ป่าชุมชนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านการเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ตลอดจนช่วยสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อม ลดการชะล้างพังทลายของดิน และเป็นพื้นที่ซับน้ำฝนที่สำคัญ อีกทั้งยังมีบทบาทในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกักเก็บคาร์บอน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ บ้านโค้งตาบาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการจัดการป่าชุมชน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความเข้มแข็งและตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังมีพื้นที่ป่าที่สามารถพัฒนาและบริหารจัดการเพื่อสร้างประโยชน์ด้านคาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้เสริมแก่ชุมชน สร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ป่า และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในเขตบ้านโค้งตาบาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งชุมชนร่วมกันดูแล รักษา และใช้ประโยชน์อย่างสมดุลตามหลักการอนุรักษ์ โดยมีการกำหนดกติกา กฎระเบียบ และแนวทางการจัดการร่วมกันของคนในชุมชน เพื่อให้ป่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน ทั้งในด้านไม้ใช้สอย พืชสมุนไพร ผลผลิตจากป่า และการเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่การเรียนรู้และเป็นต้นแบบของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ชุมชนบ้านโค้งตาบางได้พัฒนาการจัดการป่าชุมชนให้เป็นระบบ โดยเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ทำให้สามารถวัดปริมาณคาร์บอนที่ป่ากักเก็บได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าร่วมโครงการ T-VER เมื่อชุมชนผ่านการประเมินและได้รับการรับรอง ปริมาณคาร์บอนที่ป่าชุมชนกักเก็บจะถูกแปลงเป็น คาร์บอนเครดิต ซึ่งชุมชนสามารถขายให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือองค์กรที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจะกลับเข้าสู่ชุมชน ใช้สนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ป่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้รับการรับรองและได้รับรางวัลจากโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างคาร์บอนเครดิต
การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การจัดการป่าชุมชนคาร์บอนเครดิตจึงมีความจำเป็น เพื่อใช้เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และเป็นต้นแบบการจัดการป่าชุมชนเชิงอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นฐานการเรียนรู้สำหรับประชาชน เยาวชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ที่สนใจ ซึ่งในปีพ.ศ.2568 มีกลุ่มผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานเกี่ยวกับป่าชุมชนคาร์บอนเครดิต ดังนี้
|
ครั้งที่ |
วันที่ |
หน่วยงาน |
จำนวน (คน) |
|
1 |
25/01/2568 |
สาขาวิชาพัฒนศึกษา ภาควิชานโยบายฯ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
30 |
|
2 |
06/02/2568 |
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นบ.ก.ทส.) รุ่นที่ 4 |
60 |
|
3 |
22/02/2568 |
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
5 |
|
4 |
04/03/2568 |
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี |
15 |
|
5 |
21/03/2568 |
ฝ่ายพัฒนาลุกค้าและชุมชน ธกส. |
20 |
|
6 |
27/05/2568 |
สำนักงานเกษตรอำเภอท่ายาง |
10 |
|
7 |
28/05/2568 |
สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี |
7 |
|
8 |
29/05/25568 |
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
28 |
|
9 |
14/08/2568 |
สำนักงาน ป.ป.ช จังหวัดเพชรบุรี |
10 |
|
10 |
14/08/2568 |
สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ |
15 |
|
11 |
15/08/2568 |
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดอุบลราชธานี |
60 |
|
12 |
28/08/2568 |
เทศบาลตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี |
150 |
|
13 |
03/09/2568 |
โรงเรียนเพลินพัฒนา กรุงเทพมหานคร |
54 |
|
14 |
04/09/2568 |
โรงเรียนเพลินพัฒนา กรุงเทพมหานคร |
86 |
1. เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านการจัดการทรัพยากรในชุมชน การหมุนเวียนการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ
2. พัฒนายกระดับศูนย์การเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง สู่ชุมชนคาร์บอนเครดิตแบบครบวงจร
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมชนบ้านโค้งตาบาง | ท่าไม้รวก | ท่ายาง | เพชรบุรี |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 1 เม.ย. 2569 - 31 ส.ค. 2569กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ศูนย์การเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง และทดลองศึกษาเส้นทางฐานเรียนรู้ จำนวน 3 ฐาน (ฐานคาร์บอนเครดิต ฐานน้ำยาล้างอเนกประสงค์ และฐานสเปรย์สมุนไพร)
