ชื่อกิจกรรม

การรวบรวมภูมิปัญญาพืชสมุนไพรของชาวไทยทรงดำ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี

กิจกรรมภายใต้ : 2567 (ยุทธ 5) โครงการที่ 40 : อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (ด้านการพัฒนา)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ ดร.วรางรัตน์ ง่วนชู สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักและเหตุผล
          ภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นองค์ความรู้ที่สั่งสมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผ่านประสบการณ์จากการใช้จริงและเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี สิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาใช้และส่งต่อให้แก่ลูกหลาน การใช้พืชสมุนไพรก็เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่มีการค้นคว้าหาพืชพรรณในท้องถิ่น เพื่อที่จะนำมารักษาโรค เนื่องจากในสมัยก่อนไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาและสาธารณสุขได้เท่าในปัจจุบัน พืชสมุนไพรจึงมีความสำคัญและถูกนำมาใช้แพร่หลายเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันแม้ชุนชนอาจจะไม่ได้ใช้พืชสมุนไพรเป็นหลักเฉกเช่นเมื่อก่อน แต่พืชสมุนไพรกลับมีความโด่งดังในการใช้เป็นแพทย์ทางเลือก สมุนไพรหลายชนิดถูกคัดเลือกจากคลังภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษเคยใช้เพื่อนำมาวิจัยต่อยอดและพัฒนาเป็นยาชนิดใหม่ ๆ ยกตัวอย่างเช่น พืชสมุนไพรหลายชนิดถูกนำมาศึกษาศักยภาพเพื่อต้านการเกิดโรคอุบัติใหม่ หรือเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยา การรวบรวมพืชสมุนไพรในวันนี้จึงไม่ใช่แค่อนุรักษ์องค์ความรู้ สร้างคลังปัญญาของท้องถิ่น แต่ยังหมายถึงการสร้างฐานข้อมูลสมุนไพรของประเทศและของโลกอีกด้วย
          กลุ่มชาติพันธุ์เป็นกลุ่มคนที่มีความใกล้ชิดกับทรัพยากรพืช ในอดีตพวกเขามักตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้พื้นที่ป่า เขา จึงจำเป็นต้องพึ่งพาพืชในการดำเนินชีวิตประจำวัน จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่หลากหลายกลุ่ม หนึ่งในกลุ่มที่โดดเด่นและมีจำนวนมาก คือ ชาติพันธุ์ไทยทรงดำ โดยอำเภอที่มีชาวไทยทรงดำหนาแน่นที่สุด คือ อำเภอเขาย้อย มีประชากรชาวไทยทรงดำประมาณ 4 หมื่นคน ชาวไทยทรงดำมีประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างไปจากกลุ่มคนไทยพื้นถิ่นในจังหวัด รวมถึงภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรด้วย มีการศึกษาพฤกษศาสตร์พื้นบ้านของชาวไทยทรงดำในหมู่บ้านห้วยยาง จังหวัดกาญจนบุรี และหมู่บ้านดอนทอง จังหวัดนครปฐม (สุมาลี และยิ่งยง, 2549) พบพืชที่ใช้ประโยชน์ 156 ชนิด 126 สกุล 59 วงศ์ โดยใช้เพื่อเป็นยา ถึง 140 ชนิด ตัวอย่างพืชที่น่าสนใจเช่น การใช้ยางจากต้นรัก (Calotropis gigantea) ผสมกับน้ำนมของคนเพื่อใช้หยอดตาที่เป็นแผล การใช้รากของมะเขือปากนก (Martynia annua) ฝนทาแก้เริม เป็นต้น อย่างไรก็ตามพบว่าการศึกษาด้านนี้มีจำนวนน้อยมาก เนื่องจากเป็นการศึกษาเฉพาะทางและมีผู้ศึกษาทางด้านนี้น้อย การสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้และความสามารถในการศึกษาพฤกษศาสตร์พื้นบ้านที่เป็นสหวิทยาการ คือต้องรู้ทั้งทางด้านพืชและทางด้านสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญในวงการศึกษาและวิชาการของประเทศไทย
          นอกจากนี้ในปัจจุบันองค์ความรู้เรื่องการใช้พืชสมุนไพรในกลุ่มไทยทรงดำเริ่มมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในชุมชน มีความเจริญและการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ง่ายขึ้น คนในชุมชนไม่นิยมใช้พืชสมุนไพรเหมือนอดีต ทำให้บทบาทของพืชสมุนไพรในชุมชนลดลงเป็นอย่างมาก ที่สำคัญที่สุดคือการล้มหายตายจากของหมอยาผู้มีความรู้ภายในชุมชน โดยปราศจากการส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่ลูกหลาน เนื่องจากลูกหลานไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พืชสมุนไพร ซึ่งผู้นำชุมชนเองนั้นมีความต้องการที่จะรวบรวมองค์ความรู้นี้ แต่เนื่องจากไม่มีความรู้ทางด้านวิชาการจึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ การศึกษานี้จึงเป็นการบริการชุมชนเพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น รวมถึงเพื่อสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการรวบรวมข้อมูลความหลากหลายของพืชสมุนไพรของกลุ่มไทยทรงดำและจัดเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณค่าของสมุนไพรให้แก่คนไทยทรงดำในชุมชน ก่อให้เกิดเป็นความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเอง
วัตถุประสงค์
 1. เพื่อสนองพระราชดำริตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 2. เพื่อบูรณาเข้ากับรายวิชาในการเรียนการสอน ผลิตนักศึกษาที่มีความรู้ความเข้าใจทางด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน
 3. เพื่ออนุรักษ์องค์ความรู้ด้านพืชสมุนไพรไทยทรงดำ ทั้งในแง่การจัดทำฐานข้อมูล และในแง่ของการถ่ายทอดความรู้ไปยังชาวไทยทรงดำในชุมชน ให้เข้าใจถึงคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของความรู้ของชาติพันธุ์ตนเอง
 4. เพื่อรวบรวมภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรของชาวไทยทรงดำ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 หมอยาไทยทรงดำและชาวบ้านไทยทรงดำในชุมชนอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี หนองปรง เขาย้อย เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย
ผลการดำเนินกิจกรรม




