ชื่อกิจกรรม

การสำรวจทำรหัสพิกัดบริเวณการทำประมงปูม้าบริเวณชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี

กิจกรรมภายใต้ : 2567 (ยุทธ 5) โครงการที่ 40 : อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
ประเภทกิจกรรม
การพัฒนาท้องถิ่น (ด้านการพัฒนา)
ผู้ดำเนินงาน
1. อาจารย์ทิพย์สุดา ชงัดเวช สาขาวิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะเทคโนโลยีการเกษตร
หลักและเหตุผล
          เพชรบุรี เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีการทำประมงและจำหน่ายปูม้าตลอดแนวชายฝั่ง ตั้งแต่อำเภอบ้านแหลมจนถึงอำเภอชะอำ ทั้งในรูปแบบปูม้ามีชีวิต ปูม้าสด หรือปูม้าต้มสุก แต่ในปัจจุบัน จากการสอบถามชาวประมงในท้องถิ่น พบว่า ทรัพยากรปูม้าในธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง แต่ตรงกันข้ามกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เวลาทำการประมงถึงแม้ว่าจะได้ปูม้าขนาดเล็ก หรือปูม้าที่มีไข่นอกกระดองก็ต้องเก็บเกี่ยวขึ้นมาเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้การทำประมงปูม้าในจังหวัดเพชรบุรีมีทั้งการทำประมงบริเวณชายฝั่ง (แบบพื้นบ้าน) และห่างจากฝั่ง (แบบพาณิชย์) ตลอดจนไม่มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการจับ หรือบริเวณการทำประมง เพื่อเป็นฐานในการวิเคราะห์แนวโน้มที่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการกำหนดนโยบายการป้องกันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  และเพื่อเป็นการทราบข้อมูลพิกัดการทำประมงปูม้า บริเวณชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี และขนาดของปูม้าที่ได้ในแต่ละพิกัด คณะผู้ดำเนินงานจึงได้มีการสำรวจทำรหัสพิกัดบริเวณการทำประมงปูม้าบริเวณชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี และมีการเก็บตัวอย่างปูม้าจากพิกัดนั้น ๆ ขึ้น
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   
2. เพื่อทราบพิกัดทำการประมงปูม้า บริเวณชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี
3. เพื่อทราบขนาดของปูม้าที่จับได้จากพิกัดต่าง ๆ ที่ทำการสำรวจ
พื้นที่เป้าหมาย
# พื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด
1 แหล่งทำการประมงปูม้า บริเวณชายฝั่ง จังหวัดเพชรบุรี หาดเจ้าสำราญ เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี
2 แหล่งทำการประมงปูม้า บริเวณชายฝั่ง จังหวัดเพชรบุรี แหลมผักเบี้ย บ้านแหลม เพชรบุรี
กิจกรรมย่อย
ผลการดำเนินกิจกรรม




