ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารมีส่วนสนับสนุนต่อ GDP ประมาณร้อยละ 8.8 และสร้างการจ้างงานให้กับประชากรไทยประมาณ 12.7 ล้านคน หรือร้อยละ 30 ของแรงงานรวม โดยในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร 1.26 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.8 ของการส่งออกรวมของประเทศ โดยพื้นที่ภาคตะวันตก ประกอบด้วยจังหวัดเพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม เป็นเขตเศรษฐกิจเกษตรที่มีศักยภาพสูง มี SMEs ด้านเกษตรและอาหารรวม 13,195 ราย แต่ยังเผชิญความท้าทายในการยกระดับมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
จากการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบปัญหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การขาดความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ร้อยละ 68.3) การเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจำกัด (ร้อยละ 72.1ยังใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิม) และการขาดช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (ร้อยละ 65.7) ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีอัตรากำไรเฉลี่ยเพียงร้อยละ 12-15 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 20-25 โดยรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่อยู่ที่ 186,000 บาทต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ (243,000 บาท) ร้อยละ 23.4 นอกจากนี้ ประมาณร้อยละ 40 ของผลผลิตทางการเกษตรยังจำหน่ายในรูปวัตถุดิบ ซึ่งมีมูลค่าต่ำ และเกิดการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรร้อยละ 15.2
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีบทบาทสำคัญในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจหลักในการพัฒนาท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 โดยเฉพาะในด้านการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในพื้นที่ภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ชุมชน โดยมี พันธกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการท้องถิ่น ในด้านการพัฒนา SMEs ด้านเกษตรและอาหาร อีกทั้งมหาวิทยาลัยมีจุดแข็งหลายประการ ได้แก่ ทีมวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร เทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมทางการเกษตร และการตลาด รวมถึงการมีห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตรวจสอบคุณภาพ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัดที่เข้มแข็ง และมีประสบการณ์ในการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐาน การสร้างตราสินค้า และการขยายตลาด ผลงานที่โดดเด่น เช่น ผลงานวิจัยเพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร UNESCO สู่การเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน และแผนงานวิจัย RAINs for Lower Central Provinces Food Valley ที่แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยสามารถบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านแนวทาง "การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม" ที่ทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของชุมชน อีกทั้งยังมีระบบการติดตามและประเมินผลที่เป็นระบบ ทำให้สามารถวัดผลกระทบและปรับปรุงการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง และมหาวิทยาลัยยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวเชื่อมระหว่างภาครัฐ (Government) ภาคเอกชน (Industry) สถาบันการศึกษา (University) และชุมชน (Community) ในรูปแบบ Quad-Helix เพื่อสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญ เช่น สสว. สำนักงานเกษตรจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ
การดำเนินโครงการ Western SMEs Foodinnopolis จะเป็นการขยายผลและยกระดับการทำงานของมหาวิทยาลัยให้มีขอบเขตและผลกระทบที่กว้างขึ้น โดยครอบคลุม 4 จังหวัดในภาคตะวันตก และสร้างต้นแบบการพัฒนาที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศได้ การลงทุนงบประมาณโครงการ 2 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มรวมไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาทภายใน 3 ปี และสร้างการจ้างงานทางอ้อมประมาณ 200 ตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | วิสาหกิจชุมชนเกษตรเชิงท่องเที่ยวเขากะโหลก กลุ่มผู้ประกอบการ | ปากน้ำปราณ | ปราณบุรี | ประจวบคีรีขันธ์ |
| 2 | ไร่เพชรมาลัยกุล | หนองหญ้าปล้อง | หนองหญ้าปล้อง | เพชรบุรี |
| 3 | บ้านสวนรื่นรมย์&เจ้านายเบเกอรี่ | มาบปลาเค้า | ท่ายาง | เพชรบุรี |
| 4 | วิสาหกิจชุมชน Next step | โพพระ | เมืองเพชรบุรี | เพชรบุรี |
| 5 | วิสาหกิจชุมชนแปรรูปน้ำพริกห้วยแม่เพรียง | ห้วยแม่เพรียง | แก่งกระจาน | เพชรบุรี |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 2) 11 มี.ค. 2569 - 12 มี.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
1) วิสาหกิจชุมชนสวนรื่นรมย์ & เจ้านายเบเกอรี่
2) วิสาหกิจชุมชน Next step