          ผลการเก็บข้อมูลการใช้พืชสมุนไพรกับหมอยาในภาคสนามทั้งหมด 6 ครั้ง จากหมอยาทั้งสิ้น จำนวน 3 คน ได้แก่ นายบุญเหลือ แสร์ชล และนางมาลี แจ้งจิต จากชุมชนบ้านเขาย้อย หมู่ที่ 2 และนายเลียบ แห่งหน จากชุมชนบ้านหนองปรง  โดยวิธีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญแบบชนิดกึ่งโครงสร้าง ด้วยการจดบันทึกและถ่ายภาพพืช ข้อมูลที่เก็บมีดังนี้ ชื่อพืชไทยทรงดำ สรรพคุณการใช้ประโยชน์ ส่วนที่ใช้ วิธีการเตรียม วิธีการใช้ โดยมีนักศึกษาในรายวิชาวิจัยและวิชาพฤกษศาสตร์เข้าร่วมในการเก็บข้อมูลและทำการระบุชื่อชนิดพืชด้วย จากการเก็บข้อมูลพบพืชที่ใช้ประโยชน์จำนวน 40 ชนิด จากนั้นมีการตรวจสอบความถูกต้องของการระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของตัวอย่างพืชและพรรณไม้แห้งในโครงการโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เมธี พุ่มทุ่ม ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 16-18 มีนาคม 2567
ผลของการรวบรวมชนิดพืชทั้ง 40 ชนิด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์การใช้ประโยชน์ของไทยทรงดำและรูปถ่ายจะถูกนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ออนไลน์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยมีผลดังต่อไปนี้
 
