางการโพสต์สื่อประชาสัมพันธ์ตลอดทั้งปี เพื่อให้การสื่อสารมีความสม่ำเสมอ ไม่หายไปจากหน้าฟีดของนักท่องเที่ยว
ชุดสื่อมัลติมีเดีย
ภาพถ่าย : ภาพถ่ายสินค้า อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวระดับมืออาชีพที่มีการคุมโทน (Mood & Tone)
วิดีโอสั้น : คลิป Reels, TikTok หรือ Shorts ที่ตัดต่อเสร็จพร้อมใช้งาน (ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือแต่ได้คุณภาพระดับสื่อสารมวลชน)
แคปชั่นและพาดหัว : ได้ชุดข้อความที่มีพลังสามารถหยุดนิ้วโป้งนักท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดียได้
เพจ/แพลตฟอร์มที่ปรับปรุงแล้ว : การจัดระเบียบข้อมูลบนหน้าเพจให้ดูน่าเชื่อถือ ข้อมูลครบถ้วน (พิกัด เวลาเปิด-ปิด เบอร์ติดต่อ) พร้อมตอบโจทย์การตัดสินใจซื้อทันที
ผลลัพธ์ (Outcome)
1. ผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์
อัตลักษณ์ชุมชนที่ชัดเจน : ชุมชนจะสามารถค้นพบ "เพชรเม็ดงาม" ของตัวเองผ่าน Storytelling ทำให้ไม่เหมือนใครและยากต่อการลอกเลียนแบบ
ปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย : แทนที่จะรอให้นักท่องเที่ยวทั่วไปผ่านไปมา ชุมชนจะสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ "คลิก" กับเรื่องราวของชุมชนได้แม่นยำขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, กลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบหาประสบการณ์แปลกใหม่
สร้างความยั่งยืนด้วย : คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นจะกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำงานแทนคนในชุมชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้การท่องเที่ยวมีความยั่งยืนแม้ไม่ได้จัดกิจกรรมตลอดเวลา
2. ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติการ
ชุดสื่อสร้างสรรค์ : ชุมชนจะมี "คลังแสง" คอนเทนต์พร้อมใช้ เช่น
ภาพถ่ายและวิดีโอ: ที่มีคุณภาพ มีมุมมองที่เล่าเรื่องราว ไม่ใช่แค่ภาพวิวทั่วไป
Captions/Copywriting: ข้อความบรรยายที่มีพลัง กระตุ้นอารมณ์ และโน้มน้าวใจ
ช่องทางออนไลน์ที่แข็งแกร่ง: เพจ Facebook, Instagram หรือ TikTok ของชุมชนที่มีทิศทางการสื่อสารชัดเจน
ทักษะดิจิทัลของคนในพื้นที่: ชาวบ้านจะมีความมั่นใจในการใช้เครื่องมือการตลาด และมีความเข้าใจเรื่องอัลกอริทึมพื้นฐาน ทำให้สามารถบริหารจัดการสื่อของตนเองได้ในระยะยาว
3. ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคม
เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ: การเล่าเรื่องจะช่วยเพิ่ม "Story Value" ให้กับสินค้าชุมชน ที่ทำให้ขายได้ในราคาที่สูงขึ้น
การกระจายรายได้ทั่วถึง: เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพราะ "เรื่องราว" พวกเขาจะใช้เวลาอยู่ในชุมชนนานขึ้นและมีแนวโน้มจะใช้จ่ายกับกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนมากขึ้น
ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น : เมื่อคนในชุมชนเห็นว่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันของเขามีคุณค่าและดึงดูดคนนอกให้มาเยี่ยมชมได้ จะเกิดความรักและหวงแหนในรากเหง้าของตนเอง
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
23,000.00 บาท / Bahtระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 1 พ.ค. 2569 - 30 ก.ย. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
14,400.00 บาท / Baht| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | หมู่บ้าน 237 | หมู่บ้าน 0 | |
| 2) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 5 ชุมชน | 0 ชุมชน | |
| 3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 13 หมู่บ้าน | 1 หมู่บ้าน | ชุมชนปราณบุรี – สามร้อยยอด |
| 4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 1 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนปราณบุรี – สามร้อยยอด |
| 5) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 13 เครือข่าย | 4 เครือข่าย | 1 อบต.สามร้อยยอด 2 อบต.ปราณบุรี 3 สมาคมท่องเที่ยวโดยชุมชน 4 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ประจวบคีรีขันธ์ |
| 6) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ | 2 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 7) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ | 90 ครัวเรือน | 30 ครัวเรือน | |
| 8) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการยกระดับ/พัฒนา | 210 คน | 30 คน | |
| 9) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น | 0 คน | 0 คน | |
| 10) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น | 0 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 11) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น | 3 คน | 1 คน | |
| 12) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ | 6 ผลิตภัณฑ์ | 3 ผลิตภัณฑ์ | 1. ผงโรยข้าวชะคราม 2. ชะครามอบชีส 3. ขนมขบเคี้ยวจากพืชชายฝั่งทะเล |
| 13) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนาให้นำประเด็น Soft Power ท้องถิ่นสู่การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ | 4 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนปราณบุรี – สามร้อยยอด |
| 14) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก | 4 นวัตกรรม | 1 นวัตกรรม | นวัตกรรมผงโรยข้าวจากชะคราม |
| 15) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น | ร้อยละ 10 | ร้อยละ 10 | |
| 16) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | ร้อยละ 41 | ร้อยละ 10 | |
| 17) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 2 เท่า | |
| 18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 15,000 บาท/ปี | 0 บาท/ปี | |
| 19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 315 ครัวเรือน | 0 ครัวเรือน | |
| 20) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 21) เส้นทางการท่องเที่ยว รูปแบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน-ฟื้นฟู | 9 เส้นทาง | 0 เส้นทาง | |
| 22) จัดนิทรรศการ online/onsite เกี่ยวกับอาหาร ศิลปะมาตรฐาน เชื่อมโยงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ + PBRU | 1 ครั้ง | 0 ครั้ง |