ในประเทศไทยมีการใช้พืชสมุนไพรเพื่อรักษาความเจ็บป่วยและป้องกันโรคต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน พืชหลายชนิดมีจุดเริ่มต้นมาจากการใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนเพื่อใช้รักษาโรคในชีวิตประจำวัน ซึ่งต่อมาได้รับการพิสูจน์และส่งเสริมให้กลายเป็นสมุนไพรในระดับประเทศ การใช้สมุนไพรของคนในชุมชนเหล่านี้จึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นขององค์ความรู้ที่สำคัญ ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างความหลากหลายของพืชในท้องถิ่นที่มีความเฉพาะต่อสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ กับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แตกต่างกันตามวัฒนธรรมประเพณี และความเชื่อต่าง ๆ โดยได้รับการลองผิดลองถูกจากบรรพบุรุษ และเมื่อมีสรรพคุณในการรักษาก็จะถูกถ่ายทอดส่งต่อมายังรุ่นลูกหลาน ทำให้ภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรในชุมชนกลายมาเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่สำคัญในชุมชนนั้น
แต่ในปัจจุบันระบบการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยได้ขยายการเข้าถึงออกไปทุกระดับสังคมและครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้คนในชุมชนหันมานิยมใช้ยาแผนปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวนทางกลับกระแสการใช้พืชสมุนไพรที่ค่อยๆ ลดลงไป เพราะถึงแม้ว่าสมุนไพรจะมีราคาถูกเนื่องจากสามารถหาได้ในท้องถิ่น แต่การใช้สมุนไพรจะไม่เห็นผลรวดเร็วในการรักษา เนื่องจากการใช้สมุนไพรจะเป็นการค่อย ๆ ปรับสมดุลและธาตุในร่างกาย ทำให้เกิดการรักษาที่ให้ผลดีในระยะยาวและมีความปลอดภัยกว่า
สถานการณ์ที่ภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรของไทยถูกละเลย จนทำให้การใช้ยาสมุนไพรไม่เป็นนิยมและค่อย ๆ เลือนหายไปจากชุมชนในประเทศไทยนั้น จึงเป็นที่มาของการรวบรวมภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรที่ถูกสั่งสมมา ก่อนที่ภูมิปัญญาเหล่านี้จะสูญหายไปพร้อมคนเฒ่าคนแก่ในชุมชน
ในจังหวัดเพชรบุรีมีการศึกษาทางด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้านในจำนวนไม่มากและไม่ครอบคลุมในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ เช่น เลอศักดิ์ ประจวบอารีย์ (2551) ได้ทำการศึกษาสมุนไพรพื้นบ้านของชนเผ่ากะหร่างบ้านโป่งลึก อำเภอแก่งกระจาน พบพรรณพืชสมุนไพรที่ชนเผ่ากระหร่างใช้ประโยชน์เป็นยาสมุนไพรรักษาโรค 97 ชนิด เช่น กระดูกไก่ดำ (Justicia gendarussa Burm.f.) ใช้ใบและยอดมาต้ม อาบแก้ไข้ และแก้คันเมื่อเป็นอีสุกอีใส กฤษณะ บุญกรุด และบุญสนอง ช่วยแก้ว (2557) ได้ศึกษาพฤกษศาสตร์พื้นบ้านของบ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน ผลการสำรวจพบพืชพรรณที่นำมาใช้ประโยชน์ 49 วงศ์ 84 ชนิด ศศิธร อารมย์สว่าง (2563) ได้สำรวจพฤกษศาสตร์พื้นบ้านของตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม พบพืชที่ถูกใช้เป็นยาจำนวน 51 ชนิด เช่น ฟ้าทลายโจร (Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall. ex Nees) และรางจืด (Thunbergia laurifolia Lindl.)
ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการศึกษาและบันทึกข้อมูลการใช้ประโยชน์จากพืช เช่น ในอำเภอท่ายางซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดเพชรบุรี มีระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 17 กิโลเมตร ซึ่งทางด้านตะวันตกของอำเภอจะเป็นป่าดงดิบและภูเขาสูง ทำให้มีพรรณพืชต่าง ๆ มากมาย และอำเภอบ้านลาด ซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดเพชรบุรี ห่างจากจังหวัดเพชรบุรีประมาณ 8 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะแก่การปลูกพืช ทั้งสองอำเภอนี้มีการใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่เกี่ยวกับพืชสมุนไพรในการรักษาโรคเบื้องต้นที่ไม่ได้มีความรุนแรงมาก ส่วนมากจะเป็นชาวบ้านผู้สูงอายุที่มีความรู้ภูมิปัญญาเกี่ยวกับพืชสมุนไพร เพราะภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับพืชสมุนไพรกำลังจะสูญหายไปเนื่องจากมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และมีตัวยาทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาแทนที่ จึงมีความจำเป็นที่ต้องจัดทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาของชาวบ้านอำเภอท่ายางและอำเภอบ้านลาด เพื่อเก็บรักษาภูมิปัญญานี้ให้อยู่คู่กับชุมชนต่อไป
ผู้วิจัยจึงได้สนใจทำการสำรวจรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนบ้านหนองแขม ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายางและบ้านท่าศาลา ตำบลท่าเสน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี และจัดเก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้งเพื่อเป็นตัวอย่างที่ส่งเก็บในพิพิธภัณฑ์พืช ซึ่งชุมชนทั้ง 2 แห่งนี้เป็นบริเวณที่อยู่ในพื้นที่ศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีที่เป็นหน่วยงานที่ร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งการสำรวจเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้พืชสมุนไพรนี้ได้สอดคล้องกับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่เจ็ด (1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 – 30 กันยายน พ.ศ. 2569) ในส่วนของกิจกรรมการสำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากร
การรวบรวมภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรของคนในท้องถิ่นในอำเภอท่ายางและอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เป็นการอนุรักษ์ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น และเสริมสร้างให้คนในชุมชนเห็นถึงคุณค่าของสมุนไพร ก่อให้เกิดเป็นความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง และมีการจัดทำแผ่นพับเพื่อนำไปเผยแพร่ให้แก่คนในชุมชนโดยจะมอบให้ห้องสมุดชุมชนและโรงเรียน นอกจากนี้พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาที่รวบรวมได้ยังสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการค้นหาพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพเพื่อที่จะใช้ในการพัฒนาไปสู่งานวิจัยในด้านเภสัชพฤกษศาสตร์ต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย
1. เพื่อสนองพระราชดำริตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
2. เพื่อรวบรวมภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรของคนท้องถิ่นพื้นที่อำเภอท่ายางและอำเภอบ้านลาดจังหวัดเพชรบุรี
3. เพื่อบูรณาการเข้ากับรายวิชาในการเรียนการสอน ผลิตนักวิจัยที่มีความรู้ความเข้าใจทางด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมชนในบ้านหนองแขม | ท่ายาง | ท่ายาง | เพชรบุรี |
| 2 | บ้านท่าศาลา | ท่าเสน | บ้านลาด | เพชรบุรี |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 4) 1 ต.ค. 2567 - 31 ส.ค. 2568กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
รายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
50,000.00 บาท / Baht| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) ร้อยละความสำเร็จตามแผนอนุรักษ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ | ร้อยละ 80 | ร้อยละ 0 | |
| 2) จำนวนชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ | 2 ชุมชน |