1. ชื่อวิทยาศาสตร์: Acalypha indica L.
ชื่อวงศ์: Euphorbiaceae
ชื่อไทย: ตำแยแมว, ตำแยตัวผู้
ชื่อไทยทรงดำ: หญ้าแมว
ไม้ล้มลุก สูง 15-90 เซนติเมตร ลำต้นมีขน ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ยาว 2-9 เซนติเมตร กว้าง 1-5 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบมนหรือแหลมเล็กน้อย ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบเกลี้ยง ยกเว้นเส้นใบมีขน ก้านใบยาว 7-12 เซนติเมตร ช่อดอกแบบเชิงลด  ออกที่ซอกใบ ยาว 2.5-6 เซนติเมตร จำนวน 2-6 ดอก ใบประดับรูปไข่ ขอบใบหยัก มีสีเขียว ดอกเพศผู้ มีกลีบเลี้ยงจำนวน 4 กลีบ กลีบติดกัน รูปไข่ ยาว 0.1-0.2  มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ สีขาวเขียว มีขน ดอกเพศเมีย  กลีบเลี้ยงจำนวน 3 กลีบ รูปไข่ ยาว 0.7–1.5  มิลลิเมตร กว้าง  0.3–0.5 มิลลิเมตร มีขน กลีบอกจำนวน 3 กลีบ รูปไข่ ยาว 0.7–1.5 มิลลิเมตร ยาว 0.3–0.5 มิลลิเมตร มีขนแบบต่อม รังไข่ใต้วงกลีบ รังไข่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร รูปทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ผลแบบแห้ง รูปเกือบกลมมี 3 พู ยาว 1.5 มิลลิเมตร กว้าง 2 มิลลิเมตร มีขนแบบต่อม เมล็ดจำนวน 1 เมล็ด รูปทรงไข่ สี ยาว 1.3 มิลลิเมตร กว้าง 1 มิลลิเมตร น้ำตาลอ่อน
การใช้ประโยชน์: ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำและดื่มเพื่อรักษาโรคหอบหืด
 
2. ชื่อวิทยาศาสตร์: Alpinia galanga (L.) Willd.
ชื่อวงศ์: Zingiberaceae
ชื่อไทย: ข่า
ชื่อไทยทรงดำ: ข่า
ไม้ล้มลุก สูง 1-1.2 เมตร  เหง้าและปล้องมีข้อชัดเจน ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปขอบขนาน ยาว 20-40  เซนติเมตร กว้าง 7-9 เซนติเมตร โคนใบเฉียงและสอบเรียงเข้าหากัน ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบเรียบบางช่วงเป็นคลื่น ก้านใบยาว 20-40 เซนติเมตร ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มซ้อนกันคล้ายลำต้น ลิ้นใบรูปไข่ ยาว 5-7 มิลลิเมตร กว้าง 5 มิลลิเมตร ยอดโค้งมน มีขน ช่อดอกแบบกระจะ ออกที่ปลายยอด ยาว 20-30 เซนติเมตร ออกดอกจำนวนมาก ก้านดอกยาว 15-20 เซนติเมตร ใบประดับรูปขอบขนานยาว 1.2 เซนติเมตร กว้าง 0.2 เซนติเมตร ปลายแหลม สีขาวแกมเขียว ผิวเกลี้ยงหรือมีขน ดอกสีขาวแกมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาว 1-1.2 เซนติเมตร กว้าง 0.5 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น3 แฉก ปลายรูปแหลม สีขาวแกมเขียวอ่อน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวกว่ากลีบเลี้ยง ยาว 1-1.2 เซนติเมตร กว้าง 0.4 เซนติเมตร สีเขียวอ่อน กลีบดอกด้านบนรูปขอบขนาน ยาว 1.5-2 เซนติเมตร กว้าง 0.6-0.8 เซนติเมตร ปลายงุ้มเป็นฝาครอบ สีเขียวและปลายเป็นสีขาว กลีบดอกด้านข้างรูปขอบขนานแคบ ยาว 1.2 เซนติเมตร กว้าง 0.5 เซนติเมตร มีต่อมให้กลิ่นหอม เกสรเพศผู้ 3 อัน มี 2 อัน มีเรณู 1 อัน เกสรตัวผู้ที่เป็นหมันแผ่เป็นแผ่นคล้ายกลีบดอก สีขาวมีลายเส้นสีม่วงแดง ยาว 2–2.5 เซนติเมตร ยาว 0.7–1 เซนติเมตร เกสรเพศเมียจำนวน 1 อัน รังไข่ใต้ฐานรองดอก รูปทรงไข่ ต่อมเหนือรังไข่ยาวประมาณ2 เซนติเมตร ผลแบบแห้ง รูปทรงกลม แตกได้ ผลแบบแห้งแตก รูปทรงกลม สีเขียว เมื่อแก่จะมีสีแดงอมส้ม เมล็ดจำนวน 1 เมล็ด รูปกระสวยหรือทรงกลม ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร มีแอริลสีขาว
การใช้ประโยชน์ : เหง้าแก่หรือโคนนำมาทุบแช่กับน้ำร้อนและดื่มเพื่อรักษาลมปวง
 