สรุปผลการดำเนินงาน ดังนี้
พิกัดการทำประมงปูม้า
          ในระหว่างการดำเนินงาน มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลต่อพฤติกรรมการดำรงชีวิตของปูม้า โดยปูม้าอาจมีการอพยพอยู่ไกลจากฝั่งมากขึ้น ทำให้เรือประมงพื้นบ้าน (ลำเล็ก) มีโอกาสจับปูม้าได้น้อยลงหรือไม่ได้เลย และจากที่มีคลื่นลมแรง ทำให้ชาวประมงที่ออกเรือแบบประมงพื้นบ้าน(ลำเล็ก) ไม่สามารถออกทำการประมงได้ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวจากการสอบถามชาวประมง พบว่า ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพิกัดการทำประมงปูม้าได้ เพราะการทำประมงปูม้าสามารถเปลี่ยนแปลงพิกัดการทำประมงได้ตามความเหมาะสมของพฤติกรรมการดำรงชีวิตของปูม้า กล่าวคือ หากบริเวณใดที่เคยพบปูม้าในช่วงก่อนแต่กลับไม่พบปูม้าในปัจจุบัน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงพิกัดการทำประมงได้ แต่ทั้งนี้ต้องสอดคล้องกับขนาดเรือที่ได้ทำการขออนุญาตไว้ และหากต้องไปทำประมงในพิกัดที่มีการทำประมงหมึกสาย ต้องมีการขออนุญาตหรือแจ้งชาวประมงที่วางลอบหมึกสายก่อน จึงสามารถเข้าไปวางอวนปูเพื่อทำการประมงปูม้าได้
ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว การลงพื้นที่สำรวจพิกัดการทำประมงปูม้าบริเวณชายฝั่ง จังหวัดเพชรบุรีจึงสามารถเก็บข้อมูลได้เฉพาะเรือประมงปูม้าที่เข้าสู่ท่าเรือคลองอีแอด (แหลมผักเบี้ย) เท่านั้น เนื่องจากเรือที่เข้าท่าเรือคลองอีแอดนี้ มีกลุ่มเรือทำประมงปูม้าที่เป็นเรือขนาดใหญ่ (ขนาดมากกว่า 10 ตันกรอส) ที่สามารถออกทำประมงปูม้าได้ และพิกัดการทำประมงปูม้าเกินจากพิกัดลองจิจูด 100°06¢ โดยพบพิกัดการทำประมงปูม้า 20 จุด
       
ขนาดปูม้าที่จับได้จากการทำประมง
          จำนวนปูม้าที่ได้จากการสุ่มตัวอย่าง จำนวน 78 ตัว แบ่งตามรายละเอียด ดังนี้
           - เพศผู้ 36 ตัว (ร้อยละ 46.65) มีขนาดกระดองกว้างและยาวเฉลี่ย 115.23±11.50 และ 56.67±18.61 มิลลิเมตร ตามลำดับ และมีน้ำหนักเฉลี่ย 130.33±43.70 กรัมต่อตัว
           - เพศเมีย 26 ตัว (ร้อยละ 33.33) มีขนาดกระดองกว้างและยาวเฉลี่ย 115.57±10.13 และ 61.12±25.06 มิลลิเมตร ตามลำดับ และมีน้ำหนักเฉลี่ย 125.38±34.78 กรัมต่อตัว
           - เพศเมียที่มีไข่นอกกระดอง 16 ตัว (ร้อยละ 20.51) มีขนาดกระดองกว้างและยาวเฉลี่ย 119.48±7.72 และ 63.65±26.08 มิลลิเมตร ตามลำดับ และมีน้ำหนักเฉลี่ย 132.53±37.58 กรัมต่อตัว


1. ปัญหาจากภาพภูมิอากาศ คลื่นลมแรง เรือประมงขนาดเล็กไม่สามารถออกทำประมงได้
2. การทำประมงปูม้าด้วยเรือประมงขนาดใหญ่ไม่มีพิกัดที่แน่นอน
3. การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่สามารถเก็บข้อมูลพิกัดการทำประมงปูม้าและขนาดปูม้าในแต่ละพิกัดได้ตามตัวชี้วัด เนื่องจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงไม่สามารถเผยแพร่ผลการดำเนินงานในรูปแบบการนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการได้ ทำให้การใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้



ตัวชี้วัดกิจกรรมหลัก
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลที่ได้ รายละเอียด
1) จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริ (ตัวชี้วัด ม.) 5 ผลิตภัณฑ์ 0 ผลิตภัณฑ์
2) จำนวนทรัพยากรธรรมชาติ ที่รวบรวมเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ (ตัวชี้วัด ม.) 20 ชนิด 0 ชนิด
3) จำนวนชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (ตัวชี้วัด ม.) 3 ชุมชน 0 ชุมชน
4) ร้อยละความสำเร็จตามแผนอนุรักษ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ตัวชี้วัด ม.) ร้อยละ 80 ร้อยละ 0