ชื่อกิจกรรม

รวบรวมและอนุรักษ์พันธุกรรมกล้วยไม้

กิจกรรมภายใต้ : 2568 (ยุทธ 5) โครงการที่ 40 : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (บริการวิชาการ)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์วุฒิชัย ฤทธิ สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล

          โครงการรวบรวมและอนุรักษ์พันธุกรรมกล้วยไม้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมของกล้วยไม้ ซึ่งเป็นพืชที่มีความสำคัญทางพฤกษศาสตร์และทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการรวบรวมพันธุกรรมกล้วยไม้ใกล้สูญพันธุ์ หายาก หรือมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ เพื่ออนุรักษ์ในโรงเรือนและ/หรือปลูกเลี้ยงในสวนพฤกษศาสตร์เพชรวนาลัย สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นสิ่งสนับสนุนต่อการเรียนการสอน รวมถึงการขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เนื่องจากกล้วยไม้เป็นพืชที่มีความสวยงามและมีแนวโน้มได้รับความนิยมปลูกเลี้ยงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบเก็บกล้วยไม้ป่าออกจากพื้นที่ธรรมชาติ ประกอบกับปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยและเขตการกระจายพันธุ์ถูกบุกรุก ส่งผลให้จำนวนประชากรกล้วยไม้ในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว และหลายชนิดอยู่ในสถานภาพที่พบได้ยากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรมีมาตรการป้องกันและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุกรรมและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรกล้วยไม้อย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ประเทศไทยสามารถธำรงรักษาขุมทรัพย์อันทรงคุณค่าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

          ความสำคัญของเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช สามารถเพิ่มจำนวนได้ในปริมาณมากในเวลาที่รวดเร็ว ได้พืชพันธุ์ดีที่ปลอดโรค และให้ผลผลิตสูง จึงมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการขยายพันธุ์พืชให้ได้เป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีรายงานที่ประสบความสำเร็จในกล้วยไม้หลายชนิด (Arditti and Ernst, 1993) ปัจจุบันความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์พืชให้ได้เป็นจำนวนมาก ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะลดขั้นตอน ต้นทุนการผลิต และการใช้แรงงานในการผลิตลง อันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการอนุรักษ์และเพื่อการขยายพันธุ์กล้วยไม้ให้ได้เป็นจำนวนมากในเวลารวดเร็ว คุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น ดังนั้นโครงการขยายพันธุ์กล้วยไม้เพื่อการอนุรักษ์ โดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนั้นจึงเป็นตัวกำหนดถึงความสำเร็จในการขยายพันธุ์กล้วยไม้เป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถผลิตต้นกล้าได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงสามารถเพิ่มจำนวนเพื่อรองรับความต้องการของตลาดไม้ดอกไม้ประดับได้ในอนาคต และเพื่อสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงเพื่อสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการรวบรวมพันธุกรรมกล้วยไม้เพื่อปลูกเลี้ยงในโรงเรือนหรือปลูกเลี้ยงในสวนพฤกษศาสตร์เพชรวนาลัย และนำกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ เพื่อเป็นการอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยให้ยังคงอยู่คู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
2. เพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมกล้วยไม้ และบูรณาการใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นาวุ้ง เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
2 วิทยาเขตโป่งสลอด หนองกะปุ บ้านลาด เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย

ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)

( ไตรมาส 3) 26 ก.ย. 2568 - 26 ก.ย. 2568

กลุ่มเป้าหมาย (Target)


วิธีการดำเนินงาน (Process)


ผลผลิต (Output)

1. ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนกล้วยไม้ที่มีความแข็งแรงและสมบูรณ์ในสภาพปลอดเชื้อ เพิ่มเติมจากปีงบประมาณที่ผ่านมา อย่างน้อย 500 ต้น ได้ต้นอ่อนที่สมบูรณ์ในสภาพปลอดเชื้อ 500 ต้น

2. กล้วยไม้ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช นำไปปลูกในสวนพฤกษศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี วิทยาเขตโป่งสลอด 1 ชนิด

เชิงคุณภาพ

1.รายวิชาที่นำข้อมูลการศึกษามาบูรณาการกับการเรียนการสอน 2 รายวิชา


ผลลัพธ์ (Outcome)

 

1. ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนกล้วยไม้ที่มีความแข็งแรงและสมบูรณ์ในสภาพปลอดเชื้อ เพิ่มเติมจากปีงบประมาณที่ผ่านมา อย่างน้อย 500 ต้น ได้ต้นอ่อนที่สมบูรณ์ในสภาพปลอดเชื้อ 500 ต้น

2. กล้วยไม้ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช นำไปปลูกในสวนพฤกษศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี วิทยาเขตโป่งสลอด 1 ชนิด

เชิงคุณภาพ

1.รายวิชาที่นำข้อมูลการศึกษามาบูรณาการกับการเรียนการสอน 2 รายวิชา


ผลกระทบ (Impact)



รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)


งบประมาณที่ใช้ (Budget)

40,000.00 บาท / Baht
ผลการดำเนินกิจกรรม









ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) ร้อยละความสำเร็จตามแผนอนุรักษ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร้อยละ 80