3. ชื่อวิทยาศาสตร์: Azadirachta indica A.Juss.
ชื่อวงศ์: Meliaceae
ชื่อไทย: สะเดา, ควินิน
ชื่อไทยทรงดำ: สะเดา
ไม้ต้น สูง 5-15 เมตร เปลือกแตกเป็นร่องลึกตามยาว ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่ ยาว 4-8 เซนติเมตร กว้าง 3-4 เซนติเมตร โคนใบมนไม่เท่ากัน ปลายใบแหลม ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบเรียบ มีสีเขียวเป็นมัน ดอกช่อแบบแขนง ดอกออกที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน ช่อดอกยาว 20-30 เซนติเมตร มีสีขาวนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบเลี้ยงจำนวน 5 กลีบ กลีบติดกัน รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร  กลีบดอกจำนวน 5  กลีบ กลีบแยกกัน รูปไข่กลับ ขอบเป็นขนครุย สีขาว เกสรเพศผู้จำนวน 10 อัน เชื่อมเป็นหลอดยาว 5 มิลลิเมตร เกสรเพศเมียยาวปลายแยกเป็น 3-6 พู รังไข่รูปเกือบกลม มีขน ยอดเกสรเพสเมียเป็นสามแฉก ผิวเรียบผลเมล็ดเดียวแข็งรูปขอบขนาน ขนาด 0.8-1 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกเป็นสีเหลืองส้ม เมล็ดเดี่ยว รูปรี เมล็ดแข็ง 
การใช้ประโยชน์: ยอดสดนำมาต้มกับน้ำ และดื่มเพื่อรักษาไข้หัวลม
 
4. ชื่อวิทยาศาสตร์: Basella alba L.
ชื่อวงศ์: Basellaceae
ชื่อไทย: ผักปลัง, ผักปลังใหญ่
ชื่อไทยทรงดำ: ผักปลังดอก
ไม้เลื้อย ยาว 2-6 เมตร อวบน้ำ แต่ละส่วนมีสีแตกต่างกันไปจากสีแดงไปจนถึงสีเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ยาว 2.5-12 เซนติเมตร กว้าง 2-8 เซนติเมตร โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบแปลม ขอบใบเรียบ ใบเป็นมัน ไม่มีขน ก้านใบยาว 1-3 เซนติเมตร ช่อดอกแบบเชิงลด ออกที่ซอกใบ ยาว 3-21 เซนติเมตร มีใบประดับขนาดเล็ก 2 ใบ หลุดร่วงง่าย ดอกย่อยจำนวนมากขนาดเล็ก สีขาวอมชมพู กลีบรวมเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก สีปลายกลีบ มีสีต่างกันจากสีขาวไปจนถึงสีม่วงเข้ม เกสรเพศผู้จำนวน 5 อัน ติดที่ฐานของกลีบดอก อับเรณูเป็นรูปกลม ก้านเกสรเพศผู้ยาว 1 มิลลิเมตร อับเรณูรูปกลม เกสรเพศเมียจำนวน 1 อัน รังไข่เหนือวงกลีบ ก้านชูเกสรเพศเมียยาว 0.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 3 แฉก ผลแบบสด รูปทรงกลม ยาว 1.2 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีม่วงอมดำ เนื้อภายในนิ่ม ภายในผลมีน้ำสีม่วงดำ เมล็ดจำนวน 1 เมล็ด
การใช้ประโยชน์: ใบสดนำมาพอกบนแผลบรรเทาอาการน้ำร้อนลวก อาการแสบร้อนและเป็นยาระบาย
 
5. ชื่อวิทยาศาสตร์: Boehmeria nivea (L.) Gaudich.
ชื่อวงศ์: Urticaceae
ชื่อไทย: ป่านรามี
ชื่อไทยทรงดำ: ป่าน
ไม้พุ่ม สูง 2-2.5 เมตร ลำต้นมีขนแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจหรือรูปลิ่ม ยาว 7-15 เซนติเมตร กว้าง 6-12 เซนติเมตร โคนเกือบตัด กลม หรือรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก มีขน ผิวใบด้านบนมีสีเขียว และมักมีลักษณะออกสีขาวด้านใต้ใบ ก้านใบยาว 2.5-10 เซนติเมตร ดอกแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน สีขาวอมเขียว ช่อดอกเกสรเพศผู้มีจำนวนน้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร มีจำนวน 4 ดอก มีก้านดอก กลีบรวมเป็นกลีบและเชื่อมติดกันตรงกลาง มีขน ช่อดอกเพศเมีย เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร มีดอกจำนวนมาก กลีบเชื่อมติดกันขนาด 1.5 มิลลิเมตร มีขน รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือทรงรี ขนาด 0.6-0.8 มิลลิเมตร กลีบรวมในผลรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปไข่กลับ แบน ขนาดเล็กมากประมาณ 1 มิลลิเมตร ผลแบบแห้งเมล็ดอ่อน รูปทรงเกือบรี ยาวประมาณ 0.6 มิลลิเมตร สีน้ำตาลเข้ม
การใช้ประโยชน์: รากสดนำมาทุบผสมกับน้ำซาวข้าวและนำมาทาบริเวณที่เป็นเริมและงูสวัด
 
