โกโก้ (cocoa) จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่กําลังได้รับความนิยมในการเพาะปลูกอย่างมากในปัจจุบัน จากความนิยมในการบริโภคของประชากรในหลายประเทศทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ตลาดโลกมีความต้องการโกโก้ในปริมาณที่สูงขึ้นไปด้วยสําหรับสถานการณ์การผลิตและการตลาดโกโก้ของไทยพบว่า ในปี 2563 มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.62 เมื่อปรียบเทียบกับปี 2559และพบว่าคนไทยมีความต้องการบริโภคโกโก้จํานวนมาก จึงทําให้ตลาดโกโก้ในประเทศมีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้นโดยจากรายงานของผู้ผลิตช็อกโกแลตในประเทศไทย พบว่าปัจจุบันความต้องการบริโภคช็อกโกแลตของคนไทยต่อปีมีเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศเบลเยียมอยู่ที่ 8 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี นอกจากนั้นโกโก้ยังสามารถนําไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย อาทิ เครื่องดื่มช็อกโกแลตพร้อมชง เครื่องดื่มช็อกโกแลตพร้อมดื่ม ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เบเกอร์รี่ รวมไปถึงการนําไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเครื่องสําอาง อย่างไรก็ตามการจําหน่ายโกโก้ในรูปแบบของเมล็ดแห้งนั้น พบว่าปัจจุบันมีบริษัทเอกชนรับซื้อเมล็ดตากแห้งในราคากิโลกรัมละ 50 บาท เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนีและประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือว่าตลาดโกโก้ในไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นพบว่า มีพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกโกโก้เป็นอย่างมาก โดยจัดเป็น 1 ใน 8 จังหวัดที่มีการปลูกโกโก้แซมพืชหลัก เช่น มะพร้าว ปาล์มน้ํามัน ยางพารา และมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ โดยเฉพาะในเขตอําเภอบางสะพานอย่างไรก็ตามจากการลงสํารวจพื้นและเก็บข้อมูล การเพาะปลูกโกโก้ของกลุ่มของเกษตรกรผู้เพาะปลูกโกโก้บ้านช้างแรก อําเภอบางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์นั้นพบว่ากลุ่มเกษตรกรผู้เพาะปลูกโกโก้ยังประสบปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการการผลิตเมล็ดโกโก้ให้มีคุณภาพ โดยเมล็ดของโกโก้ที่ผลิตได้ยังมีปัญหาในเรื่องของการเกิดเชื้อราในกระบวนการตากแห้งและในผลิตภัณฑ์โกโก้ผง นอกจากนี้รูปแบบของการจําหน่ายโกโก้ยังไม่มีความหลากหลายเท่าที่ควร ทําให้ยังไม่สามารถเพิ่มมูลค่าของโกโก้จากการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้เต็มศักยภาพ และที่สําคัญคือการขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จําเป็นต่อการแปรรูปและยังต้องการองค์ความรู้ในเรื่องของกระบวนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากโกโก้ให้มีมูลค่าเพิ่มสืบเนื่องจากการแก้ไขปัญหากระบวนการผลิตเมล็ดโกโก้ให้มีคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้ให้มีมูลค่าเพิ่มเพื่อเข้าสู่การขายเชิงพาณิชย์ ด้วยแนวคิดการพัฒนากระบวนการผลิตโกโก้ให้ได้เมล็ดโกโก้ที่มีคุณภาพ ตั้งแต่กระบวนผลิตจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพในกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐานปราศจากการปนเปื้อนจากเชื้อราและวิธีการผลิตที่ได้ปริมาณโกโก้ที่มากขึ้นจากวิธีการเดิมที่ชุมชนปฏิบัติ ทําให้ได้ผลิตภัณฑ์ผงโกโก้ที่มีมาตรฐานทั้งนี้เมื่อเกษตรกรได้รับองค์ความรู้และนําไปปฏิบัติอย่างถูกต้องจะสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตและขายเมล็ดโกโก้ได้ในราคาที่สูงขึ้น โดยผลการดําเนินโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่ผ่านมาสรุปได้ว่า
ด้านเศรษฐกิจ
1.ประชาชนผู้เข้าร่วมเป็นวิสาหกิจชุมชนโกโก้ตะนาวศรีสามารถมีรายได้จากการขายผลสดโกโก้ จากเดิมกิโลรัมละ 6-8 บาทต่อกิโลกรัม (แบบคละไซส์) แต่หลังจากที่ได้รับองค์ความรู้เรื่องการคัดเลือกผลสดเพื่อการส่งออกให้มีคุณภาพสามารถขายผลสดได้ในราคา 12-13 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งเป็นผลดีกลับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโกโก้ตะนาวศรีและเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในชุมชนช้างแรกเป็นอย่างมาก
2. การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากโกโก้ สร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ได้แก่
1. โกโก้ 3in1 ขายปลีกซองละ 20-25 บาท และแบบกล่องบรรจุ 5 ซอง ขายในราคา 120 บาท
2. สบู่เหลวโกโก้บัตเตอร์ ขนาด 500 กรัม ขายในราคาขวดละ 129 บาท
3. โกโก้บัตเตอร์แท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขนาดถุง 200 กรัม ขายได้ในราคาถุงละ 120 บาท
4. โกโก้ผงแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขายได้ในราคา 1,000-1,200 ต่อกิโลกรัม (ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตในแต่ละฤดูกาล)
5. โกโก้นิปส์ 100 เปอร์เซ็นต์ บรรจุถุงขนาด 50 กรัม ขายได้ราคา 59 บาท
ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนภายในกลุ่มเกษตรกรที่ขายผลสดและกลุ่มผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้ตะนาวศรี
ด้านสิ่งแวดล้อม
เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ ชุมชนช้างแรก อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามารถบริหารจัดการโกโก้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการใช้ส่วนต่างๆของต้นโกโก้เกือบทั้งหมด ไม่ให้เหลือทิ้งเป็นขยะ แต่เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การนำเปลือกของผลโกโก้และใบของโกโก้มาทำเป็นอาหารสัตว์ การนำเปลือกเมล็ดมาแปรรูปเป็นชา รวมไปถึงก่อนหน้านี้ที่ชุมชนบีบสกัดเนื้อโกโก้ออกมาแล้วได้ผลผลิตจากกระบวนการนี้อีกอย่างหนึ่งคือ เนยโกโก้ และยังไม่รู้วิธีการจัดการเพื่อนำเนยโกโก้มาใช้ประโยชน์ ภายหลังการเรียนรู้จากกิจกรรมต่างๆ ชุมชนจึงได้มีการแปรรูปเป็นสบู่โกโก้บัตเตอร์และกรองเนยโกโก้ให้มีคุณภาพจนสามารถขายเป็น เนยโกโก้ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ชุมชนลดการสร้างขยะจากกระบวนการแปรรูปได้อย่างมาก รวมไปถึงการลดต้นทุนในเรื่องอาหารสัตว์เพิ่มเติมอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้สาขาวิชาเทคโนโลยีและศิลปะการประกอบอาหาร สาขาวิชาอาหารและโภชนาการประยุกต์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น จึงได้มีแนวทางการพัฒนาและต่อยอดโดยการจัดโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้โกโก้ครบวงจรบ้านช้างแรก สู่การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ เนื่องจาการจัดทำศูนย์เรียนรู้นั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในพื้นที่บ้านช้างแรก โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยศูนย์เรียนรู้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะ ความรู้ และโอกาสของชุมชน รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืน และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตต่อไป1. เพื่อใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการบูรณาการองค์ความรู้นวัตกรรมในการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชนอย่างยั่งยืนโดยการจัดการข้อมูลสำาหรับการบริหารจัดการ ให้มีฐานข้อมูลทรัพยากร และเครือข่ายบูรณาการที่รับผิดชอบดูแลทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน
2. เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านการจัดการทรัพยากรในชุมชน การหมุนเวียนการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ
3. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการใช้ทรัพยากรและการเป็นวิทยากรชุมชน
4. พัฒนายกระดับศูนย์การเรียนรู้โกโก้ครบวงจรบ้านช้างแรก สู่การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ
| # | พื้นที่ | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมชนบ้านช้างแรก | ช้างแรก | บางสะพานน้อย | ประจวบคีรีขันธ์ |
ระยะเวลาดำเนินงาน (Date)
( ไตรมาส 2) 1 มี.ค. 2568 - 30 มิ.ย. 2568กลุ่มเป้าหมาย (Target)
วิธีการดำเนินงาน (Process)
1) ที่ปรึกษา ได้แก่
- นายอำเภอบางสะพานน้อย
- นายกองค์การบริหารส่วนตำบลช้างแรก
- เกษตรอำเภอบางสะพานน้อย
- กำนันตำบลช้างแรก
- บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- พัฒนาการอำเภอบางสะพานน้อย
- ดร.ธีระพงษ์ รักษ์ประสูติ
2) ประธานกรรมการ ได้แก่
- นายนันทประชา คำทอง
3) รองประธานกรรมการ ได้แก่
- นายเชิดชัย นุ่มแก้ว
- นางพรทิพา บัวเกลี้ยง
4) เลขานุการ ได้แก่
- นางสาวรัตน์ชดา ชัชวาล
- นางสาวสุธิดา ชัยสิทธิ์
5) เหรัญญิก ได้แก่
- นางพรทิพา บัวเกลี้ยง
- นางสาวรัตน์ชดา ชัชวาล
- นางสาวกรรณิการ์ เพชรคง
6) คณะกรรมการ ได้แก่
- นางวันเพ็ญ พราหมพยุง
- นางวรรณา บุญศรี
- นางสาวสนิท งามเอก
- นางแก้วตา จันทร์วีระชัย
- นางบุญเยี่ยม บัวเกิด
- นายชินทัต สว่างจันทร์
- นางสาวอุษณีย์ มากยอด
- นายนภดล มากยอด
- นางสาวณิสาพัฒน์ มากยอด
- นายประหยัด อู่อรุณ
- นางชญาดา สว่างจันทร์
- นางสาวพัชรีย์ เรืองรักษ์
- นายสุเทพ ทองนาค
- นางสาวเดือนเพ็ญ สุกสี
- นายนพพดล หลีวิทยานนท์
- นายธวัช คงแก้ว
- นายประภาส ทองแก้วมา
4. สังเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ เพื่อจัดทำสื่อเรียนรู้ของฐานต่างๆ ได้แก่
ผลผลิต (Output)
ผลลัพธ์ (Outcome)
ผลกระทบ (Impact)
เศรษฐกิจรายละเอียดผลกระทบ (Impact Detail)
งบประมาณที่ใช้ (Budget)
16,820.00 บาท / Baht1. การจัดตั้งและบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้
จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการศูนย์ฯ ประกอบด้วย ที่ปรึกษา ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และคณะกรรมการชุมชน รวมถึงภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน เพื่อกำกับดูแลและขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้
2. การพัฒนาองค์ความรู้และฐานการเรียนรู้
2.1 ได้รวบรวมและสังเคราะห์องค์ความรู้ พร้อมจัดทำเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่
1. ฐานโกโก้พืชเศรษฐกิจทางรอดของเกษตรกร
2. ฐานการขยายพันธุ์โกโก้
3. ฐานโกโก้พืชมหัศจรรย์
4. ฐานโกโก้กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม
2.2 จัดระบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยมีวิทยากรชุมชนประจำแต่ละฐาน ได้แก่
1. ฐานโกโก้พืชเศรษฐกิจทางรอดของเกษตรกร : นายนันทประชา คำทอง
2. ฐานการขยายพันธุ์โกโก้ : นายเชิดชัย นุ่มแก้ว
3. ฐานโกโก้พืชมหัศจรรย์ : นางสาวรัตน์ชดา ชัชวาล
4. ฐานโกโก้กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม : นางพรทิพา บัวเกลี้ยง
3. ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
3.1 ชุมชนที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: 1 ชุมชน (บรรลุเป้าหมาย)
3.2 ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ : 1 ศูนย์ (บรรลุเป้าหมาย)
3.3 การบูรณาการองค์ความรู้/นวัตกรรม: 4 เรื่อง (เกินกว่าเป้าหมาย 1 เรื่อง)
4. องค์ความรู้ที่ได้รับ
การจัดการความรู้ใน 4 ฐานดังกล่าว ทำให้ชุมชนมีองค์ความรู้ชัดเจนและสามารถใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ต่อไป
5. สรุปโดยรวม
โครงการสามารถสร้างศูนย์การเรียนรู้โกโก้ครบวงจรที่มีโครงสร้างการบริหารจัดการชัดเจน และมีฐานการเรียนรู้ 4 ฐานที่เป็นรูปธรรม สามารถเพิ่มรายได้และลดของเสียจากการผลิตได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม บางตัวชี้วัดยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย โดยเฉพาะด้านการจัดทำหลักสูตร การถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชน และการวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพ ซึ่งควรได้รับการพัฒนาและปรับปรุงในการดำเนินงานระยะต่อไป
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลที่ได้ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|
| 1) จำนวนชุมชนที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ | 1 ชุมชน | 1 ชุมชน | ชุมชนบ้านช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ |
| 2) จำนวนหลักสูตรเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ | 1 หลักสูตร | 0 หลักสูตร | |
| 3) จำนวนศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน เป็นศูนย์กลางในการเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คนในชุมชน | 1 ศูนย์การเรียนรู้ |