ผลลัพธ์ (Outcome)
องค์ความรู้การใช้งานเว็บไซต์ และการใช้งานระบบการจองศึกษาดูงาน
ผลกระทบ (Impact)
สังคมรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
29,498.76 บาท / Bahtการดำเนินงานโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การจัดการป่าชุมชนคาร์บอนเครดิตบ้านโค้งตาบาง จ.เพชรบุรี (กิจกรรมย่อยที่ 3 พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง และทดลองศึกษาเส้นทางฐานเรียนรู้ จำนวน 3 ฐาน (ฐานคาร์บอนเครดิต ฐานน้ำยาล้างอเนกประสงค์ และฐานสเปรย์สมุนไพร) และกิจกรรมย่อยที่ 4 อบรมเชิงปฏิบัติการใช้งานเว็บไซต์ และการใช้งานระบบการจองศึกษาดูงาน) ได้เสร็จสิ้นลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายนพ.ศ. 2569 โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านการจัดการทรัพยากรในชุมชน การหมุนเวียนการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ และพัฒนายกระดับศูนย์การเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง สู่ชุมชนคาร์บอนเครดิตแบบครบวงจร
ซึ่งผลที่ได้รับจากโครงการนี้คือ เกิดการพัฒนาและต่อยอดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงชุมชนมีศูนย์การเรียนรู้เป็นแหล่งศึกษาดูงานและต้นแบบด้านการจัดการป่าชุมชนคาร์บอนเครดิต อีกทั้งยังส่งผลให้ประชาชนและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
1. ข้อจำกัดด้านการประสานงานและการกำหนดเวลาร่วมกับชุมชนการดำเนินกิจกรรมจำเป็นต้องประสานงานกับคณะกรรมการและสมาชิกชุมชน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทำให้การกำหนดวัน เวลา และรูปแบบกิจกรรมต้องคำนึงถึงความพร้อมของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลให้การดำเนินงานบางกิจกรรมต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือประสานงานเพิ่มเติม
2. ความแตกต่างของพื้นฐานความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลการพัฒนาเว็บไซต์และระบบจองศึกษาดูงานจำเป็นต้องอาศัยทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่ผู้ใช้งานในชุมชนอาจมีพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีการอบรมและฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง โครงการจึงกำหนดกิจกรรมอบรมการใช้งานเว็บไซต์และระบบการจองศึกษาดูงานไว้โดยเฉพาะ
1. ควรพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ควรจัดอบรมหรือพัฒนาทักษะให้แก่ผู้รับผิดชอบศูนย์การเรียนรู้ โดยเฉพาะด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การเป็นวิทยากรชุมชน การจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต เพื่อให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ควรพัฒนากิจกรรมฐานเรียนรู้ให้หลากหลายและเน้นการลงมือปฏิบัติ ควรพัฒนาฐานเรียนรู้ทั้ง 4 ฐานให้มีรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภท เช่น นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้เข้าศึกษาดูงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) จำนวนหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา | 3 หมู่บ้าน | 1 หมู่บ้าน | |
| 2) จำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนา | 5 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนบ้านโค้งตาบาง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี |
| 3) จำนวนนวัตกรรมเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือ Climate Change | 3 นวัตกรรม | 0 นวัตกรรม | |
| 4) จำนวนชุมชนต้นแบบ/ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 1 แห่ง | 1 แห่ง | ศูนย์การเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง |
| 5) ความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH) เพิ่มขึ้นจากเดิม | 41 ร้อยละ | 0 ร้อยละ | |
| 6) ผลกระทบทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 2 เท่า | 0 เท่า | |
| 7) จำนวนนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคม | 113 นวัตกรรม | 4 นวัตกรรม | |
| 8) จำนวนหมู่บ้านที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 237 หมู่บ้าน | 1 หมู่บ้าน | |
| 9) จำนวนชุมชนที่มีดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น | 5 ชุมชน | 1 ชุมชน | |
| 10) จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น | 5 เครือข่าย | 0 เครือข่าย | |
| 11) จำนวนชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | 44 แห่ง | 1 แห่ง | |
| 12) ชุมชนหรือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทเชิงพื้นที่และภูมิสังคมเพิ่มขึ้น | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 13) จำนวนประชากรในท้องถิ่นได้รับการพัฒนา | 4,519 คน | 40 คน | |
| 14) จำนวนประชากรที่เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักรู้และปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | 310 คน | 40 คน |