6. ชื่อวิทยาศาสตร์: Brachypterum scandens (Roxb.) Wight & Arn. ex Miq.
ชื่อวงศ์: Fabaceae
ชื่อไทย: เถาวัลย์เปรียง, ตาปลา
ชื่อไทยทรงดำ: เถาวัลย์เปรียง
ไม้เลื้อย มีกิ่งเหนียวและทนทาน เปลือกเถาเรียบและเหนียว เป็นสีน้ำตาลเข้มอมสีดำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 9-13 ใบ ใบรูปรี ยาว 4.5-8 เซนติเมตร กว้าง 1.5-3.2 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายป้านเว้าตื้น หรือแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ท้องใบเรียบ ก้านใบย่อยยาว 2-5 มิลลิเมตร ดอกแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบและปลายใบ ช่อดอกยาว 10–28 เซนติเมตร ห้อยลง ดอกย่อยรูปดอกถั่ว กลีบดอกสีขาวถึงสีชมพู มักออกดอกจำนวนมากพร้อมกัน ใบประดับรูปไข่ ยาว 0.6-0.7 มิลลิเมตร กว้าง 0.3-0.5 มิลลิเมตร ด้านนอกเรียบ ด้านในเกลี้ยง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาว 2.4 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปสามเหลี่ยม ยาว 0.7 มิลลิเมตร กว้าง 1.5-2 มิลลิเมตร สีม่วงแดง มีขนด้านนอก กลีบดอกจำนวน 5 กลีบ สีขาวหรือขาวอมชมพู กลีบกลาง รูปกลมหรือรูปไข่กลับ ยาว 6-8 มิลลิเมตร กว้าง 5-8 มิลลิเมตร ปลายเว้าตื้น กลีบคู่ข้างรูปไข่แคบ ยาว 4.5-6.5 มิลลิเมตร กว้าง 1-1.5 มิลลิเมตร ปลายกลม กลีบคู่ล่างรูปเรือ ยาว 6-6.5 มิลลิเมตร กว้าง 2.3-2.5 มิลลิเมตร ปลายกลม มีขนที่ปลายด้านนอกกลีบ เกสรเพศผู้ยาว 9-12 มิลลิเมตร สีขาว ก้านชูเกสรเพศผู้ยาว 1.5-3.5 มิลลิเมตร มีขน เกสรเพศเมีย รังไข่ยาว 4-5 มิลลิเมตร มีขนยาว ผลแบบถั่ว รูปแคบรี กว้าง 9-12 มิลลิเมตร ยาว 2.5-7.5 เซนติเมตร ยาวแบน โค้งเล็กน้อยด้านหนึ่ง ฝักเกลี้ยง พอแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 1-4 เมล็ด รูปทรงถั่ว แบน ยาว 7 มิลลิเมตร กว้าง 5 มิลลิเมตร
การใช้ประโยชน์: เถานำมาสับเป็นแว่น ต้มกับน้ำและดื่มเพื่อแก้ปวดข้อ และปวดเส้น
 