3) วิสาหกิจชุมชนเกษตรเชิงท่องเที่ยวเขากะโหลก
4) วิสาหกิจชุมชนแปรรูปน้ำพริกห้วยแม่เพรียง
วิธีการดำเนินงาน (Process)
จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ
ครั้งที่ 1 อบรมเรื่อง จากไร่สู่แบรนด์ – การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรและศึกษาดูงานที่ไร่นายก้อง จ.สุพรรณบุรี (ตั้งแต่ต้นน้ำ)
ครั้งที่ 1 อบรมเรื่อง จากไร่สู่แบรนด์ – การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตร วิทยากรโดย นายนพพร ศิริพานิช ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี (ระดับต้นน้ำ)
บรรยายให้ความรู้ เรื่อง 1. การผลิตและการจัดการวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
2. การแปรรูป การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์
3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการตลาดเพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
1.ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โครงการ Western SMEs Foodinnopolis จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในหลายระดับ ในระดับผู้ประกอบการ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอย่างน้อยร้อยละ 10 หรือประมาณ 18,600 บาทต่อรายต่อปี จากการยกระดับผลิตภัณฑ์และการเข้าสู่ตลาดใหม่ นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงร้อยละ 5-8 ขณะที่การแปรรูปจะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สูงขึ้นร้อยละ 150-200 เมื่อเทียบกับการจำหน่ายในรูปวัตถุดิบ ในระดับพื้นที่ โครงการจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมเพิ่มขึ้น 15-20 ล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปี และสร้างการจ้างงานใหม่ประมาณ 250-300 ตำแหน่ง ทั้งทางตรงจากการขยายการผลิตและทางอ้อมจากธุรกิจสนับสนุน เช่น การขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และการจำหน่าย โครงการยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากภายนอกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5-8 ล้านบาทต่อปี
2. ผลกระทบด้านการศึกษาและการสร้างองค์ความรู้ โครงการจะสร้างผลงานทางวิชาการที่มีคุณค่า ทั้งในรูปแบบของฐานข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา SMEs ด้านเกษตรและอาหารในบริบทไทย หลักสูตรการอบรมที่ได้รับการออกแบบเฉพาะและผ่านการทดสอบแล้วจะกลายเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการรายอื่น ประสบการณ์และผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการจะกลายเป็นกรณีศึกษาสำหรับการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา และเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนในรูปแบบ University-Community Partnership ที่มีประสิทธิภาพ
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
0.00 บาท / Baht| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | ร้อยละ 41 | ร้อยละ 0 | |
| 2) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 0 เท่า | |
| 3) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 19 หมู่บ้าน | 0 หมู่บ้าน | |
| 4) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 0 ชุมชน | 0 ชุมชน | |
| 5) จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยกระดับ | 5 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 6) จำนวนครัวเรือนที่ได้รับการยกระดับ | 190 ครัวเรือน | 0 ครัวเรือน | |
| 7) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ | 510 คน | 0 คน | |
| 8) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่เกิดขึ้น | 4 คน | 0 คน | |
| 9) จำนวนวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่เกิดขึ้น | 1 กลุ่ม | 0 กลุ่ม | |
| 10) จำนวนอาชีพหรืองานใหม่ที่เกิดขึ้น | 2 คน | 0 คน | |
| 11) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ | 25 ผลิตภัณฑ์ | 0 ผลิตภัณฑ์ | |
| 12) จำนวนนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก | 25 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 13) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 113 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 14) ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มขึ้น | ร้อยละ 10 | ร้อยละ 0 | |
| 15) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 2 แห่ง | 0 แห่ง | |
| 16) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 237 หมู่บ้าน | 0 หมู่บ้าน | |
| 17) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 5 ชุมชน | 0 ชุมชน | |
| 18) รายได้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 15,000 บาท/ปี | 0 บาท/ปี | |
| 19) จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น | 315 ครัวเรือน/ปี | 0 ครัวเรือน/ปี | |
| 20) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 34 เครือข่าย | 0 เครือข่าย | |
| 21) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 22) จำนวนประชากรในท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนา | 4,519 คน | 0 คน |