ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยอีกทั้งยังเป็นอาหารหลักในการส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะพันธุ์ข้าวพื้นเมือง แต่ในปัจจุบันเกษตรกรมีการปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ทดแทนข้าวพื้นเมืองเพื่อเพิ่มผลผลิตโดยการส่งเสริมของรัฐบาลซึ่งเป็นการเน้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตมากกว่าจะคํานึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลให้ข้าวพื้นเมืองในอดีตที่มีมานานต้องสูญหายและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องทั้ง ๆ ที่พันธุ์ข้าวพื้นเมืองนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าพันธุ์ข้าวทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งในปัจจุบันกระแสนิยมความต้องการอาหารที่มีคุณสมบัติเป็น “อาหารเพื่อสุขภาพ” มีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ผ่านผู้บริโภคขาดความเอาใจใส่ในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพซึ่งรัฐบาลของหลายประเทศต้องเผชิญกับการสูญเสียงบประมาณในการรักษาโรคและให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน หลายประเทศจึงได้เริ่มตระหนักถึงความสําคัญของการป้องกันการเกิดโรคโดยการรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคอาหารที่ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรค พร้อมกับสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยในด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีบทบาทสําคัญในการดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเองของ
ในปัจจุบันสภาวการณ์ตลาดโลกมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีวิธีการปรับปรุงและพัฒนาข้าวให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรรวมทั้งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจากภาวะทางสังคมของไทยในปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่ความเป็นประเทศอุตสาหกรรมส่งผลให้คนต้องทำงานแข่งขันกับเวลา โดยเฉพาะชีวิตของคนในเมืองใหญ่ ย่านธุรกิจ การดำเนินชีวิตในด้านต่างๆมักใช้เวลาอย่างจำกัด ดังนั้นการเตรียมและประกอบอาหารจึงต้องใช้เวลาน้อยที่สุด เหตุผลเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้อาหารกึ่งสำเสร็จรูปเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพ ตลอดจนมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง ข้าวเม่า เป็นอาหารหวาน เหมาะสำหรับทานทุกเพศทุกวัย โดยข้าวเม่าสด ซึ่งในข้าวเม่ามีปริมาณโปรตีน ไขมันไฟเบอร์วิตามินบี ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูง เนื่องจากไม่มีการสีเอารำออก ข้าวเม่ามีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ได้แก่ สารประกอบฟีนอลิก คลอโรฟิลล์ สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ GABA ข้าวเม่าจะผลิตออกสู่ตลาดช่วงฤดูนาปี ตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปีในพื้นที่ที่สามารถผลิตข้าวนาปรังได้ จะมีข้าวเม่าในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดในชุมชน แต่ในปัจจุบันมีจำหน่ายผ่านตลาด ออนไลน์ในแพล็ตฟอร์มต่างๆ
คณะผู้ดำเนินงานจึงมีความสนใจที่จะนำข้าวพื้นเมืองเพชรบุรีมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่าของข้าวในระยะเม่าโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมอีกทั้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวพันธุ์พื้นเมืองจังหวัดเพชรบุรี จึงเป็นการวิจัยที่มีความสำคัญเนื่องจากเมื่อโครงการสำเร็จ นอกจากจะได้องค์ความรู้และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากข้าวพันธุ์พื้นเมืองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่หรือในสังคมไทยเกิดความตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ใกล้ตัวและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงรวมถึงเกิดแนวคิดที่จะวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของข้าวพื้นเมืองมากขึ้น และเพื่อเป็นการสนองพระราชดำริตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี1. เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
2. เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์และอนุรักษ์พันธุ์ข้าวหอมพื้นเมืองจังหวัดเพชรบุรี
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | แปลงปลูกข้าวแบบอินทรีย์ | บ้านลาด | บ้านลาด | เพชรบุรี |
| 2 | แปลงปลูกข้าวแบบอินทรีย์ | หนองหญ้าปล้อง | หนองหญ้าปล้อง | เพชรบุรี |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 3) 26 ก.ย. 2568 - 26 ก.ย. 2568กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
95,000.00 บาท / Baht| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) ร้อยละความสำเร็จตามแผนอนุรักษ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 2) จำนวนชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ | 2 ชุมชน | 0 ชุมชน | |
| 3) จำนวนทรัพยากรธรรมชาติ ที่รวบรวมเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ | 60 ชนิด | 0 ชนิด | |
| 4) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริฯ | 5 ผลิตภัณฑ์ | 0 ผลิตภัณฑ์ |