7. ชื่อวิทยาศาสตร์: Cardiospermum halicacabum L.
ชื่อวงศ์: Sapindaceae
ชื่อไทย: โคกกระออม, กะคอม
ชื่อไทยทรงดำ: กระออม
ไม้เลื้อย ลำต้นเป็นเถา ร่องลึกห้าเหลี่ยม มีมือเกาะสั้น ๆ ที่ปลายยอด ใบเป็นใบประกอบ กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 5-12 เซนติเมตร มีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยรูปไข่ ไม่สมมาตรา โคนสอบ ปลายใบแหลม ผิวใบด้านล่างมีขน ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ตามปลายยอดและบริเวณซอกใบ กลีบเลี้ยงจำนวน 4 กลีบ ด้านนอก 2 กลีบ ขนาดเล็ก ด้านใน 2 กลีบ รูปเกือบกลม มีขนาดใหญ่ ยาว 2-2.5 มิลลิเมตร กว้าง 1.5-2 มิลลิเมตร กลีบดอกจำนวน 4 กลีบ รูปไข่กลับถึงกลม ยาว 1.5-2.5 มิลลิเมตร กว้าง 1-2 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้จำนวน 8 อัน ผลแบบแห้งแตก มีสามพู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-4 มิลลิเมตร สีเขียวแต้มแดง มีขนสั้น ๆ มีกลีบเลี้ยงหุ้ม พองลม มี เมล็ดรูปเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 มิลลิเมตร เมล็ดอ่อนสีเขียวอ่อนหรือขาว เมื่อเมล็ดแก่จะแข็งและมีสีดำ ขั้วเมล็ดเป็นสีขาว ลักษณะคล้ายรูปหัวใจ
การใช้ประโยชน์: ใบและต้นสดนำมาต้มกับน้ำและดื่มหรือตำพอกเพื่อรักษาเริม
 
8. ชื่อวิทยาศาสตร์: Carissa spinarum L.
ชื่อวงศ์: Apocynaceae
ชื่อไทย: หนามพรม, พรม
ชื่อไทยทรงดำ: หนามพรม
ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย สูง 4-5 เมตร เนื้อแข็ง ขนาดใหญ่ เปลือกต้นสีน้ำตาลแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ลำต้นมียางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่ถึงไข่กลับและกลม ยาว 2.5-4  เซนติเมตร กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร โคนใบสอบถึงกลม ปลายใบแหลมมีติ่ง ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบหรือมีขน ก้านใบยาว 1.5–4.5 เซนติเมตร ช่อดอกแบบกระจะ ออกที่ปลายยอดและซอกใบ ยาว 1.4-4 เซนติเมตร ดอกย่อยมีสีขาว กลิ่นหอม กลีบเลี้ยงจำนวน 5 กลีบ กลีบติดกัน หลอดกลีบยาวได้ถึง 2 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปไข่ ยาว 1.5-3 เซนติเมตร กว้าง 0.4-1.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม สีเขียว เกลี้ยง โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายกลีบดอกแหลม กลีบดอกจำนวน 5 กลีบ กลีบติดกันเป็นหลอดยาว ยาว 5-21.5 มิลลิเมตร ปลายกลีบแยกออกจากกัน รูปไข่ ยาว 1.5–15 มิลลิเมตร ปลายแหลม ด้านนอกเกลี้ยง ด้านในมีขน เกสรเพศผู้จำนวน 4 อัน ติดอยู่ที่กลีบดอก รังไข่เหนือวงกลีบ ผลเดี่ยว รูปทรงไข่ ยาว 3-60 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-60 มิลลิเมตร
การใช้ประโยชน์: รากสดนำมาฝนและกวาดคอเด็กเพื่อรักษาอาการลมชัก
 
9. ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia fistula L.
ชื่อวงศ์: Fabaceae
ชื่อไทย: ราชพฤกษ์, ลมแล้ง, คูน
ชื่อไทยทรงดำ: คูน
ไม้ต้น สูง 5-15 เมตร ใบเป็นใบประกอบขนนก เรียงแบบสลับ ใบย่อยจำนวน 3-8 คู่ ใบย่อยรูปไข่ ยาว 7-12 เซนติเมตร กว้าง 4-8 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายใบสอบ ขอบใบเรียบ ใบประดับยาว 8-10 มิลลิเมตร ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายยอด ยาว 20-45 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงจำนวน 5 กลีบ รูปไข่ถึงรี ยาว 7–10 มิลลิเมตร กลีบดอกจำนวน 5 กลีบ รูปไข่ ยาว 30-35 มิลลิเมตร กว้าง 10-15 มิลลิเมตร มีหนามสั้น เกสรเพศผู้จำนวน 10 อัน อันยาว 3 อัน ยาว 3 เซนติเมตร อันสั้น 4 อัน ยาว 8-10 เซนติเมตร และลดรูปจำนวน 3 อัน ก้านเกสรเพศผู้มีก้านชูอับเรณูยาวโค้ง รังไข่เหนือวงกลีบ ผลแบบถั่ว รูปทรงกระบอก ยาว 20-50 เซนติเมตร ผิวเรียบ ฝักอ่อนสีเขียว และเมื่อแก่ผิวสีน้ำตาลดำ ในฝักจะมีผนังเยื่อบาง ๆ กั้นเป็นช่องตามขวางของฝัก ตามช่องจะมีเมล็ดรูปรี ยาว 8-9 มิลลิเมตร กว้าง 5 มิลลิเมตร แบน สีน้ำตาล มัน
การใช้ประโยชน์: ยอดสดนำมาลวกและรับประทาน หรือนำมาต้มกับน้ำและดื่มตอนเย็นเพื่อรักษาอาการท้องผูก
 
10. ชื่อวิทยาศาสตร์: Centella asiatica Urban
ชื่อวงศ์: Apiaceae
ชื่อไทย: บัวบก
ชื่อไทยทรงดำ: ผักเนาะ
ไม้ล้มลุก มีลำต้นทอดเลื้อยไปตามดินที่ชื้นแฉะ และมีรากงอกออกตามข้อของลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบกระจุก ใบรูปไต ยาว 0.5-4.5 เซนติเมตร กว้าง 0.8-5.5 เซนติเมตร โคนใบมนเป็นปีก ปลายใบกลม ขอบใบเป็นคลื่นหยักเล็กน้อย ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ออกที่ซอกใบและปลายยอด มีดอกย่อย 4-5 ดอก ดอกมีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงขนาดเล็ก กลีบดอกจำนวน 5 กลีบ ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร สีขาวหรือสีชมพู ก้านช่อดอกยาว 0.5-5 เซนติเมตร ใบประดับรองรับช่อดอกย่อยมีจำนวน 2-3 ใบ ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ 10 อัน สีเหลือง เกสรเพศเมีย 1 อัน สีเขียว ปลายแยกเป็น 3 แฉก รังไข่เหนือวงกลีบ ผลแห้งแตก รูปทรงกลม เป็นสัน 7-9 สัน ยาว 2 มิลลิเมตร กว้าง 3 มิลลิเมตร ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล เมล็ดรูปรี จำนวน 3 เมล็ดต่อผล สีดำ
การใช้ประโยชน์: ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำและดื่มเพื่อรักษาอาการร้อนใน และช้ำใน
 
11. ชื่อวิทยาศาสตร์: Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.
ชื่อวงศ์: Asteraceae
ชื่อไทย: สาบเสือ
ชื่อไทยทรงดำ: เสือหมอบ     
ไม้ล้มลุก สูง 1-2 เมตร ลำต้นมีขนหรือเกือบเกลี้ยง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้าม รูปสามเหลี่ยมแกมขอบขนาน โคนรูปลิ่มหรือโค้งมน ยาว 7.5-10 เซนติเมตร กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบหยัก ผิวใบทั้งสองด้านมีขนอ่อนปกคลุม ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกที่ปลายยอด สีขาวหรือสีฟ้าอมม่วง ดอกย่อยจำนวน 10-35 ดอก วงใบประดับรูปทรงกระบอก ยาว 10-12 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มิลลิเมตร ใบประดับจำนวน 4-5 วง กลีบดอก รูปกรวย ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร สีม่วงอ่อน ผลแห้งแบบไม่แตก รูปแถบ ยาว 5 มิลลิเมตร กว้าง 0.4 มิลลิเมตร เป็นสันห้าเหลี่ยม สีดำ มีขน แพบพัสเป็นขนแข็ง ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร สีขาวน้ำตาล
การใช้ประโยชน์: ใบสดนำมาขยี้และพอกแผลเพื่อห้ามเลือด


ผู้ให้ข้อมูลไม่สะดวกในการนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์ และเดินป่าเก็บข้อมูล ทำให้หลายครั้งที่ทำการออกภาคสนามต้องล่าช้าออกไป และต้นไม้บางชนิดยังไม่ถึงฤดูกาลในการออกดอก ทำให้ยากต่อการระบุชนิดพืชได้ถูกต้อง



ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริ (ตัวชี้วัด ม.) 5 ผลิตภัณฑ์ 0 ผลิตภัณฑ์
2) จำนวนทรัพยากรธรรมชาติ ที่รวบรวมเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ (ตัวชี้วัด ม.) 20 ชนิด 0 ชนิด
3) จำนวนชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (ตัวชี้วัด ม.) 3 ชุมชน 0 ชุมชน
4) ร้อยละความสำเร็จตามแผนอนุรักษ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ตัวชี้วัด ม.) ร้อยละ 80 ร้อยละ 0